×

เงินเยนอ่อนค่าหนักสุดในรอบ 26 ปีเมื่อเทียบบาท! กูรูแนะจับตาวันพฤหัสบดีนี้ เยนมีโอกาสอ่อนอีกหาก BOE ขึ้นดอกเบี้ย

20.06.2023
เงินเยนอ่อนค่า

วันนี้ (20 มิถุนายน) เงินเยนอ่อนค่าหนักสุดในรอบ 26 ปี เมื่อเทียบบาท ด้านนักวิเคราะห์แนะจับตาการประชุมของ BOE วันพฤหัสบดีนี้ โดยหาก BOE ปรับขึ้นดอกเบี้ยและส่งสัญญาณขึ้นต่อ อาจกดดันเงินเยนให้อ่อนค่าลงอีก

 

พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นผลมาจากการอ่อนค่าของเงินเยนเอง ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่แถว 142 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐในวันนี้ ขณะที่เงินบาทไม่ได้อ่อนค่าตาม โดยยังทรงตัวอยู่ประมาณ 34.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เพราะฉะนั้นเมื่อเยนและบาท Cross กันวันนี้จึงอยู่ที่ประมาณ 24.30-24.42 บาทต่อ 100 เยน นับเป็นการอ่อนค่าหนักสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 1997 ซึ่งเป็นปีที่เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง

 

โดยปัจจัยส่วนใหญ่ที่กดดันให้เงินเยนอ่อนค่าช่วงนี้มาจากการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนนโยบายใดๆ ในการประชุมที่ผ่านมา ทั้งมาตรการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (YCC) และยังคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษไว้ ขณะที่ธนาคารกลางอื่นๆ อย่างเช่นธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่าอยากขึ้นต่อ ทำให้เห็นเงินทุนไหลไปทางเงินยูโร ซึ่งมีผลทำให้เยนอ่อนค่าด้วย 

 

นอกจากนี้ พูนยังกล่าวอีกว่ามีปัจจัยที่ต้องจับตาเพิ่มเติมคือ การประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งถ้าหาก BOE ขึ้นดอกเบี้ยต่อ และส่งสัญญาณคล้ายกับ ECB ก็อาจเห็นเอฟเฟกต์ปอนด์/เยน คล้ายกับยูโร/เยนได้

 

“หาก BOE ขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก และส่งสัญญาณว่าจะขึ้นต่อ คนอาจเข้าซื้อปอนด์และขายเยน จึงทำให้เยนอาจอ่อนค่าได้ เมื่อมาเทียบบาท เยนเลยอาจถูกได้บ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะอ่อนจนหลุด 24 บาทต่อ 100 เยน เนื่องจากการเคลื่อนไหวแถวๆ นี้ถือว่าถูกมากแล้ว และเราจึงแนะนำให้ลูกค้าทยอยซื้อ ไม่ว่าจะเป็นในมุมของผู้นำเข้า (Importer) ที่มีภาระนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น ช่วงนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีมาก หรือในมุมของคนอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ควรทยอยซื้อ” พูนกล่าว

 

โดยพูนยังมองว่าธุรกรรมเยน/บาทไม่น่ากลับไปแตะระดับช่วงต้มยำกุ้งได้ ซึ่งเคยเคลื่อนไหวที่ระดับเกือบ 20 บาทต่อ 100 เยน เนื่องจาก BOJ ไม่น่าจะยอมให้เยนอ่อนค่าขนาดนั้น และจะเข้ามาแทรกแซง

 

นอกจากนี้ พูนยังแนะให้จับตาการประชุมของ BOJ ในรอบวันที่ 27-28 กรกฎาคมนี้ โดยหาก BOJ ปรับประมาณการเงินเฟ้อเป็น 2% หรือสูงกว่า ก็อาจตามมาด้วยการปรับนโยบายการเงิน ซึ่งพูนมองว่า BOJ น่าจะเริ่มจากการปรับนโยบาย YCC พันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีก่อน ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ค่อยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายทีหลัง เนื่องจากมองว่าเงินเฟ้อของญี่ปุ่นค่อนข้างสูงแล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานล่าสุดซึ่งอยู่ที่ 3.4% แล้ว

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางสำนักมองว่า BOJ อาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า ไม่ใช่ปีนี้ เนื่องจาก 2 ความกังวลหลัก ได้แก่ การต่อรองเรื่องค่าจ้างในปีหน้า และการเมืองในญี่ปุ่นที่อาจเกิดการยุบสภาปีนี้ ท่ามกลางการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของตลาดหุ้นญี่ปุ่น และคะแนนเสียงที่ดูไม่ค่อยดีของ ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรี


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories