×

รัฐบาลตั้งระบบ ‘CHECKED’ ต่อยอด ‘Connect the Dots’ เชื่อมข้อมูลธุรกรรม ปิดเส้นทางเงินเทา หนุนไทยสู่ Financial Hub

13.07.2026
  • LOADING...
ภาพมือยื่นซองเงินสินบนในสำนักงาน สื่อถึงการทุจริตและเงินผิดกฎหมาย

รัฐบาลตั้ง ‘CHECKED’ เชื่อมข้อมูลธุรกรรมการเงิน ต่อยอด Data Bureau ปิดช่องโหว่เงินผิดกฎหมาย เดินหน้าปิด 4 ช่องโหว่สำคัญ ร้านทอง สินทรัพย์ดิจิทัล ธุรกรรมต้องสงสัย และบริษัทนอมินี

 

 

วันนี้ (13 กรกฎาคม) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (Connect the Dots) เผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการติดตามเส้นทางเงินผิดกฎหมายผ่านการพัฒนาระบบ ‘Consent-driven Hub for Exchange of Compliance Knowledge and Encrypted Data’ หรือ ‘CHECKED’ ซึ่งเป็นระบบเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมทางการเงินระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ให้บริการทางการเงิน เพื่อให้สามารถติดตามเส้นทางการเคลื่อนย้ายเงินได้อย่างครบวงจร

 

“ที่ผ่านมาเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายอาชญากรรมทางการเงินมักถูกโอนผ่านหลายช่องทาง ทั้งบัญชีธนาคาร สินทรัพย์ดิจิทัล ร้านค้าทองคำ และบริษัทนิติบุคคล ก่อนส่งออกนอกประเทศ ขณะที่แต่ละหน่วยงานต่างถือข้อมูลเฉพาะส่วนของตน ทำให้ไม่มีหน่วยงานใดเห็นเส้นทางเงินทั้งหมด ส่งผลให้การติดตามทรัพย์สินและสกัดกั้นธุรกรรมทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ” ดร.เอกนิติกล่าว

 

ด้าน วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ระบบ CHECKED เป็นการ ต่อยอดแนวคิด Data Bureau โดยเชื่อมโยงข้อมูลสำคัญของผู้ทำธุรกรรม ทั้งข้อมูลตัวตน (Profile) พฤติกรรมการทำธุรกรรม (Behavior) และการเคลื่อนไหวของเงิน (Inflow-Outflow) ระหว่างหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย

 

ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวจะไม่รวบรวมข้อมูลไว้ที่ศูนย์กลาง แต่เป็นการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้สิทธิการเข้าถึงตามกฎหมายและมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้หน่วยงานสามารถตรวจสอบเส้นทางเงินได้รวดเร็วขึ้น จากเดิมที่ต้องประสานขอข้อมูลเป็นรายหน่วยงาน

 

วินิจกล่าวว่า ปัจจุบันแต่ละหน่วยงานมีการเชื่อมโยงข้อมูลบางส่วนอยู่แล้ว แต่ระบบ CHECKED จะช่วยให้การเชื่อมโยงครอบคลุมทุกมิติของธุรกรรมทางการเงิน และเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการยกระดับการกำกับดูแลทางการเงินของไทย รวมถึงสนับสนุนการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Financial Hub

 

เดินหน้าปิด 4 ช่องโหว่เส้นทางเงินผิดกฎหมาย

 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังติดตามความคืบหน้ามาตรการสำคัญ 4 ด้าน เพื่อปิดช่องทางที่มิจฉาชีพและเครือข่ายฟอกเงินนิยมใช้เคลื่อนย้ายทรัพย์สิน ได้แก่

 

  • คุมเข้มธุรกรรมร้านทอง

 

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดให้ร้านทองรายใหญ่ที่ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์รายงานธุรกรรมที่ชำระเป็นเงินบาท พร้อมให้สถาบันการเงินเพิ่มการตรวจสอบลูกค้าที่ซื้อทองคำในปริมาณผิดปกติ เพื่อป้องกันการใช้ทองคำเป็นช่องทางฟอกเงิน

 

  • ยกระดับการกำกับสินทรัพย์ดิจิทัล

 

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เดินหน้าบังคับใช้หลักเกณฑ์ Travel Rule ให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้โอนและผู้รับทุกครั้ง เพื่อให้สามารถติดตามเส้นทางสินทรัพย์ดิจิทัลได้ตามมาตรฐานสากล

 

  • เร่งรายงานธุรกรรมต้องสงสัย

 

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ผลักดันให้ผู้ประกอบธุรกิจรายงานธุรกรรมต้องสงสัยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและอายัดเส้นทางเงินได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

 

  • ตรวจเข้มบริษัทนอมินี

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบริษัทที่มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเข้าข่ายเป็นนอมินี เพื่อป้องกันการใช้บริษัทบังหน้าในการฟอกเงินหรือเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมายออกนอกประเทศ

 

“เมื่อระบบ CHECKED เชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน จะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเห็นเส้นทางเงินได้ครบวงจร เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบธุรกิจและนักลงทุน พร้อมยกระดับมาตรฐานระบบการเงินไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล และรองรับเป้าหมายการพัฒนาประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค (Financial Hub) ในระยะยาว” ดร.เอกนิติกล่าว

 

ภาพ: PeopleImages / Shutterstock

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories