×

ทุนข้ามชาติยึดหัวหาด E-Commerce ขึ้นค่าธรรมเนียม 15-25% แถมปิดกั้นข้อมูล ภาวุธจี้รัฐดัน Open Platform ทวงคืนข้อมูลลูกค้า

30.11.2025
  • LOADING...
ทุนข้ามชาติยึดหัวหาด E-Commerce ขึ้นค่าธรรมเนียม 15-25% แถมปิดกั้นข้อมูล ภาวุธจี้รัฐดัน Open Platform ทวงคืนข้อมูลลูกค้า

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2025 ที่ยังคงมีความเปราะบาง โดยมีการคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไว้เพียง 1.8-2.2% ซึ่งสะท้อนถึงกำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ CEO Pay Solutions ได้สะท้อนมุมมองว่าความท้าทายที่น่ากังวลกว่าปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้น คือสถานการณ์ตลาด E-Marketplace ไทยที่กำลังถูกครอบงำโดยแพลตฟอร์มต่างชาติ

 

ภาวุธ ชี้ให้เห็นว่าความท้าทายหลักคือการที่แพลตฟอร์มต่างชาติยังคงสยายปีกและมีอำนาจที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องค่าบริการที่เติบโตขึ้นถึง 15-25% ซึ่งสร้างผลกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนของผู้ประกอบการอย่างหนัก ยกตัวอย่างเช่น ผู้ขายที่มียอดขายผ่านแพลตฟอร์ม 17 ล้านบาทต่อเดือน อาจต้องจ่ายค่าบริการสูงถึง 8 ล้านบาท หรือคิดเป็นราว 35% ของยอดขาย

 

นอกจากเรื่องต้นทุน ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ ‘Data Ownership’ หรือความเป็นเจ้าของข้อมูล เมื่อแพลตฟอร์มต่างชาติอย่าง Shopee และ TikTok ใช้นโยบายปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลลูกค้า ทั้งชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ ทำให้ร้านค้าไม่สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์หรือทำ CRM เพื่อสร้างฐานลูกค้าประจำของตัวเองได้อีกต่อไป ต้องพึ่งพาแต่แพลตฟอร์มเท่านั้น

 

ภาวุธ เปิดเผยว่าขณะนี้กำลังทำงานร่วมกับคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เพื่อผลักดันให้มีการเปิดเผยข้อมูลลูกค้าออกมาและสนับสนุนนโยบาย ‘Open Platform’ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเก็บข้อมูลและนำไปต่อยอดธุรกิจในการขายออเดอร์ที่ 2 และ 3 ได้เอง แทนที่จะต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติเพียงอย่างเดียวตลอดไป

 

ในมิติของการแข่งขัน หากมีแพลตฟอร์มใหม่อย่าง Taobao เข้ามาทำตลาดเพิ่ม จะยิ่งสร้างความท้าทายหนักขึ้น เพราะปัจจุบันสินค้าจีนจำนวนมหาศาลได้ไหลเข้ามาผ่าน Lazada, Shopee และ TikTok เรียบร้อยแล้ว โดยแพลตฟอร์มเหล่านี้มีระบบนิเวศที่ครบวงจร ทั้งระบบขนส่ง ระบบชำระเงิน และคลังสินค้าเป็นของตนเอง

 

สิ่งที่น่ากังวลคือการที่แพลตฟอร์มต่างชาติกำลังสร้างระบบนิเวศของตนเองเบ็ดเสร็จในประเทศไทย เช่น TikTok ที่พยายามทำระบบขนส่งและระบบรับชำระเงินเอง ซึ่งกลไกนี้จะดูดผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ในระบบและดึงเม็ดเงินออกนอกประเทศ ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยลดลงในระยะยาวและเสียอธิปไตยทางข้อมูล

 

อกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับบริการ ‘Buy Now Pay Later’ (BNPL) หรือซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ที่กำลังขยายตัวเข้าสู่กลุ่มเป้าหมายที่เปราะบาง เช่น การเข้าสู่ตลาดเกมโชว์ ซึ่งอาจสร้างพฤติกรรมการใช้เงินที่ไม่เหมาะสมให้กับเยาวชน ทำให้เด็กสามารถเข้าถึงสินเชื่อและก่อหนี้ได้ง่ายเกินความจำเป็นและขาดการควบคุม

 

ความท้าทายในภาพรวมยังรวมถึงกฎระเบียบของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจส่งผลให้การประมวลผลข้อมูลการเงินไม่จำเป็นต้องอยู่ในประเทศไทย รวมถึงการที่ภาครัฐยังไม่มีหน่วยงานหลักที่เข้าใจบริบทของเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างแท้จริง ทำให้การกำกับดูแลและการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยยังไม่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก

 

จากสถานการณ์ดังกล่าว ภาวุธ จึงแนะกลยุทธ์ว่าผู้ประกอบการควรใช้ Marketplace เป็นเพียงช่องทางในการ ‘สร้างลูกค้าใหม่’ เท่านั้น แต่ต้องพยายามสร้าง ‘Owned Channel’ หรือช่องทางของตนเอง เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าและสร้างกลยุทธ์ O2O (Online to Offline) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการรักษาลูกค้าและลดต้นทุนระยะยาว

 

อย่างไรก็ตามแม้จะเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่ Pay Solutions คาดว่าจะสามารถปิดปี 2025 ด้วยยอดธุรกรรมรวมทะลุ 10,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 100% สวนกระแสเศรษฐกิจ โดยปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการเติบโตของธุรกรรมในฝั่งออฟไลน์ที่สูงถึง 238% สะท้อนว่าผู้ประกอบการเริ่มกลับมาลงทุนหน้าร้านควบคู่กับออนไลน์เพื่อกระจายความเสี่ยง

 

ข้อมูลพฤติกรรมการชำระเงินยังชี้ให้เห็นว่า PromptPay ได้ก้าวขึ้นมาเป็นช่องทางหลักแซงหน้าบัตรเครดิต โดยมีสัดส่วนการใช้งานสูงถึง 52.6% ของธุรกรรมทั้งหมด ขณะเดียวกัน เม็ดเงินจากต่างประเทศก็เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยมียอดธุรกรรมจากบัตรเครดิตต่างชาติสูงถึง 1,200 ล้านบาท โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว

สำหรับทิศทางในปี 2026 Pay Solutions มุ่งเป้าที่จะยกระดับสู่การเป็น ‘Payment Infrastructure’ ของประเทศ โดยไม่ได้มองแค่การเป็นระบบรับจ่ายเงิน แต่ต้องการเชื่อมโยงระบบนิเวศทางธุรกิจทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทั้งระบบบัญชี ภาษี และการขนส่ง เพื่อช่วยลดภาระและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้ผู้ประกอบการไทย

 

โดยเตรียมเปิดตัว ‘Super EDC’ เครื่องรูดบัตรอัจฉริยะที่รวมระบบจัดการหน้าร้านและการรับชำระเงินไว้ในเครื่องเดียว เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัว และนำเทคโนโลยี AI มาช่วยลดขั้นตอนการทำงานในทุกแผนก ตั้งแต่การขาย, บัญชี ไปจนถึงกราฟิก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรให้สูงสุด

 

ภาวุธ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ในวันที่กำลังซื้อภายในประเทศยังชะลอตัว การดึงเม็ดเงินจากต่างชาติและการเปิดรับช่องทางการชำระเงินจากทั่วโลกคือทางรอดของธุรกิจไทย” โดย Pay Solutions พร้อมที่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้ธุรกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางการแข่งขันระดับโลก

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising