×

ซีอีโอ SoftBank ทิ้งแผนเกษียณ มุ่งภารกิจอีก 10–15 ปี ไล่ล่า AI ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาฟองสบู่

27.06.2026
  • LOADING...
มาซาโยชิ ซอน ซีอีโอ SoftBank กำลังกล่าวสุนทรพจน์

มาซาโยชิ ซอน มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นและซีอีโอของ SoftBank Group ประกาศในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีว่าเขาจะทำงานต่อไปจนถึงอายุ 70 ปี เพื่อผลักดันการพัฒนาและลงทุน AI พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องฟองสบู่ว่าเป็นการลบหลู่ต่อศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าว

 

ซอน ปัจจุบันมีอายุ 68 ปี ย้ำว่า เขาทิ้งแผนเดิมที่จะสละตำแหน่งในช่วงอายุ 60 ปี เพราะต้องการเวลาอีก 10-15 ปีในการไล่ตามเป้าหมายสร้าง AI ระดับซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ (ASI) พร้อมเปรียบเทียบสถานะของ AI กับช่วงเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ต และเตือนว่าการเรียก AI ว่าเป็นฟองสบู่เป็นการประมาทความเป็นไปได้ของมัน

 

คำกล่าวของซอนสะท้อนทิศทางการลงทุนของ SoftBank ที่กลับมาเน้นหนักกับเทคโนโลยีชั้นนำโลก ทั้งการถือหุ้นใหญ่ใน Arm การลงทุนใน OpenAI ตามด้วยการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล และธุรกิจหุ่นยนต์ โดยซอนอธิบายว่าแผนสี่เสาหลักของบริษัทเพื่อมุ่งสู่ยุค ASI ได้แก่ โมเดล AI มุ่งลงทุนใน OpenAI โดยรวมมูลค่าการลงทุนราว 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาชิป AI โดยพึ่งพาเทคโนโลยีของ Arm รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล และ AI ทางกายภาพ เช่น หุ่นยนต์

 

นอกจากนี้ SoftBank รายงานผลกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีสิ้นสุดเดือนมีนาคม โดยได้แรงหนุนจากกำไรในพอร์ตการลงทุน แม้ในช่วงก่อนหน้านี้ Vision Fund จะเผชิญกับความผันผวน กระทั่งเป็นบททดสอบความเชื่อมั่นของนักลงทุน

 

ซอนได้ตั้งเป้าจะผลักดันมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของ SoftBank ให้แตะ 1 ล้านล้านเยนภายใน 16 ปีข้างหน้า ขณะที่ปัจจุบันมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ราว 74 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นจากประมาณ 3 ล้านล้านเยนเมื่อ 16 ปีก่อน เพื่อไปให้ถึงเป้าต้องการการเติบโตราว 14 เท่า ซึ่งซอนมองว่าเข้ากับสถิติการเติบโตของบริษัทในอดีต

 

แม้บางช่วงมูลค่าตามราคาตลาดของ SoftBank เคยแซง Toyota ชั่วคราว แต่ปัจจุบันมูลค่าตลาดลดลงเหลือราว 37 ล้านล้านเยน ทำให้หุ้นยังซื้อขายที่ส่วนลดประมาณ 50% เมื่อเทียบกับมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ซอนยืนยันว่ามูลค่าตลาดไม่ได้สะท้อนการถือครองของบริษัทอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะสัดส่วนเกือบ 90% ใน Arm และเรียก SoftBank ว่าเป็น ‘ห่านที่ออกไข่ทองคำ’ ขอให้นักลงทุนมองไม่เพียงไข่ที่เห็น แต่รวมถึงไข่ที่กำลังพัฒนาอยู่ด้วย

 

ในช่วงเวลาเดียวกัน ซอนยังกล่าวถึงโครงการศูนย์ข้อมูลและพลังงานของบริษัท ว่าโครงการ Stargate ร่วมกับ OpenAI และ Oracle ดำเนินไปตามแผน และ SoftBank ตั้งใจจะเป็นผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลแก่ผู้ให้บริการระดับ hyperscaler รายอื่น รวมถึงมีแผนร่วมทุนกับ Tokyo Electric Power Co. เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลในญี่ปุ่น พร้อมเตือนว่าญี่ปุ่นอาจตามหลังถ้าไม่เพิ่มกำลังการผลิตพลังงานรองรับโอกาสในอนาคต

 

ด้านตลาดหุ้น มีแรงขายแรงเมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา หุ้น SoftBank ร่วงหนักกว่า 12% หลังมีรายงานว่า OpenAI อาจเลื่อนการเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO) ออกไป ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนเทขายทำกำไร

 

โดยข่าวจาก New York Times รายงานว่า OpenAI กำลังพิจารณาเลื่อนไอพีโอไปเป็นปีหน้า พร้อมแนะนำให้ผู้บริหารระมัดระวังหลังความผันผวนในตลาดจากการเข้าตลาดของ SpaceX

 

เรียกได้ว่าการกังวลเกี่ยวกับแผนไอพีโอและรายงานความยากลำบากทางการเงินของ OpenAI ยิ่งเร่งแรงขาย ส่งผลให้หุ้น SoftBank ปิดระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งเดือน และกดดันตลาดหุ้นญี่ปุ่น ดัชนี Nikkei เคยหลุดกว่า 3,700 จุดระหว่างวันก่อนปิดลดลง 4%

 

หุ้นกลุ่มเทคและAI ที่ได้รับผลกระทบได้แก่ Kioxia Holdings ร่วง 11% และ Advantest ลดเกือบ 10% แรงขายจากวอลล์สตรีตยามก่อนหน้านั้นและความกังวลเกี่ยวกับราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้นยังเป็นปัจจัยกดดันผลกระทบข้ามพรมแดนแตะเกาหลีใต้ด้วย

 

ขณะที่ฝั่งหุ้นผู้ผลิตหน่วยความจำอย่าง SK Hynix และ Samsung Electronics ปรับตัวลงหนัก ดันดัชนี KOSPI ร่วงเกือบ 9% ระหว่างวันจนเกิดการหยุดชั่วคราว ก่อนปิดลดลงเกือบ 6% นักวิเคราะห์มองว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่เพิ่งปรับตัวขึ้นมีความเสี่ยงต่อการขายทำกำไรสะสม เมื่อตัวกระตุ้นเช่นข่าวเกี่ยวกับ OpenAI ปรากฏขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามองต่อไป คือความชัดเจนเรื่องแผนไอพีโอของ OpenAI และผลกระทบที่อาจมีต่อมูลค่าการลงทุนของผู้เล่นรายใหญ่ เช่น SoftBank ซึ่งวางเดิมพันสูงในอนาคตของ AI และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง

 

ภาพ:glen photo/shutterstock

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories