×

เจาะรายละเอียด แบงก์ชาติจ่อกำกับ Buy Now Pay Later ตลาดสินเชื่อใหม่โตแรง มูลค่าหมื่นล้าน

03.06.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบคำว่า Buy Now Pay Later บนบล็อกไม้ พร้อมโลโก้ธนาคารแห่งประเทศไทย และข้อความเกี่ยวกับตลาดสินเชื่อที่กำลังเติบโต

แบงก์ชาติวางเกณฑ์กำกับสินเชื่อ Buy Now Pay Later (BNPL) เช่น กำหนดอายุผู้ใช้ ประเภทสินค้า เพดานดอกเบี้ย คาดเริ่มบังคับใช้ปลายปี 2569 นี้ หลังขนาด BNPL ในไทยทะลุ 1.79 หมื่นล้านบาท ส่วนบัญชีผู้ใช้ทะลุ 4.91 ล้านบัญชี โตเฉลี่ย 99.9% ต่อปี ห่วงบ่มเพาะนิสัยการบริโภคตอนไม่มีเงิน โดยเฉพาะกลุ่มลูกหนี้ที่นักศึกษาและ First Jobber ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายได้น้อย แต่กลับมีอัตราการค้างชำระหนี้ (NPL) สูงกว่ากลุ่มอื่น

 

ในงาน ‘Governor Connect: ผู้ว่าการพบสื่อมวลชน’ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า กำกับดูแลสินเชื่อ Buy Now Pay Later (BNPL) หลังจากเทรนด์การเติบโตอย่างเร็วของสินเชื่อประเภทดังกล่าว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้มีอายุน้อยต่ำกว่า 30 ปี พร้อมแสดงความกังวลต่อลูกหนี้กลุ่ม ‘นักศึกษาและ First jobber’ ที่มีอัตราค้างชำระหนี้ ‘มากกว่า’ กลุ่มอื่นๆ

 

แบงก์ชาติเปิดข้อมูล BNPL ในไทย

 

จากการรวบรวมข้อมูลจากผู้ให้บริการ BNPL รายใหญ่ 6-8 ราย พบว่า

 

มูลค่าสินเชื่อ BNPL อยู่ที่ 17,908 ล้านบาทในปี 2567 ขยายตัว 38% จากปีก่อน ขณะที่จำนวนบัญชีเพิ่มจากประมาณ 6.2 แสนบัญชี ในปี 2564 เป็นเกือบ 4.91 ล้านบัญชี ในปี 2567 คิดเป็นการขยายตัวเฉลี่ย 99.9% ต่อปี สำหรับจำนวนผู้ใช้งาน BNPL ในปี 2568 ผู้ว่าการธปท.คาดว่า จะทะลุ 5-6 รายไปแล้ว

 

“ผมว่าปี 2568 จำนวนผู้ใช้จะไปอยู่ที่ 5-6 ล้านราย น่าจะขึ้นเร็วมาก จากค่าเฉลี่ยการเติบโต 99.9% ต่อปี แล้วก็ปริมาณการซื้อก็โต 38% ต่อปี มหาศาลจริงๆ เด็กอายุน้อย First jobber ก็เลยเป็น NPL เร็วมาก อันนี้ต้อง ต้องระวัง”

 

แบงก์ชาติยังระบุว่า ข้อมูล ‘จำนวนผู้ใช้’ BNPL รวบรวมจากผู้ประกอบการ BNPL รายใหญ่จำนวน 6 ราย แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อ ขณะที่มูลค่าสินเชื่อ BNPL รวบรวมจากงบการเงินของผู้ประกอบการ BNPL รายใหญ่จำนวน 8 ราย แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อเช่นเดียวกัน

 

ภาพประกอบคำว่า Buy Now Pay Later บนบล็อกไม้ พร้อมโลโก้ธนาคารแห่งประเทศไทย และข้อความเกี่ยวกับตลาดสินเชื่อที่กำลังเติบโต 1

 

จับตาจำนวนผู้ใช้ BNPL ในไทยอาจสูงกว่าที่แบงก์ชาติคิด

 

ทั้งนี้ ตามข้อมูลจากรายงาน How Southeast Asia Buys and Pays 2026: Unlocking SMEs’ Potential โดย IDC และ 2C2P ระบุว่า ในประเทศไทย ผู้ให้บริการ BNPL ที่โดดเด่น ได้แก่ Atome, TrueMoney Next และ SPayLater

 

โดยรายงานยังระบุว่า BNPL เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยได้ประมาณ 5 ปี แล้ว โดยในปี 2568 พบว่า มีผู้ใช้งาน BNPL ในไทยจำนวน 7.0 ล้านคน สำหรับความเร็วในการเติบโตพบว่า ตลาดไทยใช้เวลาเฉลี่ย 8.6 เดือน ในการเพิ่มผู้ใช้งานใหม่ทุกๆ 1 ล้านคน

 

สำหรับส่วนแบ่งการตลาดและมูลค่าธุรกรรมอีคอมเมิร์ซ (Market Share & Gross Transaction Value) BNPL ในไทย ระบุว่า ในปี 2024 BNPL มีส่วนแบ่ง 4% จากมูลค่าธุรกรรมรวม 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในปี 2026 คาดการณ์ว่า BNPL จะมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 5% จากมูลค่าธุรกรรมรวมที่คาดว่าจะโตขึ้นเป็น 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนปี 2029 คาดการณ์ว่า BNPL จะมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นถึง 7% จากมูลค่าธุรกรรมรวมที่ 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ภาพประกอบคำว่า Buy Now Pay Later บนบล็อกไม้ พร้อมโลโก้ธนาคารแห่งประเทศไทย และข้อความเกี่ยวกับตลาดสินเชื่อที่กำลังเติบโต 2

 

BNPL ในไทยใช้ไลเซนส์อะไรให้ถูกกฎหมาย แบงก์ชาติดูแลได้แค่ไหน?

 

ผู้ว่าการธปท.กล่าวต่อว่า ในระบบนิเวศ Buy Now Pay Later ในไทยจะครอบคลุมผู้ประกอบการอยู่ 2 แบบ ได้แก่ (1.) ผู้ใช้ใบอนุญาตให้สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล (Digital P-Loan) ที่ธปท.ดูแลอยู่ ซึ่งการปล่อยสินเชื่อประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์รายได้ แต่ต้องใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) โดยปล่อยสินเชื่อได้ไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 25% (2.) ผู้ประกอบการที่ปล่อยสินเชื่อทั่วไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์ ดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี

 

ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 654 ได้วางหลักกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินไว้ว่า “ห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี”

 

“ผู้ประกอบการ Buy Now Pay Later มักจะใช้ใบอนุญาต Digital P-loan ที่แบงก์ชาติควบคุมอยู่ พร้อมตั้งอีกบริษัทขนานกันมาทำสินเชื่อโดยใช้ประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์ ถามว่าทำไม เพราะว่า ปล่อยได้มากกว่า 20,000 บาทเท่าไหร่ก็ได้ แต่ดอกเบี้ยต้องไม่เกิน 15% ดังนั้น สิ่งที่เราจะเข้าไปกำกับ ไม่ใช่ Online Platform แต่กำกับบริษัทที่ปล่อยสินเชื่อ 2 ประเภทนี้” วิทัยกล่าว

 

ภาพประกอบคำว่า Buy Now Pay Later บนบล็อกไม้ พร้อมโลโก้ธนาคารแห่งประเทศไทย และข้อความเกี่ยวกับตลาดสินเชื่อที่กำลังเติบโต 3

 

แบงก์ชาติเตรียมกำกับอะไร? เริ่มเมื่อไหร่?

 

วิทัยกล่าวต่อว่า การใช้สินเชื่อ BNPL ที่ใช้งานได้ง่าย แต่บางครั้งผู้บริโภคอาจได้รับวงเงินและการผ่อนจ่ายไม่รู้ตัว ซึ่งหากไม่จัดการให้ดี จะเสี่ยงทำให้ผู้บริโภคเป็นหนี้เร็วและก่อหนี้โดยไม่จำเป็นหรือไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกลุ่มอายุน้อยและรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีหนี้และเป็น NPL สูงอยู่แล้ว

 

“บางคนซื้อของโดยใช้วงเงิน BNPL ด้วยไม่รู้ตัวด้วย นอกจากจะไม่รู้ตัวว่า ได้วงเงิน แพลตฟอร์มยัง opt-in เลือกจ่ายแบบใช้วงเงิน BNPL ทันที ถ้าไม่คลิกออก กลายเป็นว่า ผู้ใช้ได้ใช้วงเงินสินเชื่อไปเลย จุดนี้ผมไม่สบายใจต้องเข้าไปดู”

 

เพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว ธปท. อยู่ระหว่างพิจารณาเข้าไปกำกับ และวางกติกาเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการ ตัวอย่างเช่น

 

  • คุณสมบัติผู้ใช้บริการ เช่น กำหนดอายุขั้นต่ำ
  • ขอบเขตการให้บริการ เช่น กำหนดประเภทสินค้า/มูลค่าสินค้าขั้นต่ำ
  • เพดานดอกเบี้ย เช่น อัตราดอกเบี้ยสูงสุด

 

รวมไปถึง แนวทางการให้ข้อมูลลูกค้าและเสนอสินเชื่อ เช่น ต้องให้ข้อมูลต้องครบถ้วน เข้าใจง่าย ไม่กระตุ้นให้กู้ยืม ต้องไม่มีกรณีลูกค้าได้รับวงเงิน สินเชื่อโดยไม่รู้ตัว และต้องไม่ให้ลูกค้าชำระ BNPL โดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ ธปท.อาจจะวางกติกาให้ผู้ประกอบการประเมินศักยภาพการชำระคืน เช่น การผ่อนชำระสินค้ามูลค่าสูงต้องวิเคราะห์ความเสี่ยงมากขึ้น

 

“สินค้าหลายอย่างไม่ควรจะ Buy Now Pay Later ได้ เช่น ชานม 106 บาท บางคนบอกผม กินข้าวมันไก่ 50 กว่าบาท กินเสร็จผ่อนต่อไปอีก 4 เดือน อันนี้คงชัดว่า จริงๆ ก็ไม่จำเป็นในการสร้างนิสัยการบริโภคตอนไม่มีเงิน นับเป็นสร้างหนี้เร็วเกินไป แล้วดอกเบี้ยก็แพง” วิทัยกล่าว

 

โดยผู้ว่าการธปท. คาดว่าจะเห็นแนวทางกำกับ BNPL ที่ชัดเจนภายใน ต.ค.–พ.ย. ปีนี้ ก่อนจะเริ่มมีผลกำกับได้ภายในสิ้นปีนี้ ผ่านการออกประกาศของธปท.

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories