×

แสนสิริโตสวนกระแส ปรับเป้ายอดขายจาก 2.9 หมื่นล้าน เป็น 3.5. หมื่นล้าน มั่นใจทำได้แน่นอน

17.06.2020
  • LOADING...

แม้หลายคนประเมินว่าอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากวิกฤตโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ แต่สำหรับ ‘แสนสิริ’ กลับเติบโตสวนกระแส

 

อุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าจากยอดขายโตสวนกระแสครองอันดับหนึ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ขณะนี้ ส่งผลให้บริษัทต้องมีการปรับเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นจาก 29,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 35,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดโอนโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ทั้งแนวราบและแนวสูงยังสูงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดบริษัทมียอดโอนแล้ว 18,200 ล้านบาท และความมั่นใจใน Secure Backlog ในมือที่จ่อคิวโอนแล้วอีก 16,200 ล้านบาท 

 

“ดังนั้นเป้าหมายการโอนในปีนี้ เดิม 33,000 ล้านบาท ถูกปรับเป็น 39,000 ล้านบาท เท่ากับว่าบริษัทมีเป้าหมายที่ต้องโอนเพิ่มอีกเพียง 4,600 ล้านบาทเท่านั้น จึงคาดว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในการพัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์แสนสิริ และตอกย้ำการเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของคนอยากมีบ้านได้เป็นอย่างดี” อุทัยกล่าว

 

ในช่วงครึ่งปีหลัง แสนสิริยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยและสร้างไลฟ์สไตล์ที่ดีควบคู่กันภายใต้แนวคิด Made for Life…Made for Everyone โดยให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนดีไซน์ ฟังก์ชัน คุณภาพ และบริการ ขณะที่แผนการเปิดตัวโครงการใหม่ยังมีความรัดกุมจากความพร้อมในการปรับเปลี่ยนตามทุกสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา  

 

ในช่วงเวลาที่เหลือของปี แสนสิริเตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 12 โครงการ มูลค่ารวม 16,900 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และมิกซ์โปรดักส์ 10 โครงการ มูลค่ารวม 14,300 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมอีก 2 โครงการ มูลค่ารวม 2,600 ล้านบาท 

 

ทั้งนี้ กุญแจหลักสำคัญที่จะผลักดันแสนสิริให้บรรลุเป้าหมายยอดขาย 35,000 ล้านบาทในปีนี้ ซึ่งสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้น ดังนั้นกำไรที่เพิ่มขึ้นช่วงครึ่งปีหลังมาจากการโฟกัสโครงการแนวราบเป็น Strategic Flagship ควบคู่ไปกับการรักษายอดขายและยอดโอนโครงการคอนโดมิเนียม โดยในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทยังมีแผนโอนคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่อีก 4 โครงการใหม่ ได้แก่ เดอะ เบส เซ็นทรัล ภูเก็ต, เดอะ เบส สะพานใหม่, XT เอกมัย และ La Habana หัวหิน  

 

ขณะเดียวกัน แสนสิริมองว่าในช่วงครึ่งปีหลัง ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยวิเคราะห์จากดีมานด์ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ และจากเทรนด์อยู่อาศัยที่คนไทยต้องการมีบ้าน 2 หลัง ทั้งคอนโดมิเนียมที่อยู่ในเมืองเพื่อการเดินทางทำงานที่สะดวก ขณะที่ยังมีความต้องการบ้านชานเมืองเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนที่มีความปลอดภัยมากกว่า  

 

ยังรวมถึงการเปลี่ยนไปของพฤติกรรมการใช้ชีวิตในรูปแบบ Work from Home ที่ทำให้ดีมานด์ของบ้านแนวราบเพิ่มสูงขึ้นจากการมองหาบ้านที่มีพื้นที่กว้างขึ้น เพื่อจะได้มีพื้นที่ส่วนตัวในการทำงานที่บ้าน ขณะที่บางกลุ่มลูกค้าเริ่มมองหาบ้านหลังใหญ่ที่สามารถ Social Distancing ได้ หรือต้องการแยกครอบครัวออกจากครอบครัวใหญ่เพื่อจะได้มีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น ยังรวมไปถึงพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่มองหาบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมเป็นบ้านหลังแรกเพิ่มขึ้นในปัจจุบันอีกด้วย 

 

นอกจากนี้แสนสิริมองว่าดีมานด์ที่อยู่อาศัยในตลาดต่างชาติจะกลับมา โดยความสำเร็จในการสร้างยอดขายอันดับ 1 ในตลาดต่างชาติในช่วงที่ผ่านมาทำให้มองเห็นดีมานด์ความต้องการจากชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ที่จะมองหาบ้านหลังที่สองในประเทศที่มีความปลอดภัยและมีระบบสาธารณสุขที่ดี 

 

แสนสิริจึงมุ่งเจาะกลุ่มตลาดต่างชาติที่ต้องการเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ (Leasehold) ในรูปแบบบ้านหรือทาวน์โฮมอย่างเต็มที่ พร้อมมองหาโอกาสและช่องทางการเจาะตลาดในรูปแบบอื่นๆ จากการเห็นโอกาสทางการตลาดและความสำเร็จในการขายโครงการบุราสิริ สันผีเสื้อ จังหวัดเชียงใหม่ ในรูปแบบ Leasehold 

 

ในช่วงที่ผ่านมา จากแนวโน้มดีมานด์การเติบโตของตลาดแนวราบ แสนสิริจึงเปิดตัว Sansiri Housing Evolution ที่มุ่งพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในทุกความต้องการและทุกเซกเมนต์ 

 

“เราวางเป้ายอดขายแนวราบในปีนี้ที่ 18,000 ล้านบาท ซึ่งจะผลักดันให้ยอดขายของแสนสิริก้าวสู่ 1.2 แสนล้านบาทภายในระยะเวลา 3 ปีตามเป้าหมายที่วางไว้” อุทัยกล่าวในที่สุด

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories