วันนี้ (14 กรกฎาคม) วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ไม่กังวลสถานการณ์ความขัดแย้งที่ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งมองว่า สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องระยะสั้นและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พร้อมย้ำว่า ธปท.กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
“วันนี้ เราก็ยังติดตามสถานการณ์ และไม่ได้กังวลอะไรมากจนเกินไป” วิทัยกล่าว
กระนั้น วิทัยยังกล่าวต่อว่า แต่ถ้าราคาน้ำมันกลับมาขึ้นสูงมากอีกครั้งและทอดยาวก็อาจจะส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ (GDP) ได้
การตอบคำถามดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งจดหมายหารัฐสภาสหรัฐฯ ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเริ่มใช้กำลังทหารต่ออิหร่านอีกครั้ง นับแต่วันที่ 7 กรกฏาคม เป็นต้นไป
วิทัยยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีที่ทรัมป์ประกาศเก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซในอัตรา 20% ของราคาสินค้าที่ขนผ่าน ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายการรักษาความสงบของเส้นทาง พร้อมตั้งสหรัฐฯ เป็นผู้พิทักษ์ช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า การประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ยังเร็วเกินไปเช่นกัน
พร้อมทั้งระบุอีกว่า หลังเกิดสถานการณ์ ค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับภูมิภาค โดยอ่อนค่าราว 5-6% นับจากต้นปี (YTD) ซึ่งการอ่อนค่าดังกล่าวก็สามารถสนับสนุนการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทยได้อยู่

