×

CSR, ESG และ Sustainability ต่างกันอย่างไร

31.10.2023
  • LOADING...

เมื่อกล่าวถึงเรื่องความยั่งยืน จะมี 3 คำที่นักลงทุนได้ยินบ่อยครั้ง ได้แก่ คำว่า CSR, ESG และ Sustainability ซึ่งคำเหล่านี้มีความเกี่ยวข้อง แต่ก็มีความแตกต่างกัน 

 

สำหรับ CSR ย่อมาจาก Corporate Social Responsibility หรือความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ซึ่งไม่ใช่แค่การปลูกป่า บริจาคสิ่งของ หรือการทำกิจกรรมเพื่อสื่อสารให้เห็นถึงการใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อม เพราะนั่นเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของ CSR เท่านั้น จากข้อมูลใน ‘เข็มทิศธุรกิจเพื่อสังคม’ เว็บไซต์ https://setsustainability.com/ นิยาม CSR ว่า คือการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการใส่ใจและดูแลรักษาสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้หลักจริยธรรม การกำกับดูแลกิจการที่ดี และการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาบูรณาการ เพื่อนำไปสู่การดำเนินธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน  

 

แนวปฏิบัติเรื่อง CSR มีด้วยกัน 8 เรื่องคือ 1. การกำกับดูแลกิจการที่ดี 2. การประกอบธุรกิจด้วยความเป็นธรรม 3. การเคารพสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม 4. ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค 5. การร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม 6. การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม 7. นวัตกรรมและการเผยแพร่นวัตกรรมจากการดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคม 8. การจัดทำรายงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

 

ขณะที่ ESG หรือ Environment: E สิ่งแวดล้อม Social: S สังคม และ Governance: G บรรษัทภิบาล เป็นแนวคิดหรือหลักเกณฑ์ในการประเมินและวัดผลความยั่งยืนของธุรกิจที่คำนึงถึงประเด็นสำคัญต่างๆ ใน 3 มิติ ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันที่ให้คะแนนหรือจัดอันดับ ESG ให้กับองค์กรธุรกิจอยู่หลายแห่ง ภายใต้กรอบหรือมาตรฐานที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ดี ด้วย ESG เป็นแนวคิดที่มีตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ทำให้กลายเป็นกฎกติกาใหม่ในโลกธุรกิจและการลงทุนที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับประเทศและสากล ซึ่งหน่วยงานภาครัฐเองก็ได้เข้ามามีบทบาทในการกำหนดหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่มีการระบุชัดเจนว่า อะไรบ้างคือการดำเนินการที่เข้าข่าย E, S และ G ทั้งยังเน้นเรื่องการวัดผลปฏิบัติงาน กำหนดบทลงโทษของการไม่ปฏิบัติตามเอาไว้ชัดเจน โดยที่การกำหนดเกณฑ์ กฎหมาย การจัดทำเกณฑ์วัดผล และการกำหนดบทลงโทษ มีพัฒนาการเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ 

 

ในส่วนของ Sustainability หรือความยั่งยืน คือเป้าหมายปลายทางที่ทุกภาคส่วนต้องการให้เกิดขึ้น โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ให้นิยามไว้ว่า “การตอบสนองความต้องการของคนรุ่นปัจจุบัน โดยไม่กระทบหรือจำกัดความสามารถในการตอบสนองความต้องการของคนรุ่นต่อไป” ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ ส่วนหนึ่งต้องมาจากภาคธุรกิจดำเนินงานบนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าในระยะยาว (Long-Term Value Creation) ภายใต้กรอบที่วัดผลทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างชัดเจน

 

ถ้าเปรียบแล้ว CSR ก็คือจุดเริ่มต้น เพราะความยั่งยืนจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่เริ่มลงมือทำก่อน ส่วน ESG เป็นจุดคัดกรองที่จะเป็นตัวบ่งบอกได้ว่า การกระทำที่เกิดขึ้นตรงกับหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับระบุด้านใด โดยที่มีเครื่องชี้วัดผลเป็นรูปธรรมได้ชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่กระทำนั้นถูกต้องและนำไปสู่ความยั่งยืนได้จริงๆ ขณะที่ Sustainability คือจุดหมายปลายทางสุดท้ายที่เราต้องการจะไปให้ถึง ดังนั้นทั้ง 3 คำนี้จึงมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน แยกกันไม่ขาด โดยมีบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกัน    

 

คำถามคือ ระหว่าง 3 คำนี้ อะไรสำคัญกับนักลงทุนมากที่สุด?

 

ในประเด็นนี้ ผมมองว่า Sustainability มีความสำคัญในฐานะเป็นเป้าหมายที่นักลงทุนต้องการให้พอร์ตลงทุนเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้ความยั่งยืนที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมส่งมอบอนาคตที่ดีให้กับคนรุ่นหลัง ขณะที่ ESG เป็นองค์ประกอบสำคัญที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญที่สุดในการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ลงทุนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ส่วน CSR นั้นอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวนักลงทุนโดยตรง แต่เกี่ยวพันกับการดำเนินการของธุรกิจที่นักลงทุนเข้าไปลงทุน และเป็นข้อมูลประกอบเสริมให้นักลงทุนพิจารณา   

 

ทั้งนี้ การพิจารณาประเด็น ESG จะช่วยให้นักลงทุนลดความเสี่ยงจากการลงทุนในธุรกิจที่มีการฟอกเขียว (Greenwashing) ซึ่งหมายถึงการที่บริษัทหรือผลิตภัณฑ์ไม่ได้ปฏิบัติ หรือปฏิบัติไม่ได้เท่ากับที่กล่าวอ้าง ภายใต้แนวทางการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม แต่สื่อสารสู่สาธารณชน หรือทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดว่า บริษัทหรือผลิตภัณฑ์มีความยั่งยืน หรือเป็นการกล่าวอ้างเองโดยไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานอื่น  

 

นอกจากนี้ ยังช่วยให้นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน ที่สนใจลงทุนว่าดำเนินการด้าน ESG ได้ดีแค่ไหน ซึ่งจะช่วยให้ท่านประเมินได้ครอบคลุมมากกว่าการพิจารณามูลค่ากิจการ หรือข้อมูลทางการเงินเท่านั้น โดยข้อมูล ESG จะช่วยให้สามารถพยากรณ์ได้ว่า บริษัทนั้นมีโอกาสจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวหรือไม่    

 

สุดท้ายนี้ ผมหวังว่าท่านจะเข้าใจความเกี่ยวข้องและความแตกต่างของ CSR, ESG และ Sustainability รวมทั้งสามารถนำองค์ประกอบ ESG มาใช้พิจารณาคัดเลือกลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เพื่อให้เงินที่ลงทุนในบริษัทหรือกองทุนรวมนั้นๆ เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว คู่ขนานไปกับเศรษฐกิจที่เติบโต ท่ามกลางการรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คน  

 

คำเตือน:

 

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน
  • สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center โทร. 0 2777 7777
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising