×

เปิดใจ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ถ้าย้อนเวลาได้จะเลิกแจกเงินหมื่น โยกงบแก้น้ำท่วม เสนอตั้งกระทรวงน้ำ

โดย THE STANDARD TEAM
06.11.2026
เศรษฐา ทวีสิน บรรยายบนเวที THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026

เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดใจบนเวที Closing Remarks ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 โดยระบุว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ สิ่งที่อยากเปลี่ยนมากที่สุดคือการยกเลิกโครงการ Digital Wallet และนำงบประมาณ 3-4 แสนล้านบาทไปลงทุนแก้ปัญหาน้ำในโครงการ ‘ไม่ท่วมไม่แล้ง’ แทน พร้อมเสนอแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในหลากหลายมิติ

 

 

ยกเลิก Digital Wallet มุ่งจัดการน้ำ-ตั้ง ‘กระทรวงน้ำ’

 

เศรษฐาเผยว่า แม้เชื่อมั่นในประโยชน์ของ Digital Wallet แต่ในทางปฏิบัติพบว่าโครงสร้างระบบมีปัญหา จึงเคยหารือกับเลขาธิการสภาพัฒน์ฯ และปลัดกระทรวงฯ เพื่อเตรียมยกเลิกโครงการและนำงบประมาณไปใช้แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งแทน

 

เขามองว่า ภาคเกษตรไทยมีประชาชนในห่วงโซ่นี้กว่า 30 ล้านคน แต่กลับมีสัดส่วนใน GDP ไม่ถึง 10% การลงทุนด้านการจัดการน้ำด้วยงบ 2-7 แสนล้านบาท จะกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านการใช้วัสดุก่อสร้างและแรงงานในประเทศ ต่างจากเมกะโปรเจกต์อื่นที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า

 

เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างการจัดการน้ำที่ซ้ำซ้อน เศรษฐาเสนอให้จัดตั้ง ‘กระทรวงน้ำ’ เพื่อรวบรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และกรมเจ้าท่า เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่เป็นเอกภาพ

 

หนี้สาธารณะกับความน่าเชื่อถือประเทศ

 

ต่อประเด็นเพดานหนี้สาธารณะที่กำลังจะแตะระดับ 70% เศรษฐาระบุว่า การขยายเพดานหนี้ไม่ได้ส่งผลให้ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) โดยอัตโนมัติ หากนำเงินไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างรายได้ เช่น การขยายสนามบินเชียงใหม่และภูเก็ต แต่ต้อง “ไม่ใช้ไปกับประชานิยม หรือการแจกเงิน”

 

ดัน Direct PPA ดึงเม็ดเงินลงทุน

 

เศรษฐากล่าวถึงยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) 1.7 ล้านล้านบาทว่า การจะทำให้เกิดการลงทุนจริง โดยเฉพาะในกลุ่ม Data Center จำเป็นต้องเร่งปลดล็อกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตรง (Direct PPA) ภายในปีนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เม็ดเงินลงทุนไหลไปยังประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมเสนอแนวทางให้ BOI วางเงื่อนไขให้บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติรับนักศึกษาไทยเข้าฝึกงาน เพื่อสร้างโอกาสในการจ้างงาน

 

สมดุลภูมิรัฐศาสตร์-อุ้ม SME

 

อดีตนายกฯ ชื่นชมรัฐบาลที่กล้าปรับภาษีนำเข้า EV เป็น 35% เพื่อรักษาสมดุลกับค่ายรถญี่ปุ่นที่เป็นพันธมิตรของไทยมาอย่างยาวนาน ในขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องวางตัวเป็นกลางในความขัดแย้งระดับโลก และมุ่งเน้นการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน

 

ในส่วนของการปรับตัวของภาคธุรกิจ เขาแนะให้ SME ให้ความสำคัญกับการรักษากระแสเงินสด (Cash Flow) และเปิดเผยข้อมูลกับสถาบันการเงินอย่างตรงไปตรงมา เพื่อร่วมกันหาทางออก

 

ทิ้งท้าย เศรษฐาหวังให้รัฐบาลชุดปัจจุบันอยู่ครบวาระ 4 ปี เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการบริหารงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลปัญหาปากท้องและนโยบายระยะยาว เช่น การจัดการน้ำและราคาพลังงาน


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories