วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดการปัญหาเงินเทา โดยในปัจจุบัน หรือระยะแรก ธปท.ได้ขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์รายงานพฤติกรรมการเบิกเงินสดที่ผิดปกติมายังธปท.แล้ว ส่วนในระยะกลาง ธปท.เตรียมแก้กฎหมาย เพื่อกำหนดเกณฑ์วงเงินการเบิกเงินสดมากเกินความจำเป็น เพื่อสั่งให้ธนาคารพาณิชย์เข้าไปตรวจสอบ (Due Diligence)
วิทัยอธิบายต่อว่า โดยเมื่อสัก 10 วันที่แล้ว ธปท.ได้ขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์ว่า ให้รายงานพฤติกรรมการเบิกเงินสดที่ผิดปกติมายังธปท. และธปท.จะตรวจสอบเส้นทางการเงินต่อไป ก่อนจะส่งเรื่องให้หน่วยงานที่มีอำนาจ เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หากเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
“ปัจจุบัน เริ่มมีข้อมูลเข้ามาแล้ว เราเริ่มตรวจแล้ว มีหลายรายเบิกเงินสดเป็นร้อยล้าน แต่ขอเป็นแบงก์ 500 บาท ทั้งหมด เราก็กำลังตรวจอยู่ว่า ปกติหรือไม่ ถ้าผิดปกติก็จะรายงาน นี่คือขั้นระยะแรก ที่เราทำอยู่ในวันนี้” วิทัยกล่าว
ส่วนในระยะกลาง วิทัยกล่าวว่า ธปท.เตรียมแก้กฎหมายหรือเกณฑ์ว่า ถ้ามีการเบิกเงินสดมากเกินความจำเป็น ธนาคารต่างๆ ต้องเข้าไปตรวจสอบ (Due Diligence) โดยเกณฑ์ดังกล่าวอาจกำหนดที่ 3-5 ล้านบาท
“ปัจจุบัน มีหลายประเทศ เช่น ยุโรป ดำเนินมาตรการลักษณะนี้ ขณะที่ในประเทศไทยในปัจจุบัน การเบิกเงินหลักร้อยล้านกลับไม่จำเป็นต้องทำ Due Diligence”
วิทัยยังย้ำว่า มาตรการดังกล่าว “ไม่ได้หมายความไม่ให้เบิกนะครับ เบิกได้ แต่ถ้าเกินจำนวนแบงก์ต้องเข้าไปทำ Due Diligence ถ้าต่ำกว่าไม่มีปัญหา”
“ประเด็นเรื่องเงินเทา หรือเศรษฐกิจนอกระบบ (Underground Economy) เป็นประเด็นสำคัญ และมีผลต่อเศรษฐกิจประเทศ ธปท.จึงจะต้องเข้าไปดูแล เนื่องจากแบงก์ชาติเป็นผู้พิมพ์ธนบัตรตั้งแต่ต้นทาง ดังนั้น ถ้ามีการเบิกเงินสดผิดปกติเราควรจะเข้าไปดูแลตั้งแต่ต้น เพื่อป้องปรามไม่ให้มีการใช้ธนบัตรที่พิมพ์จากโรงพิมพ์ของแบงก์ชาติ ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของเงินเทา” วิทัยกล่าว


