×

กัมพูชาเอาจริง กวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ครั้งใหญ่ แรงงานต่างชาติเคว้งนับพันกลางกรุงพนมเปญ ทางการย้ำต้องเร่งกู้ภาพลักษณ์ประเทศ

24.01.2026
  • LOADING...
ภาพแรงงานต่างชาติรอความช่วยเหลือหลังกัมพูชากวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ในกรุงพนมเปญ

กรุงพนมเปญกำลังเผชิญกับคลื่นการอพยพครั้งใหญ่ของชาวต่างชาติจำนวนหลายพันคน ที่หลั่งไหลเข้ามายังเมืองหลวงหลังจากที่รัฐบาลกัมพูชาเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมและธุรกิจสีเทาอย่างเข้มข้น

 

แรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากบริษัท ‘สแกมเมอร์’ (Scammer) ที่แตกตื่นจากการจับกุมบุคคลระดับสูงและแรงกดดันมหาศาลจากนานาชาติ แต่สิ่งที่ตามมาคือวิกฤตด้านมนุษยธรรม เมื่อหน่วยงานต่อต้านการค้ามนุษย์ออกมาเตือนว่า ผู้คนจำนวนมากกำลังตกอยู่ในสถานะ ‘สุญญากาศ’ ที่เปราะบางและไร้ทางไป

 

รัฐบาลกัมพูชาได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าต้องการ “กำจัดธุรกิจสแกมเมอร์ให้สิ้นซาก” เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งเปิดเผยกับ Nikkei Asia ถึงบรรยากาศการประชุมคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการพิเศษเพื่อปราบปรามธุรกิจนี้ที่กินเวลานานถึง 4 ชั่วโมง สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังในระดับนโยบาย

 

Sun Chanthol รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยอมรับในการให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าชื่อเสียงของกัมพูชาได้รับความเสียหายอย่างหนักจากอุตสาหกรรมนี้ โดย “เราจำเป็นต้องกอบกู้ภาพลักษณ์ของเราคืนมา เพราะในฐานะประเทศ เราไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากธุรกิจสแกมเมอร์เหล่านี้” เขากล่าว

 

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมและเนรเทศ Chen Zhi นักธุรกิจชาวกัมพูชาเชื้อสายจีน ประธานกลุ่ม Prince Group กลับไปยังประเทศจีน โดยอัยการสหรัฐฯ กล่าวหาว่ากลุ่มธุรกิจนี้เป็นฉากหน้าของจักรวรรดิอาชญากรรมขนาดใหญ่

 

Chen Zhi เคยมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาให้กับ Hun Sen ประธานวุฒิสภา ซึ่งการจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่จีนได้กดดันให้กัมพูชาจัดการกับกลุ่มมิจฉาชีพอย่างเด็ดขาดมานานหลายเดือน

 

Wang Wenbin เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า เขาเพิ่งหารือกับ Prak Sokhonn รัฐมนตรีต่างประเทศและรองนายกรัฐมนตรี โดยหยิบยกประเด็นที่มีพลเมืองจีนจำนวนมากสูญหายในกัมพูชาเพราะธุรกิจสแกมเมอร์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ “ไม่สอดคล้องกับมิตรภาพดั้งเดิมระหว่างจีนและกัมพูชา”

 

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการปราบปรามทำให้แรงงานต่างชาติจำนวนมากตกค้าง โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานจากประเทศในแถบแอฟริกา ซึ่งหลายประเทศไม่มีสถานทูตประจำในกรุงพนมเปญ พวกเขาไปรวมตัวกันที่สำนักงานองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ของสหประชาชาติ เพื่อขอคำแนะนำในการเดินทางออกจากประเทศ

 

ชายชาวอูกันดารายหนึ่งเล่าด้วยความกังวลว่า พวกเขาได้รับแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ IOM จะไม่อยู่เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และไม่มีการตอบกลับทั้งทางโทรศัพท์ ข้อความ หรืออีเมล ขณะที่ Deepika Nath โฆษกสำนักงานภูมิภาคของ IOM ระบุเพียงสั้นๆ ว่ารับทราบสถานการณ์และกำลังติดตามเรื่องนี้อยู่

 

Touch Sokhak โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ยืนยันว่ากัมพูชาจะเดินหน้าปราบปรามต่อไป โดยอธิบายถึงความตื่นตระหนกของแรงงานต่างชาติว่า “เกิดจากการแพร่กระจายข้อมูลปากต่อปากว่า ทางการกัมพูชาจะกวาดล้างหรือจับกุมแบบไม่เลือกหน้าเพื่อลงโทษ นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาหวาดกลัวและพยายามออกมาขอความช่วยเหลือ โดยเฉพาะจากสถานทูต”

 

เขากล่าวเสริมถึงมาตรการจัดการว่า ผู้ที่ ‘อยู่เกินกำหนดวีซ่า’ (Overstay) โดยเจตนาจะถูกปรับเต็มจำนวน แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีเงินหรือถูกขัดขวางไม่ให้เดินทางกลับ จะได้รับ ‘การพิจารณาเป็นพิเศษ’ โดยรัฐบาลหวังว่าจะปรับปรุงที่พักชั่วคราว

 

สำหรับชาวต่างชาติที่เป็นเหยื่อหรือติดค้างอยู่ แต่ก็ยอมรับว่า “หากประเทศอื่นๆ ช่วยสนับสนุนงบประมาณด้านที่พักหรือสถานที่ปลอดภัย จะเป็นเรื่องที่ดียิ่งขึ้น”

 

สำหรับการเดินทางกลับโดยได้รับการยกเว้นค่าปรับวีซ่า Touch Sokhak แนะนำว่าชาวต่างชาติต้องติดต่อสถานทูตของตนก่อน แล้วจึงประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา

 

ทว่าในทางปฏิบัติ Li ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ ชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคใหญ่หลวง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มาจากประเทศในแอฟริกา เนื่องจากสถานทูตส่วนใหญ่อยู่ในมาเลเซียหรือจีน

 

“ทุกๆ รายละเอียดเล็กน้อยกลายเป็นปัญหาใหญ่สะสม ตั้งแต่ความยากลำบากในการติดต่อให้ถูกคน การขอเอกสาร หรือแม้กระทั่งพวกเขาไม่มีที่อยู่สำหรับรับเอกสารการเดินทางด้วยซ้ำ แล้วพวกเขาจะทำอย่างไรได้บ้าง” เธอกล่าวทิ้งท้ายถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงนี้

 

ภาพ : Magdalena Chodownik/Anadolu via Getty Images

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising