หากจะนิยามเสน่ห์ของฤดูใบไม้ผลิที่ Blue by Alain Ducasse ในปี 2569 นี้ คงต้องเริ่มที่เรื่องราวการเดินทางของ เชฟ Evens López ที่มีความหมายพิเศษกว่าครั้งไหนๆ เพราะนี่คือการก้าวผ่านวัฏจักรแห่งฤดูกาลมาบรรจบครบหนึ่งรอบเต็ม นับตั้งแต่เขาก้าวเข้ามารับตำแหน่ง Executive Chef ณ ร้านอาหารมิชลินสตาร์ริมน้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ เมนูประจำฤดูกาลนี้จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนจานอาหารตามกาลเวลา แต่คือการตกผลึกความเข้าใจในวัตถุดิบไทยผ่านสายตาและเทคนิคฝรั่งเศส


การเดินทางเริ่มต้นขึ้นทันทีที่คุณก้าวเข้าสู่ร้าน ด้วยสัมผัสแรกจาก House-Made Kombucha คอมบูชารสเปรี้ยวซ่าสดชื่นที่หมักจากผลผลิตประจำสัปดาห์ในฟาร์ม ก่อนจะถูกเชื้อเชิญเข้าสู่โลกของคานาเป้ที่เชฟแอบซ่อนความทรงจำวัยเด็กในเปรูไว้ในจาน Smoked Ricotta & Sweet Corn ข้าวโพดหวานย่างที่มาคู่กับริคอตต้าชีสรมควันและซอสดอกดาวเรือง มอบรสสัมผัสละเมียดละไมที่ปลุกประสาทสัมผัสได้เป็นอย่างดี ตามมาด้วยความว้าวของ Wagyu A4 & Noresore ที่ใช้ความนุ่มของเนื้อวากิวออสเตรเลียตัดกับความกรุบกรอบใสสะอาดของตัวอ่อนปลาไหลทะเลสีใส วัตถุดิบระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นที่มีให้ชิมเฉพาะต้นฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น

เมื่อเข้าสู่คอร์สหลัก เชฟพาเราดำดิ่งไปสู่ความประณีตของ หมึกกระดองสีทอง ที่สไลด์จนบางละเอียดราวกับเส้นพาสต้า เสิร์ฟคู่กับหน่อไม้ฝรั่งขาวชั้นเลิศจากแคว้นเลส์ ล็องด์ ที่ความหวานของผักตัดกับน้ำซุปหอมกลิ่นใบเจอราเนียมได้อย่างน่าอัศจรรย์ หรือจะเป็น ปูสีน้ำตาลจากรอสคอฟฟ์ ที่วางอยู่บนชะวันมุชิเนื้อเนียนละเอียด เสริมทัพด้วยความหรูหราของ Kristal Caviar และความสดชื่นของยูซุสีเหลืองที่รินเสิร์ฟมาในซอสเนยสีน้ำตาลที่อุ่นกำลังดี
หนึ่งในจานที่กลิ่นหอมนำมาก่อนจะถึงโต๊ะคือ Norwegian Langoustine ลังกูสทีนย่างถ่านชาโคจนหอมกรุ่นเสิร์ฟคู่กับหัวผักกาด Hakurei และน้ำซุปบิสก์ที่หอมกลิ่นเสจจากเปรู และปิดท้ายจานหลักได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วย Gundagai Lamb เนื้อแกะกุนดาไกที่ผ่านการย่างบนใบมะเดื่อจาก KP Farm จนกลิ่นหอมของอัลมอนด์และสมุนไพรซึมลึกเข้าสู่เนื้อแกะที่นุ่มจนแทบละลายในปาก

บทสรุปของมื้ออาหารถูกส่งต่อให้กับทีมพาสทรีที่หยิบเอาวัตถุดิบไทยมาตีความได้อย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะ มะเขือเทศไทยหมัก ที่เสิร์ฟพร้อมซอร์เบต์ดอกดาวเรือง ให้รสสัมผัสที่หวานและสดชื่นจนลบภาพจำเดิมๆ ของมะเขือเทศไปเลย หรือการจับคู่ที่ดูท้าทายอย่าง มะม่วงและพริกรมควัน ที่มอบความฉ่ำหวานสไตล์เขตร้อนแต่ทิ้งท้ายด้วยความเผ็ดร้อนจางๆ อย่างมีชั้นเชิง ก่อนจะปิดฉากความหรูหราด้วย Cacao Trolley รถเข็นช็อกโกแลตสุดพิเศษที่ผสานงานฝีมือจากปารีสเข้ากับเมล็ดโกโก้คุณภาพเยี่ยมจากเชียงใหม่ เป็นการบรรจบกันอย่างงดงามของสองซีกโลก

เมนู Spring 2026 ทั้งหมดนี้คือข้อพิสูจน์ว่า Blue by Alain Ducasse ไม่ได้เพียงแค่นำเข้าวัตถุดิบชั้นเลิศ แต่ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตของธรรมชาติในไทย ทุกจานคือการ Flushing รสชาติที่สดใหม่และประณีต ใครที่อยากสัมผัสวิสัยทัศน์ที่ครบถ้วนของเชฟ Evens López นี่คือจังหวะเวลาที่ดีที่สุดที่ควรมาเยือน
Blue by Alain Ducasse
Address: Blue by Alain Ducasse ชั้น 1 (โซน ICONLUXE) ไอคอนสยาม
Open: เปิดให้บริการทุกวัน
- มื้อกลางวัน เวลา 12.00-13.30 น. และ 18.00-20.30 น. (จันทร์, พฤหัสบดี – อาทิตย์)
- มื้อเย็น เวลา 18.00-20.30 น. (อังคาร – พุธ)
- All Day Dining เวลา 11.00-20.30 น.
Contact: Blue by Alain Ducasse
Reservation: +66 (0) 6 5731 2346 หรือ www.blue-alainducasse.com
Budget: ราคาแล้วแต่คอร์ส
- Spring Tasting Menu (7 คอร์ส) 6,500++ บาท
- Blue Experience (9 คอร์ส) 7,500++ บาท
- Lunch Set เริ่มต้น 3,200++ บาท
ภาพ: Blue by Alain Ducasse

