วันนี้ (7 พฤศจิกายน) ธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีมติเตรียมเชิญ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ ว่า การเชิญชี้แจงที่ห้องกรรมาธิการฯ หากเป็นมติร่วมกันย่อมเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่มีความพยายามที่จะเชิญนายกฯ ไปชี้แจงในที่ประชุมสภาฯ ซึ่งไม่เคยมีกรรมาธิการคณะใดดำเนินการในลักษณะที่ก้าวล่วงเช่นนี้มาก่อน
ธนกรระบุว่า การใช้อำนาจดังกล่าวต้องพิจารณาข้อบังคับและขอบเขตอำนาจอย่างเคร่งครัด แม้เชื่อว่านายกฯ พร้อมชี้แจงเสมอ แต่การทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารของฝ่ายค้านต้องตั้งอยู่บนความถูกต้องของกฎหมายและความชอบธรรม ไม่ใช่อาศัยความถูกใจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
นอกจากนี้ การกระทำของคณะกรรมาธิการชุดนี้ยังเป็นการยืนยันความจำเป็นของระเบียบที่ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กำหนดให้ประธานกรรมาธิการฯ ทั้ง 35 คณะ ต้องขอมติจากที่ประชุมก่อนออกหนังสือเชิญบุคคลใดมาชี้แจง เพื่อให้การทำงานของสภาฯ เป็นไปตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ
“ผมไม่อยากให้ฝ่ายค้านลืมว่า อำนาจเชิญบุคคลมาชี้แจงเป็นของกรรมาธิการฯ ทั้งคณะ ไม่ใช่อำนาจส่วนตัวของประธาน หรือกรรมาธิการท่านใดท่านหนึ่งที่จะใช้เรียกใครก็ได้โดยไม่สนใจข้อบังคับ” ธนกรกล่าว
พร้อมกันนี้ ธนกรได้ตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของฝ่ายค้านว่า ที่ผ่านมาฝ่ายค้านมักจะกล่าวหาว่ารัฐบาลเป็นเผด็จการ ไม่รับฟังความเห็นต่าง และใช้อำนาจตามอำเภอใจ แต่สิ่งที่ฝ่ายค้านกำลังทำในขณะนี้เป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าฝ่ายใดกันแน่ที่มีพฤติกรรมใช้อำนาจตามอำเภอใจจนลืมรักษาเกียรติของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเชื่อว่าท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินและให้บทเรียนแก่ฝ่ายค้านเอง

