พรรคประชาธิปัตย์นำเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ยื่นข้อเสนอ 4 ประการต่อรัฐบาล เพื่อหาทางออกและเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์อุทกภัยก่อนเข้าสู่ฤดูมรสุม
ประเด็นสำคัญ
วันนี้ (15 กรกฎาคม) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยคณะ สส. ของพรรค ได้เข้ายื่นหนังสือข้อเสนอต่อรัฐบาลผ่าน ภราดร ปริศนานันกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเรียนต่อนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาอุทกภัย การเยียวยาประชาชน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
อภิสิทธิ์กล่าวภายหลังการยื่นหนังสือว่า การจัดทำข้อเสนอครั้งนี้สืบเนื่องจากการที่พรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่จัดประชุมสัมมนา สส. ที่อำเภอหาดใหญ่เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีการรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจ เอกชน นักวิชาการ และผู้แทนเยาวชน ซึ่งพบว่าทุกภาคส่วนมีความวิตกกังวลว่าอาจเกิดเหตุการณ์อุทกภัยซ้ำรอยปีที่แล้ว
▪️4 ข้อเสนอแก้น้ำท่วมหาดใหญ่อย่างยั่งยืน
- การเร่งรัดมาตรการฟื้นฟูเยียวยาประชาชนที่ตกหล่น แม้ภาครัฐจะดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาไปแล้วส่วนใหญ่ แต่จากการตรวจสอบพบว่ายังมีประชาชนในจังหวัดสงขลาอีกกว่า 4,000 ราย ที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ โดยในจำนวนนี้มีผู้ยื่นคำร้องอุทธรณ์เนื่องจากติดขัดเงื่อนไขทางกฎหมายและกรอบเวลาอยู่กว่า 1,000 ราย พรรคจึงขอให้ภาครัฐเร่งพิจารณาคำร้องอุทธรณ์เพื่อให้ประชาชนได้รับการเยียวยาอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
- การผ่อนปรนเกณฑ์และขยายเวลาสินเชื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ (Soft Loan) เนื่องจากบรรยากาศการค้าและการท่องเที่ยวในพื้นที่ยังคงซบเซา มาตรการพักชำระดอกเบี้ยระยะเวลา 5 เดือนได้สิ้นสุดลง และการพักชำระเงินต้น 1 ปี กำลังจะครบกำหนดในช่วงปลายปีซึ่งตรงกับฤดูมรสุม สภาวะนี้อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมและเอสเอ็มอี (SMEs)
พรรคเสนอให้รัฐบาลประสานกับธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์ เพื่อผ่อนปรนหลักเกณฑ์เครดิตบูโร และพิจารณาขยายเวลาพักชำระหนี้ รวมถึงขยายมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
- การสนับสนุนงบประมาณเร่งด่วนแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปัจจุบันเทศบาลนครหาดใหญ่มีภารกิจขุดลอกคูคลองระบายน้ำอีกกว่า 100 กิโลเมตร และซ่อมแซมยานพาหนะ เครื่องจักร ตลอดจนระบบระบายน้ำที่เสียหายจากปี 2568 ซึ่งต้องใช้งบประมาณราว 270 ล้านบาท แต่ทางเทศบาลไม่มีงบประมาณหรือเงินสะสมเพียงพอ
พรรคจึงขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบกลาง เพื่อให้ส่วนท้องถิ่นจัดซื้อเครื่องสูบน้ำและเร่งรัดงานขุดลอกคลองสายหลักให้แล้วเสร็จทันท่วงทีก่อนฤดูฝน
- การบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมกับการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน พรรคเสนอแนะว่า แผนพัฒนาโครงข่ายถนนในภาคใต้ของกระทรวงคมนาคม เช่น โครงการถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ ควรได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับทิศทางการไหลของกระแสน้ำ และคำนึงถึงมิติการระบายน้ำยามเกิดวิกฤต เพื่อป้องกันไม่ให้โครงสร้างใหม่กลายเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ
▪️เสริมระบบเตือนภัย-ตั้งผู้ว่าฯ ประธานบูรณาการยามวิกฤต
นอกจาก 4 ข้อเสนอดังกล่าว อภิสิทธิ์ยังได้เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญอีก 2 เรื่อง คือ
- การพัฒนาระบบการเตือนภัยและการเตรียมพร้อมในปัจจุบัน ซึ่งยังพบว่าประชาชนจำนวนมากไม่ทราบระบบการอพยพหรือแหล่งพักพิงที่ชัดเจนเมื่อเกิดเหตุอุทกภัย ทุกภาคส่วนในพื้นที่เห็นตรงกันว่าควรให้จังหวัดเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดการระบบเหล่านี้
รวมถึงการเร่งรัดจัดทำประชาสัมพันธ์เส้นทางอพยพและระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ศึกษาไว้ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน
- การบริหารจัดการวิกฤตการณ์ แม้หาดใหญ่จะมีเครื่องมือระบายน้ำที่พร้อมที่สุดในภาคใต้ แต่ปัญหาในอดีตเกิดจากการขาดการบูรณาการและการบริหารจัดการที่เป็นเอกภาพ จึงเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานหลักในการบัญชาการเหตุการณ์ และให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในพื้นที่
สำหรับประเด็นเรื่องงบกลาง อภิสิทธิ์เสนอว่า นอกจากโครงสร้างพื้นฐานของกรมชลประทานที่นายกรัฐมนตรีอนุมัติไปแล้ว 99.5 ล้านบาท ควรมีการรวบรวมพื้นที่ที่ยังตกหล่นและนำข้อมูลมาตรวจสอบให้สมบูรณ์ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่ครอบคลุมและสร้างความสบายใจให้กับทุกฝ่าย


