×

บล.บัวหลวงคาดยอดเทรด DR ปีนี้ทะลุ 3.3 แสนล้านบาท โต 6 เท่าในสองปี เลี่ยงกังวลภาษีลงทุนต่างประเทศ พบหุ้นสหรัฐฯ ครองส่วนแบ่ง 59%

24.06.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงยอดเทรด DR ที่คาดว่าจะทะลุ 3 แสนล้านบาท และการปลดกังวลเรื่องภาษีลงทุนนอก

บล.บัวหลวง คาดมูลค่าการซื้อขาย DR ทั้งอุตสาหกรรมในปี 2569 มีโอกาสแตะระดับ 3.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 6 เท่าจาก 5.4 หมื่นล้านบาทในปี 2567 หลังนักลงทุนไทยหันมาใช้ DR เป็นประตูสู่การลงทุนต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐฯ ที่ขึ้นมาครองส่วนแบ่งมูลค่าซื้อขายถึง 59%

 

 
 

ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) กำลังกลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาดทุนไทยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากเครื่องมือที่เปิดทางให้นักลงทุนไทยเข้าถึงหุ้นและกองทุน ETF ต่างประเทศได้ผ่านกระดานหุ้นไทย ซื้อขายเป็นเงินบาทเรียลไทม์เหมือนหุ้นทั่วไป และไม่ต้องกังวลเรื่องภาษีการลงทุนต่างประเทศ ซึ่งเป็นจุดที่ดึงดูดนักลงทุนรายย่อยจำนวนมาก

 

ข้อมูลจาก บล.บัวหลวง ระบุว่า มูลค่าตลาด (Market Capitalization) ของ DR ทั้งระบบขยับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จากราว 2.9 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2567 เพิ่มเป็น 5.4 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 และล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 6.6 หมื่นล้านบาทในปีนี้

 

ภาพกราฟิกแสดงยอดเทรด DR ที่คาดว่าจะทะลุ 3 แสนล้านบาท และการปลดกังวลเรื่องภาษีลงทุนนอก 1

 

ส่วนมูลค่าการซื้อขายเร่งตัวขึ้นชัดเจนยิ่งกว่า โดยปี 2568 ทำได้ 1.86 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 240% จากปีก่อนหน้า ขณะที่เพียง 5 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าซื้อขายทำได้แล้ว 1.55 แสนล้านบาท ซึ่งหากยังเติบโตในอัตราใกล้เคียงเดิม คาดว่ามูลค่าการซื้อขายทั้งปีจะอยู่ที่ราว 3.36 แสนล้านบาท หรือเติบโตอีกประมาณ 80% เทียบกับปีก่อน และคิดเป็นการเติบโตเกือบ 6 เท่าจากระดับ 5.4 หมื่นล้านบาทในปี 2567

 

อีกตัวเลขที่สะท้อนภาพการเติบโตคือมูลค่าซื้อขาย DR เฉลี่ยต่อเดือน ที่เพิ่มจาก 4,600 ล้านบาทในปี 2567 เป็น 15,000 ล้านบาทในปี 2568 และล่าสุด 23,000 ล้านบาทต่อเดือนในปี 2569

 

คนไทยใช้ DR เป็นประตูสู่หุ้นสหรัฐฯ ครองส่วนแบ่งซื้อขาย 59%

 

พิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางที่ชัดเจนคือพฤติกรรมการลงทุนของคนไทยที่ทยอยเคลื่อนเข้าสู่หุ้นสหรัฐฯ มากขึ้น หากพิจารณาตามมูลค่าตลาด หุ้นสหรัฐฯ มีสัดส่วน 46% รองลงมาคือหุ้นจีนและฮ่องกงที่ 31% แต่เมื่อดูจากมูลค่าการซื้อขายซึ่งสะท้อนความคึกคักในการเทรดจริง หุ้นสหรัฐฯ ขยับขึ้นมาครองส่วนแบ่งสูงถึง 59% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากช่วง 1 ปีก่อนหน้าที่ยังอยู่ราว 30%

 

ขณะที่ DR ที่อ้างอิง ETF หุ้นเวียดนามยังคงเป็นตลาดหลักของนักลงทุนสายลงทุนแบบ Passive

 

ปัจจุบันตลาด DR ไทยมีผู้ออกรวม 9 ราย และจำนวน DR ทั้งระบบอยู่ที่ 408 ตัว โดย บล.บัวหลวง คาดว่าสิ้นปีนี้จะแตะระดับราว 500 ตัว สำหรับ DR ที่ออกภายใต้ชื่อย่อลงท้ายด้วย 01 (DR01) ของบัวหลวงเอง ปัจจุบันมีอยู่ 49 หลักทรัพย์ มูลค่าตลาดรวมราว 1.7 หมื่นล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่ง 26% ของมูลค่าตลาด DR ทั้งอุตสาหกรรม

 

แผน 3 เฟส ดันลงทุนหุ้นโลกผ่านกระดานไทย

 

บล.บัวหลวง วางแผนพัฒนาธุรกิจ DR ออกเป็น 3 เฟส โดยปัจจุบันอยู่ในช่วงเฟสที่ 2 ที่เริ่มขยายขอบเขตด้วยการนำหุ้นรายตัวเข้ามามากขึ้น พร้อมเริ่มเห็นมูลค่าการเทรดต่อครั้งสูงขึ้นและการทำ Big Lot เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็เริ่มต้นเข้าสู่เฟสที่ 3 ที่มุ่งแก้โจทย์นักลงทุนส่วนใหญ่ที่ไม่มีเวลาติดตามตลาด ด้วยการทำให้คนสามารถลงทุนเติบโตไปกับหุ้นโลกได้ผ่าน DR

 

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ DR Global Index บริการจัดพอร์ตลงทุน DR แบบอัตโนมัติ ที่บริษัทตั้งเป้าหมาย AUM ระดับ 1,000 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันที่ทยอยเติบโตขึ้นต่อเนื่อง โดยจะเดินหน้าเติมสินทรัพย์ให้ครบทั้งหุ้น บอนด์ ทองคำ และสินค้าโภคภัณฑ์ เพื่อรองรับการจัดพอร์ต รวมถึงอาจเพิ่มตลาดอย่างเกาหลีใต้และไต้หวันเข้ามาในอนาคต ส่วนหุ้นรายตัวจะเน้นเติมหุ้นที่ทำธุรกิจซึ่งหาไม่ได้ในไทย และหุ้นชั้นนำที่คนไทยรู้จักในแต่ละประเทศ

 

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา DR ลำดับแรกคือราคาหุ้นแม่ในตลาดต้นทาง และลำดับถัดมาคือค่าเงิน

 

เปิดทางลงทุนทองคำโลก ผ่าน GOLDM01 เทรดวันแรก 25 มิ.ย. นี้

 

ล่าสุด บล.บัวหลวง เตรียมนำ DR ‘GOLDM01’ ที่อ้างอิง SPDR Gold MiniShares Trust (GLDM) กองทุน ETF ทองคำชั้นนำจากตลาดสหรัฐฯ ซึ่งลงทุนในทองคำแท่งจริงและเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาทองคำในตลาดโลก (LBMA Gold Price) เข้าซื้อขายในตลาดหุ้นไทยเป็นครั้งแรก

 

พิเชษฐกล่าวต่อว่า จุดเด่นสำคัญของ GOLDM01 คือมีค่าบริหารจัดการกองทุนต้นทางเพียง 0.10% ต่อปี ซึ่งต่ำที่สุดในกลุ่ม DR ที่อ้างอิง ETF ทองคำที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยปัจจุบัน อีกทั้งไม่มีการเรียกเก็บค่าบริหารจัดการ DR ในไทยเพิ่มเติม ทำให้นักลงทุนถือครองในระยะยาวได้ด้วยต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยนับตั้งแต่จัดตั้งเมื่อ 25 มิถุนายน 2561 กองทุน GLDM มีผลการดำเนินงานรวมราว 259% สะท้อนบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)

 

“ปัจจุบันนักลงทุนให้ความสนใจ DR ที่อ้างอิงกองทุนทองคำเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถลงทุนในทองคำได้โดยไม่ต้องถือครองทองคำจริง ใช้เงินลงทุนไม่สูง มีสภาพคล่อง และช่วยกระจายความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน” พิเชษฐกล่าว

 
  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories