วันนี้ (27 กันยายน) เวลา 13.00 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
อนุทินกล่าวว่า สิ่งสำคัญของการบรรเทาสาธารณภัยคือ การให้บริการและช่วยเหลือประชาชนด้วยมาตรฐานที่สูง ทั้งที่พักพิง อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค และการอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สำรวจความเดือดร้อนถึงระดับหมู่บ้าน และระดมทรัพยากร เครื่องจักรกล และยานพาหนะเข้าช่วยเหลือทันทีเมื่อเกิดภัย
พร้อมกำชับให้จังหวัดที่เกิดภัยประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยตามกฎหมาย และเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้การเยียวยาเป็นไปอย่างรวดเร็ว หากจำเป็นต้องขยายวงเงินทดรองราชการ ให้ประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทันที
นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นศูนย์กลางประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยย้ำว่า “ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจตัดสินใจแก้ไขปัญหาในพื้นที่ประสบภัยอย่างเต็มที่” ขณะที่จังหวัดที่ยังไม่มีสถานการณ์ต้องเตรียมแผนรับมือและประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า ไม่รอให้เกิดเหตุแล้วจึงแก้ไข
นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะมีระบบ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เป็นกลไกการจ่ายเงินเยียวยา จึงสั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสานสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนและป้องกันความซ้ำซ้อนในการเบิกจ่ายงบประมาณ
ช่วงท้าย อนุทินกำชับเรื่องคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะอาหารกล่องต้องมีคุณภาพ ปริมาณเพียงพอ และมีคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมย้ำระบบแจ้งเตือนภัยต้องกระชับ เข้าใจง่าย และระบุชัดเจนว่าพื้นที่ใดได้รับผลกระทบและประชาชนต้องเตรียมตัวอย่างไร


