Michael Burry นักลงทุนชื่อดัง ออกมาเตือนให้นักลงทุนลดสัดส่วนการถือครองหุ้นเทคโนโลยีที่กำลังพุ่งสูงขึ้น โดยระบุว่าสภาวะตลาดในปัจจุบันได้มาถึงจุดที่อันตรายอย่างยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์ ซึ่งทำให้นึกถึงฟองสบู่เก็งกำไรในอดีต
Burry ผู้สร้างชื่อจากการทำนายวิกฤตซับไพรม์ปี 2008 ได้กล่าวเตือนให้นักลงทุน ‘ละทิ้งความโลภ’ ในขณะที่ความตื่นเต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแรงซื้อตามโมเมนตัมกำลังดันมูลค่าหุ้นให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง
“วิธีที่ง่ายกว่าสำหรับคนส่วนใหญ่คือการลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี สำหรับหุ้นตัวไหนที่กราฟพุ่งขึ้นแบบพาราโบลา (Parabolic) ควรลดสถานะลงเกือบทั้งหมด” Burry ระบุในโพสต์บน Substack เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
Burry ได้ออกมาเตือนหลายเดือนแล้วว่า การที่ตลาดหุ้นหมกมุ่นอยู่กับกระแส AI นั้น มีความคล้ายคลึงกับช่วงท้ายของยุคฟองสบู่ดอตคอมมากขึ้นเรื่อยๆ สัปดาห์ที่แล้ว เขาได้เปรียบเทียบทิศทางล่าสุดของดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ (SOX) กับช่วงขาขึ้นก่อนที่หุ้นเทคโนโลยีจะพังทลายในเดือนมีนาคม ปี 2000 โดยกล่าวว่า สภาพแวดล้อมในปัจจุบันให้ความรู้สึกเหมือน “ช่วงเดือนสุดท้ายของฟองสบู่ปี 1999-2000”
Burry กล่าวว่า เขายังคงรักษาสถานะ Short โดยใช้เลเวอเรจในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ เพื่อป้องกันความเสี่ยงกับหุ้นที่เขาถืออยู่ที่มองว่ามีราคาถูก ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่คล้ายคลึงกับที่เขาเคยใช้ในปี 2000
อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าการเดิมพันสวนทางกับตลาดขาขึ้นด้วยการทำ Short Selling โดยตรงนั้น เป็นเรื่องเสี่ยงและไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้นทุนของการทำกำไรขาลงมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ
“การ Short ไม่ใช่คำตอบ และไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ควรทำ ตอนนี้การซื้อ Put Options โดยทั่วไปมีราคาแพง และการ Short หุ้นโดยตรงก็ยังคงสามารถสร้างความเจ็บปวดได้อย่างมหาศาล” Burry กล่าว
ความคิดเห็นดังกล่าวเป็นการเติมเชื้อไฟให้กับการถกเถียงที่กำลังก่อตัวขึ้นในวอลล์สตรีท ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นจากกระแส AI นั้นได้หลุดลอยไปจากปัจจัยพื้นฐานแล้วหรือไม่ ดัชนีตลาดหุ้นหลักๆ ยังคงเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง เนื่องจากนักลงทุนต่างแห่เข้าไปลงทุนในผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่
“แนวคิดในตอนนี้คือการถือเงินสดให้มากขึ้น และเตรียมพร้อมที่จะนำมันกลับไปลงทุนเมื่อสถานการณ์มีความสมเหตุสมผลมากกว่านี้” เบอร์รี ระบุ
“ประวัติศาสตร์บอกเราว่า ต่อให้งานปาร์ตี้จะดำเนินต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์ หนึ่งเดือน สามเดือน หรือหนึ่งปี แต่จุดจบของมันคือราคาที่จะปรับตัวลดลงอย่างหนัก” Burry กล่าว
ภาพ: Astrid Stawiarz / Stringer / GettyImages
อ้างอิง:

