แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังเต็มไปด้วยความท้าทายและความผันผวน แต่ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ยังคงเร่งเครื่องดำเนินธุรกิจตามแผนระยะ 3 ปี โดยมุ่งผลักดันโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในเฟสสุดท้ายให้พร้อมโอนเพื่อรับรู้รายได้ เน้นบริหารพื้นที่เพื่อการพาณิชย์ พร้อมเสริมด้วยบริการจัดการพัฒนาสินทรัพย์คุณภาพระยะยาว และรับพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรมและมั่นคงในระยะยาว

วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานกรรมการบริหารร่วมและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-Chairman Co-CEO) MQDC เผยว่า บริษัทฯ ยังคงเร่งเดินหน้าแผนธุรกิจให้เป็นไปตามทิศทางที่วางไว้ในระยะ 3 ปี โดยมุ่งเน้นนโยบายทางธุรกิจในการเพิ่มรายได้อย่างเป็นรูปธรรมจากการเร่งดำเนินงานโครงการให้แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้ ขณะเดียวกันก็มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ที่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเจาะลึกเข้าไปในแผนธุรกิจระยะ 3 ปีของ MQDC จะพบว่าถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 เครื่องยนต์
เครื่องยนต์แรก คือ การผลักดันโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในเฟสสุดท้ายให้พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อเพิ่มการรับรู้รายได้จากโครงการที่พักอาศัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอของบริษัทฯ มีความคืบหน้าที่ชัดเจนแบ่งเป็น 2 กลุ่มได้แก่ โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ได้แก่ วิสซ์ดอม เดอะ ฟอเรสเทียส์ (Destinia, Mytopia, Petopia) และ ดิ แอสเพน ทรี

ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างเร่งปิดเฟสสุดท้ายเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ ได้แก่ มัลเบอร์รี่ โกรฟ เดอะ ฟอเรสเทียส์ โครงการระดับซูเปอร์ลักชัวรีที่มีมูลค่ารวมวิลล่าและคอนโดมิเนียมประมาณ 20,000 ล้านบาท
โดยในส่วนของคอนโดมิเนียมคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนภายในปี 2569 และ มัลเบอร์รี โกรฟ สุขุมวิท บิ๊กโปรเจกต์ใจกลางเมืองมูลค่าโครงการกว่า 6,500 ล้านบาท ปัจจุบันได้เดินหน้าก่อสร้างต่อและมีกำหนดแล้วเสร็จพร้อมโอนให้ลูกบ้านภายในปี 2570
เครื่องยนต์ลำดับถัดมา คือ โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์และมิกซ์ยูส (Mixed-Use Commercial Real Estate) โดยมีบิ๊กโปรเจกต์ระดับภูมิภาคอย่าง คลาวด์ อีเลฟเว่น (Cloud 11) ครีเอทีฟแลนด์มาร์กแห่งเอเชียที่มีมูลค่าสูงถึง 43,000 ล้านบาท ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ เพื่อเตรียมรับรู้รายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
แรงขับเคลื่อนตัวสุดท้ายคือ การบริหารจัดการสินทรัพย์และการให้บริการในระดับคุณภาพเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้า เช่น การพัฒนาพื้นที่เพื่อการพาณิชย์ในรูปแบบของพื้นที่ให้เช่าสำหรับธุรกิจร้านค้าปลีก ธุรกิจสำนักงานออฟฟิศ ธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และสานต่อการให้บริการรับเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาเมืองและโครงการขนาดใหญ่ อันเป็นกลไกสำคัญของการสร้างรายได้ประจำในระยะยาว

วิสิษฐ์ บอกว่า บทบาทการเป็นที่ปรึกษาและดำเนินการในการสร้างเมืองขนาดใหญ่ยังดำเนินการต่อไปด้วยดี ขณะเดียวกันในส่วนของการรับพัฒนาโครงการ ในปัจจุบันก็มีผู้ที่สนใจให้ MQDC เข้าไปช่วยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงศักยภาพในการบริหารโครงการขนาดใหญ่ของ MQDC ที่ชี้วัดได้จากความคืบหน้าของโครงการต่างๆ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญว่าบริษัทยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตตามแผน แม้อยู่ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน
“เราเชื่อว่าการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพ การมุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง และการยึดมั่นในแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างผลตอบแทนและมูลค่าเพิ่มให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายในระยะยาว” วิสิษฐ์กล่าว
[PR News]


