เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดใจบนเวที Closing Remarks ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 โดยระบุว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ สิ่งที่อยากเปลี่ยนมากที่สุดคือการยกเลิกโครงการ Digital Wallet และนำงบประมาณ 3-4 แสนล้านบาทไปลงทุนแก้ปัญหาน้ำในโครงการ ‘ไม่ท่วมไม่แล้ง’ แทน พร้อมเสนอแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในหลากหลายมิติ
ประเด็นสำคัญ
ยกเลิก Digital Wallet มุ่งจัดการน้ำ-ตั้ง ‘กระทรวงน้ำ’
เศรษฐาเผยว่า แม้เชื่อมั่นในประโยชน์ของ Digital Wallet แต่ในทางปฏิบัติพบว่าโครงสร้างระบบมีปัญหา จึงเคยหารือกับเลขาธิการสภาพัฒน์ฯ และปลัดกระทรวงฯ เพื่อเตรียมยกเลิกโครงการและนำงบประมาณไปใช้แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งแทน
เขามองว่า ภาคเกษตรไทยมีประชาชนในห่วงโซ่นี้กว่า 30 ล้านคน แต่กลับมีสัดส่วนใน GDP ไม่ถึง 10% การลงทุนด้านการจัดการน้ำด้วยงบ 2-7 แสนล้านบาท จะกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านการใช้วัสดุก่อสร้างและแรงงานในประเทศ ต่างจากเมกะโปรเจกต์อื่นที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า
เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างการจัดการน้ำที่ซ้ำซ้อน เศรษฐาเสนอให้จัดตั้ง ‘กระทรวงน้ำ’ เพื่อรวบรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และกรมเจ้าท่า เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่เป็นเอกภาพ
หนี้สาธารณะกับความน่าเชื่อถือประเทศ
ต่อประเด็นเพดานหนี้สาธารณะที่กำลังจะแตะระดับ 70% เศรษฐาระบุว่า การขยายเพดานหนี้ไม่ได้ส่งผลให้ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) โดยอัตโนมัติ หากนำเงินไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างรายได้ เช่น การขยายสนามบินเชียงใหม่และภูเก็ต แต่ต้อง “ไม่ใช้ไปกับประชานิยม หรือการแจกเงิน”
ดัน Direct PPA ดึงเม็ดเงินลงทุน
เศรษฐากล่าวถึงยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) 1.7 ล้านล้านบาทว่า การจะทำให้เกิดการลงทุนจริง โดยเฉพาะในกลุ่ม Data Center จำเป็นต้องเร่งปลดล็อกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตรง (Direct PPA) ภายในปีนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เม็ดเงินลงทุนไหลไปยังประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมเสนอแนวทางให้ BOI วางเงื่อนไขให้บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติรับนักศึกษาไทยเข้าฝึกงาน เพื่อสร้างโอกาสในการจ้างงาน
สมดุลภูมิรัฐศาสตร์-อุ้ม SME
อดีตนายกฯ ชื่นชมรัฐบาลที่กล้าปรับภาษีนำเข้า EV เป็น 35% เพื่อรักษาสมดุลกับค่ายรถญี่ปุ่นที่เป็นพันธมิตรของไทยมาอย่างยาวนาน ในขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องวางตัวเป็นกลางในความขัดแย้งระดับโลก และมุ่งเน้นการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน
ในส่วนของการปรับตัวของภาคธุรกิจ เขาแนะให้ SME ให้ความสำคัญกับการรักษากระแสเงินสด (Cash Flow) และเปิดเผยข้อมูลกับสถาบันการเงินอย่างตรงไปตรงมา เพื่อร่วมกันหาทางออก
ทิ้งท้าย เศรษฐาหวังให้รัฐบาลชุดปัจจุบันอยู่ครบวาระ 4 ปี เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการบริหารงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลปัญหาปากท้องและนโยบายระยะยาว เช่น การจัดการน้ำและราคาพลังงาน

