×

สรุป 10 เทรนด์เทคโนโลยีมาแรง ปี 2020 ‘5G จะไม่ใช่แค่เรื่องความเร็ว’ และปีของสนามรบ ‘สตรีมมิงทีวี’

04.12.2019
  • LOADING...

‘เทเลนอร์กรุ๊ป’ โดยเทเลนอร์ รีเสิร์ช เผย 10 แนวโน้มสำคัญทางเทคโนโลยีในปี 2020 ชี้การเกิดขึ้นของ 5G เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญแห่งโลกเทคโนโลยี ดันนวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องอย่าง AI และ IoT เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ผู้บริโภคสัมผัสและได้ใช้งานจริง เปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ประเด็นด้านความยั่งยืนจะถูกยกระดับความสำคัญ แก้ปัญหาผ่านเทคโนโลยีและกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน

 

บียอน ทาล แซนเบิร์ก หัวหน้าศูนย์วิจัยเทเลนอร์ หน่วยงานวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป กล่าวว่า ในทศวรรษที่ผ่านมาเทคโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตผู้คนและสังคมอย่างมาก และในปี 2020 วาระสำคัญของโลกเทคโนโลยีก็คือการให้บริการเชิงพาณิชย์แก่ประชาชนของเทคโนโลยี 5G ซึ่งจะไม่ใช่เพียงเรื่องความเร็วของการรับส่งข้อมูลเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความหน่วงที่ลดลง ทำให้นวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องจะได้รับการพัฒนาอย่างแพร่หลาย ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็น AI และ IoT ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยี 5G เป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างมาก

 

โดยในปี 2020 ที่จะถึงนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกเทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ จะเกิดขึ้นรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถเข้าถึงและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแพร่หลาย ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์ของแพลตฟอร์ม สังคม ตลอดจนการเมือง

 

ขณะเดียวกันผู้บริโภคได้เริ่มตระหนักถึงบทบาทและการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น AI, Machine Learning และ IoT ทั้งหมดนี้ได้สรุปออกมาเป็น 10 ประเด็นทางเทคโนโลยีที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2020 ซึ่งจะเป็นปีที่น่าตื่นเต้นที่สุดในรอบทศวรรษ

 

1. 5G เปลี่ยนโฉมหน้าพฤติกรรม พลิกโฉมเศรษฐกิจ ในปี 2020 ประเทศพัฒนาแล้วจะมีการให้บริการเทคโนโลยี 5G กันอย่างแพร่หลาย ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะนำเทคโนโลยี 5G มาเป็นหัวใจในการพัฒนาสินค้าและบริการ โดยคาดว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและสังคมอย่างสิ้นเชิง

 

โดยนวัตกรรมที่เกิดขึ้นรวมไปถึง ‘นวัตกรรมหลังบ้าน’ ที่จะเป็นตัวแปรสำคัญในการก่อให้เกิดสินค้าและบริการที่พัฒนามาจาก 5G ซึ่งนวัตกรรมที่ว่านี้คือ Network Slicing นับว่าเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างเชิงสถาปัตย์ของเน็ตเวิร์กให้เป็นระบบเสมือน ซึ่งจะทำให้ความหน่วง (Latency) ของการรับส่งข้อมูลลดลง มีความแม่นยำในการควมคุมจากระยะไกล ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จาก IoT ได้เต็มศักยภาพ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้ เช่น สาธารณสุข การขนส่ง และความมั่นคง 

 

 2. eSIM จะมีการใช้อย่างแพร่หลาย ในปี 2020 เทคโนโลยี eSIM จะเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคสัมผัสได้ในชีวิตประจำวันในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กันอยู่ทุกวัน ไม่จำกัดแค่เพียงโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือแท็บเล็ต แต่จะมากับของใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะมาพร้อมกับเทคโนโลยี IoT และ 5G ทั้งนี้คาดการณ์ว่า eSIM จะมีการใช้อย่างแพร่หลายในปี 2020 และจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้ได้รับความสะดวกสบายและสามารถจัดเก็บข้อมูลการใช้งานจริง

 

3. นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม กระแสความตื่นตัวประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมจะเป็นมากกว่าการสร้างความตระหนักรู้ เพราะนวัตกรรมจะเข้ามามีบทบาทในการจัดการสิ่งแวดล้อมมากขึ้นผ่านเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น IoT, Big Data และ AI เพื่อลดปริมาณการใช้ทรัพยากร อันเป็นส่วนหนึ่งของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

 

ทั้งนี้ภายในปี 2030 ภาคธุรกิจในยุโรปได้ร่วมมือกันทำปฏิญญาในการใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ครอบคลุมห่วงโซ่ทางธุรกิจ เพื่อเป็นการตระหนักรู้และลงมือปฏิบัติเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมต่างๆ จนทำให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง ขณะที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคผ่านเครื่องมือทางดิจิทัลอย่างโมบายล์แอปพลิเคชัน

 

4. พัฒนาเทคโนโลยีด้วยเทคโนโลยี ด้วยความต้องการที่สูงขึ้นของ AI แต่บุคลากรผู้พัฒนา AI ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้นในปี 2020 จะได้เห็นการพัฒนาแพลตฟอร์ม Machine Learning ที่สามารถสร้าง AI ได้ตามความต้องการ ทำให้องค์กรธุรกิจหรือบุคคลทั่วไปสามารถพัฒนา AI ใช้งานได้เอง เรียกได้ว่าเป็นการนำเทคโนโลยีสร้างเทคโนโลยีอีกทอดหนึ่ง

 

5. ร่างกายจะคอนเน็กต์กับอินเทอร์เน็ตกว่าที่เคย เทคโนโลยี IoT ส่วนมากได้รับการพูดถึงในวงจำกัดอย่างอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ภาคการผลิต และเกษตรกรรม ซึ่งยังนับว่าไกลตัวกับผู้บริโภค แต่ในปี 2020 ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะได้สัมผัสเทคโนโลยี IoT มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านสุขภาพและการแพทย์ 

 

โดยเทคโนโลยี IoT จะถูกผนวกเข้าไปอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้สามารถจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายได้อย่างเรียลไทม์ เช่น ความดันเลือด ปริมาณออกซิเจนในเลือด อัตราการเต้นของหัวใจ หรือแม้แต่การกรน ตัวอย่างเช่น การแก้ปัญหาระดับอินซูลินในเลือด ซึ่งอุปกรณ์ IoT ที่ได้รับการพัฒนาจะลดเวลาระหว่างการอ่านค่าอินซูลินและการฉีดยาเข้าร่างกาย เพราะกรณีนี้ผู้ป่วยรอไม่ได้ ซึ่งเป็นบทบาทของ IoT ที่ผู้บริโภคสามารถสัมผัสได้ในปีหน้านี้

 

6. ปรากฏการณ์ ‘Dirty Data’ รูปแบบใหม่ของข่าวปลอม ปัจจุบันข้อมูลบนออนไลน์เกิดขึ้นอย่างมหาศาลในทุกวินาที ขณะเดียวกัน AI ก็เข้ามามีบทบาทในการคัดกรองข้อมูลเพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ไม่เพียง Fake News หรือข่าวปลอมที่เป็นภัยบนโลกออนไลน์ แต่ยังรวมไปถึง Dirty Data ซึ่งได้รับการนิยามว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และจะปะปนอยู่ในฐานข้อมูลของระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้การประมวลผลข้อมูลผิดพลาดตั้งแต่แรกเริ่ม ส่งผลต่อการประมวลผลข้อมูลต่างๆ ผ่าน AI หรือ Machine Learning ทำให้การตัดสินใจผิดพลาด

 

อย่างไรก็ตาม เหล่านักวิทยาศาสตร์ข้อมูลในสหภาพยุโรปมองเห็นถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น และกำลังร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาเพื่อทำให้มั่นใจว่าข้อมูลที่อยู่บนโลกออนไลน์รวมถึงระบบคอมพิวเตอร์ถูกต้องและมีคุณภาพ

 

7. ความน่าเชื่อถือถูกยกระดับความสำคัญ โดย ‘ความน่าเชื่อถือ’ เรียกได้ว่าเป็นตัวกลางของการใช้บริการทางออนไลน์ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีข่าวคราวที่บริษัทผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียนำข้อมูลของผู้ใช้บริการออกสู่ระบบไปยัง Third Party เช่น บริษัทโฆษณา ทำให้ความไว้เนื้อเชื่อใจของผู้ใช้บริการต่อผู้ให้บริการ ‘ลดลง’ ดังนั้นในปี 2020 จะเห็นแนวโน้มที่ว่าผู้บริโภคจะตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลมากยิ่งขึ้น และนั่นทำให้ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียต่างปรับปรุงและเสริมความแข็งแกร่งด้านความน่าเชื่อถือ

 

8. ปีแห่งสนามรบของสตรีมมิงทีวี หลังจากที่ Netflix ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบความบันเทิงของผู้บริโภคไปอย่างสิ้นเชิงผ่านรูปแบบ ‘สตรีมมิง’ ทำให้ผู้ผลิตคอนเทนต์และเจ้าของแพลตฟอร์มรายอื่นอย่าง AppleTV+ และ Disney+ เข้ามาขอแชร์ส่วนแบ่งในตลาด ซึ่งในปี 2020 จะได้เห็นสนามรบทั้งคอนเทนต์ที่หลากหลายและราคาจากผู้เล่นเหล่านี้อย่างแน่นอน

 

9. เกณฑ์ใหม่คุมบิ๊กเทค ปี 2020 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ ‘บิ๊กเทค’ ที่จะถูกควบคุมด้วยกฎเกณฑ์ใหม่ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการจัดเก็บภาษี ข้อมูลส่วนบุคคล ความมั่นคง ตลอดจนข้อห้ามที่เกี่ยวกับการโฆษณาเพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง หลังจากเหตุการณ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผู้คนในสังคมตั้งคำถามถึงประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากบริการของบิ๊กเทคเหล่านี้

 

10. ป้องกัน Phone Scam ด้วย Machine Learning ในปีที่ผ่านมา Phone Scam หรือภัยที่เกิดจากการหลอกหลวงผ่านโทรศัพท์มีจำนวนเพิ่มขึ้นทั่วโลก ซึ่งมาในรูปแบบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทิ้งมิสคอล การโทรออกผ่านหุ่นยนต์ ซึ่งวิธีการเหล่านี้ต่างมีเล่ห์กลในการหลอกล่อเอาเงินจากเหยื่อ แต่เพื่อลดและป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น ในปี 2020 Machine Learning จะเข้ามามีบทบาทและเป็นเครื่องมือในการป้องกัน Phone Scam ที่เกิดขึ้น

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories