×

จีนสั่งห้ามนำเข้าสินค้าจาก ไต้หวัน กว่า 2,000 ชนิด เพื่อตอบโต้การเดินทางเยือนของ แนนซี เพโลซี

03.08.2022
  • LOADING...
จีน

จีนใช้มาตรการทางเศรษฐกิจสั่งแบนห้ามนำเข้าสินเข้าจาก ไต้หวัน จำนวนมากกว่า 2,000 ชนิด จากทั้งหมด 3,200 ชนิด เพื่อตอบโต้การเดินทางเยือนไต้หวันของ แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

 

กรมศุลกากรของจีนได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการห้ามนำเข้าสินค้าจากไต้หวันจำนวนหลายชนิดบนเว็บไซต์ ภายหลังจาก แนนซี เพโลซี ได้เข้าพบกับ ไช่อิงเหวิน ประธานาธิบดีของไต้หวัน โดยระบุเหตุผลว่า สินค้าเหล่านี้ไม่ได้รับการลงทะเบียนอย่างถูกต้องตามเกณฑ์ใหม่ของจีน

 

ทั้งนี้ การสั่งแบนดังกล่าวครอบคลุมสินค้าถึง 35 ประเภท เช่น ปลาและอาหารทะเล น้ำมันปรุงอาหาร บิสกิตและเค้ก ทั้งยังส่งผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ของไต้หวัน เช่น Ve Wong ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และ Chi Mei ผู้ผลิตอาหารแช่แข็ง

 

การลงโทษทางเศรษฐกิจถือเป็นแท็กติกที่จีนเคยใช้ลงโทษไต้หวันมาก่อนหน้านี้แล้ว เช่น การสั่งห้ามนำเข้าสับปะรด แอปเปิ้ล และน้อยหน่าจากไต้หวันในปี 2011 จนไต้หวันต้องทำแคมเปญสับปะรดเพื่อประชาธิปไตยและเสรีภาพขึ้นมาต่อสู้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการแบนของจีนมักจะจำกัดอยู่ในกลุ่มสินค้าไม่กี่ชนิด ไม่เคยมีการแบนสินค้าจำนวนมากเช่นนี้มาก่อน

 

“ในอดีตจีนจะสั่งแบนสินค้าในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น ผลไม้หรือปลา ทำให้เศรษฐกิจไต้หวันได้รับผลกระทบไม่มากนักในระดับมหภาค แต่ครั้งนี้เป็นการแบนครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท และนี่อาจเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นของมาตรการตอบโต้ เรามั่นใจว่าจะมีมาตรการลงโทษอื่นๆ ตามออกมาอีก” ชูชุยเจิ้ง รองประธานสภากิจการจีนแผ่นดินใหญ่ของไต้หวัน ระบุ

 

นักวิเคราะห์เชื่อว่า การสั่งแบนสินค้าไต้หวันของจีนในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อโจมตีพรรค DPP ของไช่อิงเหวิน ที่กำลังจะเข้าสู้ศึกเลือกตั้งอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้โดยตรง โดยหากเศรษฐกิจของไต้หวันมีปัญหา ก็จะทำให้พรรค DPP ได้รับคะแนนโหวตลดลง

 

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ของไต้หวันได้ระบุว่า รัฐบาลยังอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบจากมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าของจีน แต่เชื่อว่าจะมีผลกระทบพอสมควร โดยรัฐบาลไต้หวันจะช่วยให้การลงทะเบียนของบริษัทต่างๆ เป็นไปตามเกณฑ์ใหม่ของรัฐบาลจีน แม้จะเชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่ช่วยให้การแบนสินค้าไต้หวันถูกยกเลิกก็ตาม

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising