×

สธ. ยกระดับรับมือน้ำท่วม 22 จังหวัด รุกช่วยกลุ่มเปราะบางกว่า 5.5 พันราย พร้อมงัด 5 มาตรการเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

โดย THE STANDARD TEAM
27.09.2026
  • LOADING...
เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

วันนี้ (27 กันยายน) พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ว่า ได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบใน 22 จังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเบื้องต้นได้ให้การดูแลแล้ว 5,512 ราย ครอบคลุมผู้ป่วยติดเตียง หญิงตั้งครรภ์ ผู้พิการ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยฟอกไต และผู้ป่วยจิตเวช

 

นอกจากนี้ยังมีการจัดบริการทางการแพทย์รวมกว่า 4,600 ครั้ง ทั้งการเยี่ยมบ้าน ตรวจรักษา และประเมินสุขภาพจิต ซึ่งพบผู้มีภาวะเครียดสูง 8 ราย และได้นำเข้าสู่ระบบการดูแลจิตใจแล้ว พร้อมกันนี้ได้สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ให้แก่ประชาชนรวมกว่า 23,700 รายการ โดยองค์การเภสัชกรรมได้เตรียมสำรองไว้อีกหลายแสนชุด และส่งทีมสนับสนุนศูนย์พักพิง 106 แห่ง ใน 8 จังหวัด ซึ่งสามารถรองรับประชาชนได้กว่า 5,100 คน

 

สำหรับผลกระทบต่อสถานพยาบาล พบว่ามีโรงพยาบาลและหน่วยบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบรวม 32 แห่ง ปัจจุบันเปิดให้บริการตามปกติ 14 แห่ง ปิดบริการบางส่วน 2 แห่ง และจำเป็นต้องปิดบริการ 16 แห่ง ในพื้นที่ปราจีนบุรี สระแก้ว สมุทรปราการ นครราชสีมา และฉะเชิงเทรา ซึ่งแต่ละแห่งได้ปรับรูปแบบการให้บริการชั่วคราว เช่น เปิดรับเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต และจัดหาสถานที่ให้บริการทดแทน โดยประสานให้ใช้โรงพยาบาลในเครือข่ายใกล้เคียงเพื่อบริหารจัดการ พร้อมกำชับให้ดูแลบุคลากรและสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็นอย่างเต็มที่

 

ด้าน สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประเมินว่า แนวโน้มสถานการณ์ในช่วงวันที่ 28-29 กันยายน ปริมาณฝนจะเริ่มลดลง แต่ยังมีความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งคาดว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายหลังวันที่ 30 กันยายนเป็นต้นไป ทั้งนี้ เพื่อให้การรับมือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้ปรับ 5 ข้อสั่งการสำคัญ ได้แก่

 

  • ยกระดับการเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง: พื้นที่เสี่ยงต้องให้ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (EOC) ของโรงพยาบาลเตรียมพร้อม สำรองระบบไฟฟ้า น้ำสะอาด ออกซิเจน ยา เลือด และกำลังคน ไม่น้อยกว่า 72 ชั่วโมง
  • เร่งแจ้งเตือนภัยและสื่อสารความเสี่ยง: ใช้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นเอกภาพ แจ้งพื้นที่เสี่ยงและช่องทางขอความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างทันท่วงที
  • รักษาความต่อเนื่องของระบบบริการและระบบส่งต่อ (EMS/Refer): ตรวจสอบเส้นทางเข้า-ออกสถานพยาบาลทุก 1-3 ชั่วโมงในพื้นที่วิกฤต พร้อมจัดเตรียมเส้นทางสำรอง รถยกสูง หรือเรือ
  • ดูแลกลุ่มเปราะบางเชิงรุก: จัดทำบัญชีรายบุคคล สำรองยาและอุปกรณ์ที่จำเป็น และเตรียมแผนส่งต่อหรืออพยพล่วงหน้า
  • เฝ้าระวังน้ำป่า-ดินถล่มอย่างใกล้ชิด: ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมทรัพยากรเพื่อการเคลื่อนย้ายในพื้นที่เสี่ยงสูงได้ทันที
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising