ถ้าต้องวิ่ง 100 กิโลเมตรต่อเดือน เพื่อแลกโบนัส 130% ต่อเดือน… คุณคิดว่าดีลนี้น่าสนใจไหม?
ลองจินตนาการว่า ในวันที่เงินเดือนออก นอกจาก KPI ที่คุณทำได้ตามเป้าแล้ว หากคุณ ‘วิ่ง’ ได้ระยะทางตามที่บริษัทกำหนด คุณยังมีสิทธิ์รับโบนัสก้อนโต เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
นี่ไม่ใช่แค่ไอเดียขำๆ แต่เป็นเรื่องจริงที่เคยไวรัลไปทั่วโลก จนจุดประเด็นถกเถียงเรื่อง ‘Work-Life Balance’ ในเวอร์ชันที่ต้องแลกมาด้วยเหงื่อ
เรื่องราวสุดแปลกนี้เกิดขึ้นที่ Guangdong Dongpo Paper โรงงานผลิตกระดาษในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เมื่อ หลิน จื้อหยง (Lin Zhiyong) ประธานบริษัทสายลุย ออกมาประกาศนโยบายที่ทำเอาพนักงานถึงกับนั่งไม่ติด ในช่วงปลายปี 2023
เพราะนอกจากจะมีการจ่ายโบนัสตามผลงาน (KPI) เหมือนบริษัททั่วไปแล้ว เขาตัดสินใจนำระยะทางวิ่งสะสมในแต่ละเดือน มาเป็นตัวชี้วัดเพื่อจ่ายเงินโบนัสพิเศษรายเดือน ที่จะท็อปอัปเข้าไปในเงินเดือนทันที หมายความว่าถ้าเดือนไหนคุณวิ่งครบตามเป้า เงินในกระเป๋าของคุณเดือนนั้นก็จะเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 130% ของเงินเดือนปกติ
โดยประธานหลินตั้งใจเปลี่ยนออฟฟิศให้กลายเป็นสนามวิ่ง โดยมีเงินโบนัสเป็นเหรียญรางวัลล่อใจตามความอึด ดังนี้
- ระดับเหรียญทอง (100 กม.) รับโบนัส 130% ของเงินเดือน
- ระดับเหรียญเงิน (50 กม.) รับโบนัสเท่ากับเงินเดือน 1 เดือน
- ระดับเหรียญทองแดง (30 กม.) รับโบนัส 30% ของเงินเดือน
นอกจากวิ่งแล้ว บริษัทยังเปิดทางเลือกให้พนักงานสามารถสะสมระยะทางผ่านกิจกรรมอื่นได้ เช่น ‘เดินเขา’ (คิดเป็น 60% ของระยะวิ่ง) หรือ ‘เดินเร็ว’ (คิดเป็น 40% ของระยะวิ่ง) มาสะสมไมล์แทนได้ เพื่อให้พนักงานทุกช่วงวัยมีส่วนร่วมกับกิจกรรมนี้
ถึงตรงนี้..หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้?
คำตอบอยู่ในตัวตนของประธานหลินเอง เขาคือนักกีฬาสายลุยที่เคยพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์มาแล้วสองครั้ง ในปี 2022 และ 2023
เขาเชื่อว่าพนักงานที่มีสุขภาพดีคือรากฐานสำคัญขององค์กรที่มั่นคง จึงพยายามปลูกฝังวัฒนธรรมการออกกำลังกายให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ในมุมของบริษัท นี่คือการลงทุนที่ ‘คุ้มค่า’ มากกว่า เพราะพนักงานที่แข็งแรงไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และลดอัตราการลาป่วยได้อย่างเป็นรูปธรรม
ท้ายที่สุด งบประมาณที่เคยใช้ไปกับสวัสดิการบางส่วน จึงถูกเปลี่ยนกลับมาเป็น ‘โบนัส’ ที่พนักงานสามารถคว้ามาได้ด้วยความพยายามของตัวเอง
ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าน่าสนใจ โดยอ้างอิงจากรายงานของ Guangzhou Daily ระบุว่า พนักงานของบริษัทซึ่งมีอยู่ราว 100 คน ส่วนใหญ่ตอบรับนโยบายนี้อย่างกระตือรือร้น และมีอัตราการเข้าร่วมเกือบ 100%
สำหรับพนักงานจำนวนมาก มองว่านี่ไม่ใช่แค่กิจกรรมเพื่อสุขภาพ แต่หลายคนรู้สึกว่านี่แหละ คือโอกาสในการเพิ่มรายได้เข้ากระเป๋าด้วยตัวเอง นั่นทำให้หลายคนหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจังมากขึ้น
พนักงานคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า นโยบายนี้ช่วยให้เขาหันมาออกกำลังกายจนน้ำหนักลดลง และอาการป่วยออดๆ แอดๆ จากการนั่งทำงานนานๆ หายไปอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป ตัดภาพมาที่ปี 2026 นโยบายนี้ยังคงเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง พนักงานเกือบทั้งหมดสามารถคว้าโบนัสเต็มจำนวนมาครองได้สำเร็จ แถมบริษัทยังซัพพอร์ตด้วยโบนัสพิเศษอย่างรองเท้าวิ่งคู่ใหม่ ให้กับพนักงานที่รักษาวินัยวิ่งได้ 50 กม./เดือน ติดต่อกันนาน 6 เดือนอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้พนักงานในบริษัทจะแฮปปี้ แต่ในโลกโซเชียลจีน กลับมีความเห็นแตกเป็นสองฝ่าย บางส่วนมองว่าเป็นวิธีที่สร้างสรรค์ แต่ก็มีชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยที่ออกมาตั้งคำถามถึงความเหมาะสม
โดยความเห็นหนึ่งระบุว่า “ต้องวิ่ง 100 กม. ต่อเดือน หรือเฉลี่ยวันละ 3 กม. เลยเหรอ? นี่บริษัทกำลังรับสมัครพนักงานหรือเฟ้นหานักวิ่งระยะไกลกันแน่?”
นอกจากนี้ ยังมีคอมเมนต์ที่มองไปถึงความมั่นคงของบริษัท โดยระบุว่าการเอาเรื่องสุขภาพมาเป็นเกณฑ์ตัดสินใจเรื่องเงินแบบสุดโต่งเช่นนี้ อาจสะท้อนถึงทิศทางการบริหารที่กดดันเกินไป และอาจส่งผลเสียต่อบริษัทในระยะยาวได้
แล้วคุณล่ะ…มองนโยบายนี้อย่างไร? มาคอมเมนต์แสดงความเห็นกันได้เลย
อ้างอิง:
- https://mensfitness.co.uk/features/chinese-employees-run-bonus/
- https://www.businessinsider.com/chinese-company-staff-run-2-miles-daily-get-better-bonus-2023-12
- https://marathonhandbook.com/run-more-earn-more-the-chinese-company-paying-workers-to-rack-up-miles/
- https://runningmagazine.ca/the-scene/chinese-company-to-boost-annual-bonuses-for-running-mileage/?utm_source=chatgpt.com


