สหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้ภาษี Section 301 ระลอกใหม่เก็บไทยที่ 12.5%
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมภายใต้มาตรา 301 (Section 301) ประเด็นแรงงานบังคับ (Forced Labor) กับ 60 ประเทศคู่ค้า โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2026 เพื่อมาแทนที่มาตรการชั่วคราวเดิม (Section 122)
ประเด็นสำคัญ
โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ถูกจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมในอัตรา 12.5% ร่วมกับเวียดนาม จีน สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ เนื่องจาก USTR มองว่า ไทยยังไม่มีมาตรการหรือกฎหมายป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ
วิเคราะห์ผลกระทบกรณีภาษี Section 301 (Forced Labor):
- กระทบระยะสั้นจำกัด: SCB EIC ประเมินว่า อัตราภาษี 12.5% เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า และกระทบต่อการส่งออกไทยในระยะสั้นไม่มากนัก เนื่องจากขยับขึ้นจากอัตราเดิมเพียงเล็กน้อย (เดิมเก็บ 10% ภายใต้ Sec. 122) และสินค้าส่งออกสำคัญของไทยหลายหมวดยังได้รับการยกเว้นตามประกาศ Annex I และ II เช่น ชิปเซมิคอนดักเตอร์ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางรายการ วัตถุดิบธรรมชาติ และสินค้าเกษตรบางประเภท
- จับตาประเด็นสอบสวน Excess Capacity: SCB EIC เตือนว่าความเสี่ยงหลักที่น่ากังวลกว่าอัตราภาษี คือการที่ไทยติด 1 ใน 16 ประเทศที่ถูกสอบสวนในประเด็น กำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess Capacity) ซึ่งอาจนำไปสู่การตรวจสอบเรื่องถิ่นกำเนิดสินค้า (Country of Origin) กฎถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) และการสวมสิทธิสินค้าจากประเทศที่สาม (Transshipment) ที่เข้มงวดขึ้นอย่างมากในกลุ่มสินค้ายางล้อ ชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องจักร
สำหรับภาพรวมการค้าไทยเดือน มิ.ย. 2026
- ส่งออกโตกระฉูด 20.8%YOY: คิดเป็นมูลค่า 34,655.92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้แรงหนุนหลักจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่โตถึง 66% (ตามวัฏจักรขาขึ้นของ AI) และการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ ที่ขยายตัวแรง 44.3% จากกระแสเร่งนำเข้าสินค้าก่อนกำแพงภาษีบังคับใช้
- นำเข้าพุ่ง 50.3%YOY ดันขาดดุลสูง: มูลค่านำเข้าอยู่ที่ 41,190.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สูงสุดในรอบ 5 ปี) จากการเร่งนำเข้าทองคำ (โต 191.7%) และชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ไอทีเพื่อรองรับการลงทุน Data Center ดันดุลการค้าเดือน มิ.ย. ขาดดุลสูงถึง -6,534.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์สำหรับภาคธุรกิจไทย SCB EIC ระบุว่า เพื่อตั้งรับภูมิทัศน์การค้าโลกที่เปลี่ยนไป ภาคธุรกิจไทยต้องเร่งปรับตัวใน 3 ด้านหลัก
- Supply Chain Adaptation: เพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนและวัตถุดิบในประเทศ (Local Content) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและป้องกันข้อกล่าวหาเรื่องการสวมสิทธิ
- Market Diversification: กระจายตลาดส่งออกไปยังอินเดีย ตะวันออกกลาง และอาเซียน ลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เพียงแห่งเดียว
- Logistics Management: บริหารจัดการเวลาและวางเส้นทางขนส่งสำรอง เพื่อรองรับกระบวนการตรวจสอบทางศุลกากรที่อาจใช้เวลานานขึ้น
อ่านต่อบทวิเคราะห์ฉบับเต็ม: https://www.scbeic.com/th/detail/product/trade-240726

