วันนี้ (6 พฤศจิกายน) รังสิมันต์ โต้ศุภชัย ยืนยันมติ 7-0 เรียกอนุทินชี้แจงชอบด้วยข้อบังคับ ท้าเปิดชวเลข เตือนอย่าเปลี่ยนสภาฯ เป็น ‘สภาสีน้ำเงิน’
วันนี้ (6 พฤศจิกายน) รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวชี้แจงกรณีศุภชัย ใจสมุทร และคณะ แถลงข่าวตั้งข้อสังเกตต่อมติของ กมธ.กฎหมายฯ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่มีมติเอกฉันท์ 7-0 เสียง เรียกอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีไม่สั่งการให้นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เข้าชี้แจงต่อ กมธ.กฎหมายฯ ซึ่งตรวจสอบกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น
รังสิมันต์ยืนยันว่า การลงมติเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน เวลา 16.15 น. ถูกต้องและชอบด้วยข้อบังคับ โดยระบุว่า ขณะนั้นมีกรรมาธิการ 14 คน เนื่องจากก่อนหน้านี้กรรมาธิการจากพรรคเพื่อไทยได้ยื่นหนังสือลาออก พร้อมยืนยันว่ามติ 7-0 เสียงเป็นไปตามข้อบังคับ
ส่วนข้ออ้างว่าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอชื่อกรรมาธิการคนใหม่ก่อนการลงมตินั้น รังสิมันต์กล่าวว่า ขณะทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม กมธ.กฎหมายฯ ไม่เคยได้รับหนังสือแจ้งจากประธานสภาฯ หรือเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า สภาฯ มีมติแต่งตั้งบุคคลใดเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง
นอกจากนี้ ยังทราบภายหลังว่ามีการแก้ไขชื่อบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง หลังเวลา 17.00 น. ในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเกิดขึ้นหลังจาก กมธ.กฎหมายฯ ลงมติเสร็จสิ้นแล้ว จึงยืนยันว่าขณะลงมติมีกรรมาธิการ 14 คน
สำหรับข้อกล่าวหาเรื่อง ‘มุบมิบ’ และ ‘ลักหลับ’ รังสิมันต์กล่าวว่า เป็นการกล่าวร้ายที่ไม่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง เนื่องจากการพิจารณาเรื่องนี้อยู่ในวาระเรื่องอื่นๆ ซึ่งเปิดให้หารือและดำเนินกระบวนการที่เกี่ยวข้องได้ โดยเฉพาะเรื่องค้างกรณีนายกรัฐมนตรีและอธิบดีกรมการปกครองไม่ปฏิบัติตามอำนาจเรียก ซึ่งกรรมาธิการทุกคนทราบอยู่แล้ว
“การที่ สส.พรรคภูมิใจไทยบางท่านไม่อยู่ให้จนจบการประชุม แล้วจึงไม่มีโอกาสลงมติ ก็มาจากความหย่อนยานของท่านเอง ท่านต้องเลิกชี้นิ้วด่าคนอื่น แล้วรู้จักโทษตัวเองบ้าง” รังสิมันต์กล่าว
รังสิมันต์ย้ำว่า การลงมติดังกล่าวเป็นไปโดยชอบด้วยข้อบังคับและกฎหมาย หากศุภชัยจะร้องเรียนก็พร้อมชี้แจงต่อทุกหน่วยงาน พร้อมตั้งคำถามกลับว่า ใครเป็นฝ่ายไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และรัฐธรรมนูญ
“ส่วนเรื่องชวเลข ผมยินดีนะครับ เปิดได้เลย ไหนๆ จะเปิดแล้วก็เปิดให้หมดด้วย จะได้เห็นกันไปเลย” รังสิมันต์กล่าว
รังสิมันต์กล่าวต่อว่า การประชุมกรรมาธิการทุกครั้งมีหนังสือเชิญและหนังสือแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ เมื่อมีการประชุม กรรมาธิการก็ต้องเข้ามาทำหน้าที่ในห้องประชุม พร้อมวิจารณ์การส่งหนังสือลาประชุมทั้งที่อยู่ในสภาฯ ว่าเป็นการใช้เทคนิคทางการเมือง และเมื่อลงมติแพ้กลับแถลงข่าวกล่าวหาเรื่องต่างๆ ที่ไม่มีมูลความจริง
รังสิมันต์ยังเรียกร้องให้ผู้ที่ต้องการปกป้องรัฐบาลจากข้อกล่าวหาทุจริต ใช้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ไม่ใช่การตีรวนทำลายระบบประชาธิปไตยหรือระบบตรวจสอบของสภาฯ พร้อมกล่าวเตือนข้าราชการว่า “อย่าไปเป็นมือเป็นไม้หรือพายเรือให้โจรสีน้ำเงินนั่ง”
รังสิมันต์ระบุด้วยว่า อำนาจลักษณะนี้ไม่ยั่งยืน และเมื่อข้าราชการหมดประโยชน์ หรือผู้มีอำนาจเห็นว่าจวนตัว ก็พร้อมผลักข้าราชการที่รับใช้เพื่อเอาตัวรอด
“อย่าหวังที่จะกินรวบเปลี่ยนสภาผู้แทนราษฎรเป็นสภาสีน้ำเงิน มันไม่ง่ายเหมือนวุฒิสภาหรอกครับ เพราะพวกเราไม่มีวันยอม” รังสิมันต์กล่าว

