หลังจากได้ไปสัมผัสบรรยากาศของงานพิเศษ S.Pellegrino Young Chef Academy (SPYCA) ที่ฮ่องกง สิ่งที่ชัดเจนมากคือ นี่ไม่ใช่แค่การแข่งขันทำอาหารธรรมดา แต่คือแพลตฟอร์มระดับโลกที่ถูกออกแบบมาเพื่อค้นหาและผลักดันเชฟรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างรอบด้าน ทั้งฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ และตัวตนในฐานะเชฟยุคใหม่
เวทีนี้เกิดขึ้นภายใต้ S.Pellegrino Young Chef Academy ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ระดับนานาชาติที่เชื่อว่าอาหารสามารถเปลี่ยนโลกได้ และสิ่งที่จะทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นจริงคือคนรุ่นใหม่ ที่มีทั้งแพสชันและมุมมองใหม่ต่อวงการอาหาร

SPYCA Competition จัดขึ้นต่อเนื่องและได้รับการยอมรับในวงการไฟน์ไดนิ่งว่าเป็นหนึ่งในเวทีที่จริงจังที่สุดสำหรับเชฟอายุน้อย โดยในปี 2026-27 นี้จะถือเป็นครั้งที่ 7 ของการแข่งขัน เปิดรับสมัครเชฟจากทั่วโลกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน 2026 ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้น เพื่อเฟ้นหาเชฟ 165 คนจาก 15 ภูมิภาค เข้าไปแข่งขันในรอบระดับภูมิภาค และสุดท้ายจะมีเพียงหนึ่งเดียวที่ได้ไปยืนบนเวที Grand Finale ที่มิลาน ประเทศอิตาลี


เรามองว่าสิ่งที่ทำให้เวทีนี้แตกต่างคือโอกาสที่มากกว่ารางวัล ผู้เข้าแข่งขันจะได้ทำงานร่วมกับเชฟระดับโลก ได้รับ mentorship แบบใกล้ชิด และได้เรียนรู้จากตัวจริงของวงการ อย่างเชฟที่มาร่วมในงานมื้อเที่ยงที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับสื่อมวลชนระดับภูมิภาค ก็เป็นการรวมตัวกันของศิษย์เก่าและเหล่าเมนเทอร์ ไม่ว่าจะเป็น Chef Ardy Ferguson (ผู้ชนะระดับโลกปีล่าสุดจาก BELON) เชฟ Julien Royer (เชฟเจ้าของร้าน Odette และ Louise และ Grand Juror ของเวทีนี้) เชฟ Yasuhiro Fujio (ผู้ชนะระดับโลกปี 2018) เชฟ Kevin Wong (ผู้เข้ารอบลึกระดับเอเชียและ Global Runner-Up) และเชฟ Ian Goh (ผู้ชนะระดับเอเชียและรองชนะเลิศระดับโลก) ซึ่งแต่ละคนไม่เพียงแค่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพ แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าเวทีนี้สามารถปั้นเชฟให้ไปไกลระดับโลกได้จริง


ภายในงานยังมีการพูดคุยถึงสิ่งที่สำคัญมากในเส้นทางเชฟ นั่นคือ mentorship และ คอมมูนิตี้ เพราะการเติบโตในวงการนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของฝีมือ แต่คือการมีคนที่ช่วยชี้ทาง และการได้อยู่ในเครือข่ายที่เปิดโอกาสให้เราได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง SPYCA ทำหน้าที่นี้ได้อย่างชัดเจน เพราะที่คือ คอมมูนิตี้ที่เชฟรุ่นใหม่จากทั่วโลกสามารถเชื่อมต่อกัน และเติบโตไปพร้อมกัน

ซึ่งเรามองว่า นี่คือโอกาสสำคัญที่เชฟไทยจะได้ก้าวสู่เวทีโลก เพราะในวันที่โลกกำลังสนใจเรื่อง identity และ storytelling มากขึ้น ความเป็นไทย ทั้งวัตถุดิบ เทคนิค และเรื่องราว คือจุดแข็งที่ทรงพลังมาก ดังนั้น หากคุณเป็นเชฟที่กำลังมองหาก้าวต่อไป ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มต้นหรืออยู่ในเส้นทางนี้มาสักพักแล้ว ลองดูเวที SPYCA ที่จะช่วยเปิดประตูบานใหม่ให้กับเส้นทางนี้ได้เป็นอย่างดี


