ราคาหุ้น บมจ.การบินไทย (THAI) ลดลงราว 2.4% จากวันก่อนหน้า หลังเผชิญวิกฤตกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารตกค้าง และเที่ยวบินล่าช้า นักวิเคราะห์คาดกระทบกำไรมากสุดไม่เกิน 2-3% ชี้ผลกระทบต่อราคาหุ้นไม่รุนแรง
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นการบินไทยลดลงจาก 6.15 บาท มาแตะระดับ 6 บาท ท่ามกลางการเร่งแก้ปัญหากระเป๋าสัมภาระตกค้าง และจำเป็นต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินบางส่วนระหว่างวันที่ 29 – 30 กันยายนนี้
ปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ และนักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์จาก บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในมุมที่เกิดขึ้นตอนนี้ เป็นลบในเชิง sentiment ระยะสั้น จากปัญหาการบริหารในภาวะวิกฤต แต่ถ้ามองปัจจัยพื้นฐานซึ่งเป็นภาพระยะยาวขึ้น สถานการณ์ธุรกิจจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และจะยังเห็นผลประกอบการเติบโตขึ้นได้ในปีหน้า ทั้งรายได้และกำไรของ
“ตอนนี้เป็นความต่างระหว่างมุมมองระยะสั้นและระยะยาว ราคาหุ้นไม่ได้ตอบรับรุนแรง วันนี้ข่าวกระทบ sentiment แรงมาก แต่ราคาหุ้นไม่ได้ปรับลงมาก ถ้ารุนแรงคงจะเห็นราคาหุ้นลดลงระดับ 5% เป็นอย่างน้อย” ปริญทร์กล่าว
ปริญทร์กล่าวต่อว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นยังถือว่าโชคดีที่เกิดขึ้นในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (low season) และเดือนกันยายนถือเป็นเดือนที่ซบเซาที่สุดของการท่องเที่ยวไทย
โดยภาพรวมความเสียหายจากความเชื่อมั่นที่ลดลง ต้นทุนการแก้ไขปัญหา และการยกเลิกเที่ยวบินบางส่วน คาดว่าจะกระทบประมาณการกำไรปีนี้ราว 2-3% ซึ่งเป็นการประเมินเผื่อไว้แล้ว โดยให้สมมติฐานว่าผลกระทบต่อเนื่องยาว 7 วัน
ทั้งนี้ ก่อนหน้าจะเกิดปัญหาล่าสุด บล.เคจีไอ ประเมินว่าปีนี้การบินไทยน่าจะมีรายได้ราว 1.93 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 1.83 แสนล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.95 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ทำได้ 3.09 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2570 คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.02 แสนล้านบาท ส่วนกำไรเติบโตขึ้นจากปีนี้ สู่ระดับ 2.30 หมื่นล้านบาท
ปริญทร์กล่าวเพิ่มเติมว่า การชะลอตัวของกำไรปีนี้เป็นผลจากภาวะสงคราม โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 2 ที่ชะลอลงจากปีก่อนอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกคือราคาค่าตั๋วโดยสารที่เพิ่มขึ้นตามต้นทุนน้ำมัน แม้ว่าจำนวนผู้โดยสารจะลดลงราว 7% ทำให้รายได้น่าจะเติบโตขึ้นได้จากปีก่อน
“หลังจากนี้ทีมผู้บริหารคงต้องกลับมาโฟกัสเรื่องการบริหารจัดการภาวะวิกฤตเป็นอีกหนึ่งเรื่องหลัก นอกเหนือจากการบริหารธุรกิจ”

