วันนี้ (25 กันยายน) สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน นิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา และ พิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) จัดกิจกรรม ‘รวมพลังแผ่นดินเอาประเทศไทยของเราคืนมา’ โดยได้เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอให้ตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
ขณะที่ พิชิตกล่าวปราศรัย โดยตำหนิการทำหน้าที่ของ กกต. ว่า ไม่มีอะไรเลวร้ายเท่ากับการโกงกระบวนการยุติธรรม ทั้งที่เรามีหลักฐานชัดเจน แต่ กกต. กลับถูกประชาชนตั้งคำถามว่า เป็นองค์กรอิสระที่ถูกครอบงำโดยนักการเมือง และอยู่ในขบวนการฮั้ว สว. ด้วยหรือไม่ ส่วน สว. ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มีศักดิ์ศรี ในวันนี้ก็ถูกทำลายลง ด้วยเหตุนี้กระบวนการฮั้ว สว. จึงเสมือนเป็นวงจรอุบาทว์ที่กินรวบประเทศไทย
ด้าน สนธิให้สัมภาษณ์ต่อ โดยระบุว่า วันนี้เรามายื่นหนังสือเพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่าเราไม่เห็นด้วยกับการชี้มูลของ กกต. เพราะว่าความขัดแย้งระหว่าง กกต.เสียงข้างมาก จำนวน 5 เสียงกับ กกต.เสียงข้างน้อย จำนวน 2 เสียงนั้น ในจำนวน 4 เสียง เป็น กกต. ที่ได้รับเลือกมาจาก สว. ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ความเห็นของ กกต. ไม่มีความน่าเชื่อถือ
ขณะเดียวกันประธาน กกต. ก็มีพิรุธ เนื่องจากไม่ยอมใช้มาตรา 62 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้ซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ที่ระบุว่า ถ้ามีหลักฐานอันเชื่อได้ว่าผู้สมัครจะทำการทุจริต ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และสิทธิรับสมัคร
วันนี้เราจึงเดินทางมายื่นหนังสือ เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมและเผยแพร่ข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้เห็นว่า องค์กรอิสระไม่มีความยุติธรรม ไม่มีศีลธรรม ไม่กล้าที่จะตัดสินใจ และถูกครอบงำด้วยพรรคการเมืองสีน้ำเงิน
สนธิกล่าวต่อว่า ถ้าการเมืองเป็นแบบนี้ต่อไป พรรคภูมิใจไทยก็จะยึดครององค์กรอิสระหมดและสามารถฟอกขาวได้ทุกคดี ตนจึงอยากจะทวงคืนหลักนิติรัฐและนิติธรรมกลับคืนมา เพื่อให้องค์กรอิสระทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและมีความกล้าหาญ
ส่วนกรณีที่ กกต. อ้างว่าใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาจึงส่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการฮั้ว สว. แค่ 77 คนนั้น สนธิระบุว่า เรื่องนี้ฟังไม่ขึ้น เพราะคณะอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 36 ที่มี ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ บิดเบือนข้อเท็จจริง จึงได้รับรางวัลโดยแต่งตั้งให้เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คนใหม่ เพื่อปกปิดความผิดต่างๆ
ทั้งนี้ มองสถานการณ์ในวันที่ 28 กันยายน ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการวินิจฉัยกรณีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งอย่างไร สนธิกล่าวว่า ตนไม่กล้าเดา แต่ไม่ไว้ใจ ส่วนหากจะให้ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ ตนก็รู้สึกเฉยๆ เพราะวงจรอุบาทว์เกิดขึ้นแล้ว หากเลือกตั้งใหม่ก็ต้องพึ่ง กกต. และหาก กกต.ชุดนี้ยังคงอยู่ เขาก็ต้องปกป้องพรรคสีน้ำเงินอยู่ดี ขณะเดียวกันก็ยังมีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ช่วยฟอกขาวด้วย
สนธิยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ในวันนี้ ทองเจือ ชาติกิจเจริญ คณะทํางานของนายกรัฐมนตรี กําลังจะกลายเป็นผู้ต้องหาในเรื่องของการทุจริตสอบท้องถิ่น เพราะว่าทั้ง เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด และ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตัดสินใจแล้วว่าจะตัดทองเจือทิ้ง โดยให้ทองเจือรับไปก่อน เพื่อให้เรื่องทั้งหมดถูกส่งไปที่ ป.ป.ช. แล้วชี้มูลว่าทองเจือไม่ผิด ซึ่งเป็นวิธีการตัดตอน
สำหรับหลังจากนี้จะมีการยกระดับการชุมนุมขึ้นหรือไม่ สนธิกล่าวว่า เราไม่ต้องการล้มเขา แต่ต้องการให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับหลักนิติรัฐนิติธรรม และการทุจริตคอร์รัปชัน โดยจะเดินไปที่จังหวัดสงขลา ในวันพรุ่งนี้ (26 กันยายน) และจะมีประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียง อาทิ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต นครศรีธรรมราช เป็นต้น เข้าร่วม
จากนั้น ทนายนกเขาได้อ่านแถลงการณ์ 12 ข้อ โดยย้ำว่า กกต. เป็นตัวกลางสำคัญที่ทำให้เกิดการทุจริตเลือก สว. ซึ่งไม่มีความสุจริตเที่ยงธรรม ก่อนมอบตัวแทนยื่นหนังสือต่อ พ.ต.ต. ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
พิชิตกล่าวภายหลังยื่นหลังสื่อว่า เรื่องนี้อาจจะทำให้ กกต. ที่พิจารณาใช้กฎหมายไปสู่เรือนจำได้ และพยานที่ท่านตัดคำให้ท่านการตรวจสอบแล้วดีหรือไม่ หากท่านละเลยอาจผิด มาตรา 157 เชื่อว่าก่อนการยื่นศาลฎีกายังมีเวลา โดยสัปดาห์หน้าเราจะประเมินก่อนจะเคลื่อนไหวอีกครั้ง พร้อมย้ำว่า กกต. ต้องฟังเสียงของประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย ที่บริเวณศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ได้มีการจัดเตรียมตำรวจจาก กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ไว้จำนวน 1 กองร้อย 120 นาย เพื่อคอยอำนวยความสะดวก ตลอดจนรักษาความเรียบร้อยและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน รวมถึงสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว














