×

KKP ชู ‘ตราสารหนี้ทั่วโลก’ น่าลงทุนที่สุดปีนี้ อานิสงส์แนวโน้มเงินเฟ้อลด ดอกเบี้ยขาลง

23.01.2024

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2567 กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ได้จัดงาน KKP Year Ahead 2024 งานสัมมนาภายใต้ธีม ‘A Pathway to Prosperity’ เพื่อฉายภาพทิศทางเศรษฐกิจ กลยุทธ์การลงทุน ตลอดจนวิเคราะห์อุตสาหกรรมสำคัญที่น่าจับตาในปี 2024 

 

THE STANDARD WEALTH จึงขอหยิบเนื้อหาเกี่ยวกับกลยุทธ์การลงทุนจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญของ KKP มาฝากกัน

 

สำหรับปีนี้ ทวีศักดิ์ เผาพัลลภ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2024 ประเภทสินทรัพย์ที่ KKP มองว่าน่าลงทุนมากที่สุดคือ ตราสารหนี้ทั่วโลก (Global Bond) เนื่องจากเงินเฟ้อที่ปรับตัวลงและแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย พร้อมทั้งแนะนำให้ผสมหุ้นกู้เอกชนคุณภาพดี ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลตอบแทนภายใต้ความเสี่ยงที่จำกัด โดยปัจจุบันผลตอบแทนตราสารหนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงในรอบ 15 ปี

 

นอกจากนี้ กลุ่ม Real Asset เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) รวมไปถึงสินทรัพย์ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก (Global REITs) และโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก (Global Infrastructure) ก็เป็นกลุ่มที่ควรลงทุน เพื่อรับมือความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและความผันผวนในภูมิรัฐศาสตร์โลก 

 

อีกหนึ่งประเภทสินทรัพย์ที่น่าจับตามองคือหุ้น โดยเฉพาะฝั่งตลาดประเทศกำลังพัฒนาที่ KKP มองว่าเป็นกลุ่มหุ้นที่มีอนาคตในปีมังกรนี้ เนื่องจากความสัมพันธ์ของสินทรัพย์ที่มีตรงข้ามกับทิศทางค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ (USD) หากมองจากอดีตใน 23 ปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ 12 ครั้งที่เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลงกว่าดัชนีสกุลเงินของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ซึ่งเฉลี่ยอยู่ 11.7%

 

การอ่อนตัวดังกล่าวส่งผลให้ดัชนี MSCI EM พุ่งขึ้นโดยเฉลี่ย 42% ซึ่งทำผลตอบแทนได้ดีกว่า MSCI World ถึง 16% และ MSCI US เกือบ 20% ทำให้ Philip Finch, Head of Equity Solutions ของ KKP มองว่า หุ้นตลาดประเทศกำลังพัฒนาเป็นกลยุทธ์การจัดพอร์ตที่เหมาะสมในสภาวะที่เงินดอลลาร์อ่อนตัว พร้อมให้เหตุผลสนับสนุน 4 ข้อดังนี้

 

  1. ดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลดลงในสหรัฐฯ จะทำให้นักลงทุนมองหาแหล่งทำเงินใหม่
  2. ผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทที่ใช้ USD เป็นมาตรฐานราคา จะได้รับอานิสงส์ของความต้องการและราคาที่เพิ่มขึ้นของสินค้าโภคภัณฑ์จากเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง
  3. ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวทำให้หนี้ที่อยู่ในสกุล USD ของบริษัทในประเทศกำลังพัฒนามีมูลค่าลดลง
  4. การมองหาความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากเงิน USD ที่อ่อนลง

 

ปัจจัยที่ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง เป็นเพราะดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลดลง การคาดการณ์ GDP ที่ไม่สูง และระดับหนี้ในประเทศที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

หากจะถอยออกมามองภาพกว้างในหุ้นทั่วโลก KKP คิดว่าการปรับขึ้นของหุ้นน่าจะกระจายออกจากกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งปรับขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านมา และคำแนะนำตามรายอุตสาหกรรม KKP มีมุมมองบวกต่อ Semiconductor, Energy, Communication Service และ Consumer Staples  

 

ในส่วนของหุ้นไทย KKP ให้มุมมองเชิงบวกในระยะสั้นประมาณ 1 ปี และสามารถลงทุนได้ แต่กลยุทธ์การลงทุนหุ้นของบริษัทกว่า 80% ถูกเทไปให้กับหุ้นต่างประเทศ


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories