วันนี้ (7 พฤศจิกายน) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงประเด็นทางการเมืองผ่านรายการ ‘คุยกับนายกฯ อนุทิน’ โดยเฉพาะกระแสวิจารณ์เรื่อง “น้ำเงินกินรวบ” ซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุว่าเป็นเพียงวาทกรรมทางการเมือง พร้อมยืนยันว่าฝ่ายบริหารไม่สามารถควบคุมหรือสั่งการสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้
อนุทินอธิบายว่า รัฐบาลและวุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน รัฐบาลไม่มีสิทธิชี้นำให้ สว. สนับสนุนการออกกฎหมายหรือกำหนดจุดยืนของบุคคลใด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากรัฐบาลควบคุม สว. ได้จริง คงไม่มีภาพ สว. หลายท่านออกมาวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลหรือประธานวุฒิสภา การรู้จักบุคคลในแวดวงการเมืองจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่าจะมีอำนาจสั่งการบุคคลเหล่านั้น
สำหรับการทำงานร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนจากทุกพรรคการเมือง โดยไม่แบ่งแยกฝ่าย รัฐบาลได้รับข้อเสนอจาก สส. พรรคประชาชน
กรณีขอให้เปลี่ยนเสื้อกั๊กวินรถจักรยานยนต์ในจังหวัดชลบุรีกลับเป็นสีส้ม เพื่อความปลอดภัยและทัศนวิสัยบนท้องถนน ซึ่งรัฐบาลได้สั่งการแก้ไขทันทีโดยไม่นำไปผูกโยงกับสีทางการเมือง นอกจากนี้ ยังพร้อมพิจารณาข้อเสนอผลักดันกีฬาสนุกเกอร์และบิลเลียดออกจากข้อจำกัดทางกฎหมายการพนัน หากข้อกฎหมายรัดกุมและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานักกีฬาไทย
ในประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อนุทินยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและไม่ได้ดึงเวลา โดยคณะรัฐมนตรีได้เคลียร์ตารางภารกิจเพื่อรอรับการอภิปรายไว้แล้ว ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมองว่าการอภิปรายควรให้ความสำคัญกับสาระและพยานหลักฐานมากกว่าการช่วงชิงเวลา หากมีหลักฐานว่ารัฐบาลกระทำความผิดจริง สามารถนำข้อเท็จจริงมาแสดงต่อประชาชนได้โดยไม่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐมนตรีทุกคนมีหน้าที่ต้องชี้แจงต่อสภาและประชาชนหากถูกพาดพิงถึงงานในความรับผิดชอบ และตนไม่เชื่อว่าเสียงข้างมากจะช่วยปกป้องรัฐบาลได้ สิ่งที่จะเป็นเกราะคุ้มกันรัฐมนตรีและรัฐบาลคือข้อเท็จจริงและผลงานเท่านั้น การตรวจสอบและถ่วงดุลจึงเป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลต้องเผชิญและชี้แจงให้ชัดเจน โดยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินในสนามการเมือง

