×

ประมวลภาพสภาถกงบประมาณ 2567 ครึ่งเช้า กมธ. รายงานพิจารณาวาระ 2-3 เร็วกว่ากำหนด 2 สัปดาห์ ปรับลดงบจากเดิม 9.2 พันล้าน

โดย THE STANDARD TEAM
20.03.2024
  • LOADING...

วันนี้ (20 มีนาคม) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภารัฐสภา เป็นประธานการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 วงเงินงบประมาณ 3.48 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 เรียงตามมาตรา ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 พิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาเรียงมาตรา โดยมีสมาชิกทยอยอภิปราย

 

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ได้กล่าวสรุปสาระสำคัญต่อที่ประชุมว่า กมธ. พิจารณาได้รวดเร็วกว่าเดิม 2 สัปดาห์ เพราะตระหนักดีว่าปัญหาของประชาชนไม่อาจรอต่อไปอีกได้ จำเป็นต้องได้รับงบประมาณเพื่อทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนที่สุด 

 

โดยดำเนินการประชุมพิจารณางบประมาณ ยึดหลักเป็นองค์คณะหนึ่งเดียวกันไม่แบ่งฝั่งเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เพื่อแสวงหาความร่วมมือในการพิจารณางบประมาณที่มีประสิทธิภาพ ถูกต้อง รอบคอบ โดยมีเป้าหมายให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประโยชน์แก่ประชาชนสูงสุด และยึดหลักการให้ความเคารพในการแสดงความเห็นที่แตกต่างของที่ประชุม ซึ่งร่วมกันพิจารณางบประมาณจากหน่วยรับงบประมาณ 737 หน่วยรับงบประมาณ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนหน่วยรับงบประมาณภายใต้หลักธรรมาภิบาล สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม

 

คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ปรับลดงบประมาณลงจำนวน 9,204 ล้านบาท โดยรายการที่ปรับลดเป้าหมายหรือปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานให้เกิดความประหยัด เช่น การฝึกอบรมสัมมนา, การจ้างเหมาบริการ, การจ้างที่ปรึกษา, การจัดการประชาสัมพันธ์, การเดินทางไปราชการต่างประเทศ รายการที่มีผลการดำเนินงานล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้และคาดว่าจะไม่สามารถใช้จ่ายได้ทันในปีงบประมาณ หรือรายการผูกพันงบประมาณเดิมที่ผลการจัดซื้อจัดจ้างต่ำกว่าวงเงินงบประมาณที่เสนอไว้, รายการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือที่ดำเนินการไปแล้วโดยใช้จ่ายจากการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณหรือการเปลี่ยนแผนปฏิบัติงาน, รายการที่สามารถยกเลิกโครงการที่หมดความจำเป็นหรือสามารถใช้จ่ายเงินจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากเงินงบประมาณได้ 

 

สำหรับการเพิ่มงบประมาณนั้นคณะกรรมการวิสามัญได้พิจารณาเพิ่มงบประมาณให้หน่วยรับงบประมาณตามความเหมาะสมและจำเป็น และหน่วยงานของศาล องค์การอิสระตามรัฐธรรมนูญและองค์การอัยการ เพื่อให้เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่รวมจำนวนทั้งสิ้น 9,204 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินตามจำนวนที่ปรับลดงบประมาณได้

 

ทั้งนี้คณะกรรมการวิสามัญให้มีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2567 ได้แก่การเปลี่ยนแปลงงบประมาณจากสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข แผนงานบุคลากรภาครัฐ รายการบุคลากรภาครัฐ จำนวน 191ล้านบาท ไปเป็นงบประมาณรายจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเป็นเงินอุดหนุนสนับสนุนการถ่ายโอนบุคลากรสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด 43 แห่ง ซึ่งเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542

 

อย่างไรก็ตาม การพิจารณารายละเอียดทั้งการปรับลดการเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณดังกล่าว คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความพร้อมและศักยภาพของหน่วยงาน ความซ้ำซ้อน เป้าหมายการดำเนินงาน ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ภารกิจสำคัญเพื่อสนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ การแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชน และประโยชน์ของประชาชนโดยตรงเป็นสำคัญ รวมทั้งสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตและมีความเข้มแข็งรองรับผลกระทบทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศได้อย่างมีเสถียรภาพ เพื่อให้สามารถดำเนินงานภายในกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายจำนวน 3.48 หมื่นล้านบาท 

 

จากนั้นได้เริ่มอภิปรายวาระ 2 ซึ่งในมาตรา 2 เรืองไกร กิจวัฒนะ หนึ่งในฐานะกรรมาธิการ สงวนคำแปรญัตติไว้ อภิปรายว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 นี้มีงบใช้ไปพลางก่อน ซึ่งบัญญัติให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป ซึ่งงบประมาณบางอย่างที่ได้เข้าอนุกรรมาธิการได้ใช้ไปพลางก่อนแล้ว ถึงได้มีการตัดงบ ดังนั้นจึงขอตัดคำว่า 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป แก้เป็นถัดจากวันประกาศราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป แล้วให้ถือว่ารายจ่ายงบประมาณประจำปี 2567 ที่ใช้ไปพลางก่อน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 141 ถือเป็นส่วนหนึ่งของพระราชบัญญัตินี้

 

ขณะที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 กล่าวชี้แจงยืนยันตามเสียงข้างมากในกรรมการที่จะไม่มีการแก้ไข 

 

ดังนั้นต้องมีการลงมติในมาตรา 2 ผลสรุปคือ 342 เสียงเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ฉะนั้นมาตรา 2 จึงถือว่าเห็นด้วยกับเสียงข้างมากของกรรมาธิการคือไม่มีการแก้ไขข้อความ

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising