×

รายงานเผย เจ้าหน้าที่ระดับสูงรัสเซียติดต่อกับกบฏยูเครนที่เป็นผู้ต้องสงสัยยิงเที่ยวบิน MH17 ตก

โดย THE STANDARD TEAM
15.11.2019
Malaysia Airlines

ทีมสืบสวนร่วมนานาชาติ (JIT) นำโดยเนเธอร์แลนด์ แถลงวานนี้ (14 พฤศจิกายน) ถึงความคืบหน้าในการสืบสวนสาเหตุการตกของเที่ยวบิน MH17 ของสายการบิน Malaysia Airlines ที่ประสบเหตุตกในพื้นที่ขัดแย้งทางตะวันออกของยูเครน เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2014 จนส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือ 298 คน เสียชีวิตทั้งหมด

 

จากการตรวจสอบหลักฐานใหม่ที่ได้จากการดักฟังโทรศัพท์โดยหน่วยข่าวกรอง SBU ของยูเครน พบการติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียกับผู้นำหลายคนของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์ (DPR) ซึ่งในจำนวนนี้อย่างน้อย 2 คนตกเป็นผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุโจมตีเที่ยวบิน MH17 และถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมผู้โดยสารและลูกเรือของเที่ยวบิน 

 

นอกจากนี้ยังพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัสเซียทราบว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในพื้นที่ และยังมีอิทธิพลต่อกลุ่มกบฏ DPR ทั้งในเรื่องการบริหารจัดการ การเงิน และการทหาร ขณะที่พบว่าการติดต่อระหว่างรัสเซียและผู้นำกลุ่มกบฏมีความถี่ขึ้นในช่วงหลังเดือนกรกฎาคม 2014 ซึ่งหลักฐานทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับกลุ่มกบฏนั้นมีความใกล้ชิดกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้

 

“มีการโทรศัพท์ติดต่อระหว่างผู้นำกลุ่มกบฏ DPR และเจ้าหน้าที่รัสเซียเกือบทุกวัน พวกเขาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในมอสโก ใกล้ชายแดนยูเครน และในสาธารณรัฐไครเมีย การสื่อสารส่วนใหญ่เกิดขึ้นผ่านโทรศัพท์ที่มีระบบป้องกัน ซึ่งได้จากหน่วยงานความมั่นคงของรัสเซีย” ทีมสืบสวนกล่าว

 

เมื่อปีที่ผ่านมา ทีมสืบสวนเคยเปิดเผยหลักฐานบ่งชี้ว่าเที่ยวบิน MH17 อาจถูกโจมตีจากระบบขีปนาวุธ BUK-TELAR และพบว่ากลุ่มกบฏ DPR ได้ระบบขีปนาวุธดังกล่าวมาจากหน่วยขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานที่ 53 ของรัสเซีย ซึ่งมีฐานบัญชาการอยู่ในเมืองคูร์สของรัสเซีย

 

“ข้อบ่งชี้ถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐบาลรัสเซียกับผู้นำหลายคนของกลุ่ม DPR ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้เรื่องความเกี่ยวข้องในการได้มาซึ่งขีปนาวุธ BUK-TELAR ที่ใช้โจมตีเที่ยวบิน MH17 จนตกเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2014” ทีมสืบสวนกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียได้แถลงปฏิเสธข้อมูลหลักฐานใหม่ดังกล่าว โดยอ้างว่าหลักฐานบางอย่างนั้นเป็นของปลอม บางอย่างไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และทีมสืบสวนมีการปรับเปลี่ยนและแก้ไขหลักฐานไปในทางที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์ 

อ้างอิง:


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories