สหรัฐอเมริกากำลังส่งทหารเพิ่มเติมไปยังตะวันออกกลางอีกกว่า 10,000 นายภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ โดยแบ่งเป็นกองกำลังประมาณ 6,000 นายที่เดินทางมากับเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George HW Bush และอีก 4,200 นายจากกลุ่ม Boxer Amphibious Ready Group ซึ่งรวมถึงนาวิกโยธินกว่า 800 นาย เฮลิคอปเตอร์ และเรือลากจูง
การมาถึงของเรือ USS George HW Bush จะทำให้สหรัฐฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบินในภูมิภาคนี้รวมเป็น 3 ลำ สมทบกับ USS Abraham Lincoln และ USS Gerald Ford ซึ่งก่อนหน้านี้มีทหารสหรัฐฯ เข้าไปเกี่ยวข้องในสงครามกับอิหร่านซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ แล้วราว 50,000 นาย
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศว่าได้ดำเนินการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตัดขาดการค้าทางทะเล แม้ข้อมูลการติดตามการเดินเรือจะชี้ว่า ยังมีเรือบางลำเล็ดลอดออกจากท่าเรืออิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปได้ก็ตาม
ส่วนสถานะการเจรจาและข้อตกลงหยุดยิงขณะนี้นั้น การเจรจารอบแรกที่ประเทศปากีสถาน ‘ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงยุติสงครามได้’ แต่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ ‘ยังคงมีผลอยู่’ และจะสิ้นสุดลงในวันที่ 22 เมษายน โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า อาจมีการเจรจารอบใหม่ในปากีสถานอีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้
นักวิเคราะห์มองว่า การส่งทหารเข้ามาเพิ่มเติมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สหรัฐฯ มีอำนาจต่อรองในการเจรจาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมสำหรับการโจมตีหรือปฏิบัติการทางภาคพื้นดินเพิ่มเติมหากจำเป็น
แฟ้มภาพ: Mass Communication Specialist 3rd Class John R. Farren
อ้างอิง:
- https://www.aljazeera.com/news/2026/4/15/us-sending-10000-more-troops-to-middle-east-despite-iran-ceasefire
- https://www.washingtonpost.com/national-security/2026/04/15/us-troops-iran-blockade/
- https://www.timesofisrael.com/liveblog_entry/thousands-more-us-troops-head-to-region-with-7-days-left-in-us-iran-ceasefire-report/


