×

‘อนุทิน’ ชูจุดแข็งไทยมั่นคงอาหาร-พลังงาน ยันแจ้งเตือน 72 ชม. ไม่ใช่สัญญาณวิกฤต ดัน B20 ลดนำเข้าน้ำมันหมื่นล้าน พร้อมดึง Google ขยายลงทุน

โดย THE STANDARD TEAM
07.11.2026
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะจัดรายการคุยกับนายกฯ อนุทิน

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยผ่านรายการ ‘คุยกับนายกฯ อนุทิน’ ถึงสถานการณ์ความมั่นคง เศรษฐกิจ และพลังงานในเวทีโลก โดยประเมินว่าประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งเพียงพอในการรับมือกับความผันผวน และสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจได้

 

ประเด็นแรก นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงถึงกระแสข่าวที่ให้ประชาชนเตรียมเสบียง 72 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าไม่ใช่การเตือนภัยว่าประเทศกำลังเข้าสู่ภาวะสงครามหรือเผชิญภาวะอาหารขาดแคลน ประชาชนยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ นโยบายดังกล่าวเป็นเพียงการให้ความสำคัญกับระบบเตือนภัย เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเปราะบางได้อย่างรวดเร็วในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเท่านั้น

 

อนุทินกล่าวต่อว่า เหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์จนกระทบห่วงโซ่อาหารในต่างประเทศ ยิ่งสะท้อนให้เห็นจุดแข็งของไทยในฐานะผู้ผลิตอาหารครบวงจรที่มีแหล่งผลิตกระจายอยู่ทั่วประเทศ ไม่ต้องพึ่งพาระบบศูนย์กลางเพียงช่องทางเดียว ความมั่นคงด้านอาหารจึงกลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่คู่ค้าทั่วโลกต้องการ และเกษตรกรไทยคือ ‘พระเอก’ ที่รัฐบาลต้องเร่งสนับสนุนให้มีตลาดรองรับและมีรายได้ที่มั่นคง

 

ในด้านพลังงาน แม้ไทยจะไม่มีปัญหาปริมาณการจัดหาน้ำมัน แต่ได้รับผลกระทบจากราคาที่ผันผวน รัฐบาลจึงใช้มาตรการภาษีและขอความร่วมมือจากโรงกลั่น โดยมาตรการที่เห็นผลชัดเจนคือการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20 ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำมันปาล์ม 20% ทำให้ราคาถูกกว่าดีเซลทั่วไปเกือบ 10 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ยอดการใช้พุ่งจากวันละ 5-6 ล้านลิตร เป็น 9 ล้านลิตรต่อวัน

 

นายกรัฐมนตรีประเมินว่า หากสามารถผลักดันการใช้ไบโอดีเซลให้ถึง 20 ล้านลิตรต่อวัน จะช่วยประเทศประหยัดเงินนำเข้าน้ำมันดิบได้ถึงเกือบ 100,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเม็ดเงินดังกล่าวจะหมุนเวียนกลับสู่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม รวมถึงพืชพลังงานอื่นๆ ในอนาคต

 

ด้านการลงทุน รัฐบาลกำลังเร่งยกระดับมาตรฐานประเทศเพื่อขอเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และเดินหน้าช่องทาง Thailand Fast Track ผ่าน BOI เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน

 

นอกจากนี้ จากการหารือร่วมกับผู้บริหาร Google พบว่ามีความพร้อมลงทุนในไทยเพิ่มเติม โดยมองเห็นศักยภาพของคนไทยในการต่อยอดเศรษฐกิจ AI ซึ่งนายกรัฐมนตรีย้ำว่า “เราต้องคุม AI ไม่ให้ AI คุมเรา เพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยตกงาน” โดยการลงทุนต้องสร้างการจ้างงานและถ่ายทอดเทคโนโลยีควบคู่ไปด้วย

 

อนุทินกล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติหลายรายมีแผนลงทุนระยะยาวในไทยถึงเฟส 7-8 โจทย์สำคัญคือประเทศไทยต้องรักษาเสถียรภาพและไม่สะดุดขาตัวเอง เพื่อคงความได้เปรียบในเวทีโลกต่อไป


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories