จับตาเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ หลัง เรเบกา กรินสแปน อดีตรองประธานาธิบดีคอสตาริกา และเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ขึ้นเป็นตัวเต็งในการชิงตำแหน่ง โดยได้รับคะแนนสนับสนุนสูงสุดในการลงคะแนนแบบไม่เป็นทางการรอบแรกของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC)
ประเด็นสำคัญ
จับตาเลขา UN คนใหม่ ‘กรินสแปน’ เต็งหนึ่ง แต่คู่แข่งยังมีโอกาสแซง
วันนี้ (31 กรกฎาคม) Reuters รายงานว่า 15 ประเทศใน UNSC ลงคะแนนโหวตเลขาธิการ UN คนใหม่แบบไม่ผูกพัน (Straw Poll) โดยปรากฏว่า กรินสแปนได้รับคะแนนสนับสนุนมากที่สุดในบรรดาผู้สมัครทั้งหมดถึง 10 เสียง ตามมาด้วย แคโรลีน โรดริเกซ-เบอร์เคตต์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศกายอานาที่ได้ 9 เสียง และราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) จากอาร์เจนตินาที่ได้ 7 เสียง
ตามรายงาน ในการลงคะแนนรอบแรก กรินสแปนได้รับคะแนนไม่สนับสนุน 1 เสียง และไม่มีความเห็น 4 เสียง ส่วนโรดริเกซ-เบอร์เคตต์ได้รับคะแนนไม่สนับสนุน 2 เสียง และไม่มีความเห็น 4 เสียง ขณะที่กรอสซีได้รับคะแนนไม่สนับสนุน 2 เสียง และไม่มีความเห็น 6 เสียง
ส่วนผู้สมัครรายอื่น ได้แก่ มิเชล บาเชเลต์ อดีตประธานาธิบดีชิลี ได้รับคะแนนสนับสนุน 6 เสียง ไม่สนับสนุน 5 เสียง และไม่มีความเห็น 4 เสียง ขณะที่ มักกี ซาลล์ อดีตประธานาธิบดีเซเนกัล ได้รับคะแนนสนับสนุน 6 เสียง ไม่สนับสนุน 7 เสียง และไม่มีความเห็น 2 เสียง
ผู้เข้าสมัครอีกคนอย่าง มาเรีย เฟอร์นันดา เอสปิโนซา อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศเอกวาดอร์ ได้รับคะแนนสนับสนุน 5 เสียง ไม่สนับสนุน 2 เสียง และไม่มีความเห็น 8 เสียง เช่นเดียวกับ โอลารา โอตุนนู นักการทูตยูกันดา ซึ่งเพิ่งเข้าสู่การแข่งขันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังได้รับคะแนนสนับสนุน 2 เสียง ไม่สนับสนุน 5 เสียง และไม่มีความเห็น 8 เสียง
อย่างไรก็ตาม การลงคะแนนครั้งนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่า คะแนนไม่สนับสนุนมาจากไหนบ้าง รวมถึงท่าทีของ ‘กลุ่ม P5’ หรือประเทศสมาชิกถาวรใน UNSC ได้แก่ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกาที่มีสิทธิออกมติยับยั้ง (Veto) การคัดเลือกได้
ทั้งนี้ นักการทูตที่ไม่เปิดเผยตัวตน 2 คนระบุว่า ผลการลงคะแนนครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับกรินสแปน โดยเฉพาะหากคะแนนไม่สนับสนุน 1 เสียงไม่ได้มาจากหนึ่งในประเทศสมาชิกถาวร ขณะที่ โรดริเกซ-เบอร์เคตต์ถูกมองว่า เป็นผู้สมัครที่ทำผลงานได้เหนือความคาดหมาย และหากคะแนนไม่สนับสนุนทั้ง 2 เสียงไม่ได้มาจากประเทศสมาชิกถาวร เธอก็ยังมีโอกาสแซงขึ้นมาเป็นตัวเต็งได้
คาดลงคะแนนอีกหลายรอบ
ตามกระบวนการ การโหวตจะดำเนินต่อไปอีกหลายรอบ โดยสมาชิก UNSC ลงคะแนนลับต่อผู้สมัครแต่ละคน ซึ่งคาดว่า อาจดำเนินต่อไปในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า และได้ข้อสรุปในช่วงปลายเดือนกันยายน-ต้นเดือนตุลาคม แต่หากยังไม่สามารถหาผู้สมัครที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ กระบวนการอาจยืดเยื้อออกไป
ทั้งนี้ เงื่อนไขสำคัญในการลงคะแนนเสียง คือ ผู้สมัครต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 9 จาก 15 เสียงใน UNSC โดยต้องไม่ถูกสมาชิกถาวรประเทศใดประเทศหนึ่งใช้สิทธิยับยั้ง ก่อนเข้าสู่การรับรองของสมัชชาใหญ่
หากทุกอย่างผ่านตามเงื่อนไข UNSC จะต้องลงมติรับรองผู้สมัคร 1 คน เพื่อเสนอให้ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ซึ่งมีสมาชิก 193 ประเทศ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
ริชาร์ด โกแวน ผู้เชี่ยวชาญด้าน UN จาก International Crisis Group ระบุกับ Reuters ว่า ผลการลงคะแนนรอบแรกสะท้อนว่า กระบวนการคัดเลือกเลขาธิการ UN คนใหม่จะยังไม่จบลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ยังมีโอกาสที่ผู้สมัครรายใหม่จะเข้าร่วมการแข่งขันเพิ่มเติม ก่อนที่กระบวนการคัดเลือกจะเข้าสู่รอบชี้ขาด
รู้จัก ‘เรเบกา กรินสแปน’ ตัวเต็งเลขาธิการ UN จากคอสตาริกา
กรินสแปนถูกจับตามองในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ทั้งในรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ การกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ การทูตในระบบสหประชาชาติ และความร่วมมือพหุภาคีระดับโลก โดยในปี 2021 เธอได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ UNCTAD ถือเป็นผู้หญิงคนแรกที่ขึ้นเป็นผู้นำองค์กรแห่งนี้ นับตั้งแต่การก่อตั้งมากว่า 60 ปี
สำหรับปูมหลัง กรินสแปนเกิดในครอบครัวชาวยิว โดยครอบครัวสามารถเดินทางออกจากยุโรปเพื่อหลบหนีเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวได้สำเร็จ เธอสำเร็จการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคอสตาริกาและมหาวิทยาลัยซัสเซ็กซ์ รวมถึงได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยหลายแห่งในยุโรป
ก่อนหน้านี้ กรินสแปนดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีคอสตาริกา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเคหะ รัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจและสังคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงดำรงตำแหน่งเลขาธิการการประชุมไอบีโร-อเมริกันระหว่างปี 2014-2021 โดยทำหน้าที่ขับเคลื่อนการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศและรัฐบาลในภูมิภาค
สำหรับผลงานโดดเด่น กรินสแปนมีบทบาทสำคัญในการเจรจาเพื่อรับมือกับปัญหาการค้าและการพัฒนาระดับโลก โดยเฉพาะการผลักดันข้อตกลง Black Sea Grain Initiative ระหว่างสหประชาชาติ ตุรกี รัสเซีย และยูเครน
ข้อตกลงดังกล่าวเปิดทางให้ยูเครนสามารถส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำได้อย่างปลอดภัยมากกว่า 32 ล้านตัน ช่วยให้ราคาอาหารโลกปรับตัวลดลง 22% และลดความเสี่ยงที่ประชาชนหลายล้านคนจะเผชิญภาวะขาดแคลนอาหาร
กรินสแปนยังเป็นผู้นำ UN Global Crisis Response Group ซึ่งรับมือกับวิกฤตด้านอาหาร พลังงาน และการเงิน รวมถึงเป็นผู้แทนสหประชาชาติในการประชุมสุดยอด G20
ภารกิจของเลขาธิการ UN คนใหม่
อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการ UN คนปัจจุบัน จะหมดวาระในช่วงสิ้นปี 2026 หลังดำรงตำแหน่งครบ 2 สมัย รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 10 ปี ทำให้การจับตาผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งต่อจากเขาเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงวิกฤตที่ UN กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
สื่อต่างประเทศและผู้เชี่ยวชาญมองว่า เลขาธิการ UN คนใหม่จะต้องเผชิญภารกิจสำคัญในการฟื้นฟูองค์การ หลังเผชิญวิกฤตความน่าเชื่อถือ บทบาทที่ลดลงในเวทีระหว่างประเทศ และแรงกดดันให้ปฏิรูประบบราชการที่ถูกวิจารณ์ว่า มีขนาดใหญ่ ใช้งบประมาณสูง และมีภารกิจซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน
นอกจากนี้ เลขาธิการคนใหม่ยังต้องรับมือกับความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในหลายภูมิภาค และประสานผลประโยชน์ของประเทศสมาชิกที่มีท่าทีแตกต่างกัน โดยเฉพาะมหาอำนาจที่เป็นสมาชิกถาวรของ UNSC
อนึ่ง ไมค์ วอลทซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำ UN ระบุว่า สหรัฐฯ ต้องการเลขาธิการที่สามารถปฏิรูปองค์กรให้มีขนาดกะทัดรัด เหมาะสมกับภารกิจ และกลับมามีบทบาทมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ
ภาพ: Eduardo Munoz / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.reuters.com/world/americas/informal-poll-shows-costa-ricas-grynspan-ahead-race-be-next-un-chief-2026-07-30/
- https://www.aljazeera.com/news/2026/7/30/un-launches-hunt-for-next-chief-amid-rising-challenges
- https://unctad.org/speaker/rebeca-grynspan


