×

PLAYER Profile: นอร์ตั้น-ฐิตภัทร ปิงปองวัย 16 จาก Home School สู่แชมป์โลก ขอท้าทายเอเชียนเกมส์หนแรก

21.08.2026
  • LOADING...
ภาพโปรไฟล์ นอร์ตั้น-ฐิตภัทร ปรีชาญาณ นักเทเบิลเทนนิสทีมชาติไทย

นอร์ตั้น-ฐิตภัทร ปิงปองวัย 16 จาก Home School สู่แชมป์โลก ขอท้าทายเอเชียนเกมส์หนแรก

 

 
 

ในแวดวงเทเบิลเทนนิสไทยเวลานี้ ชื่อของ “นอร์ตั้น” ฐิตภัทร ปรีชาญาณ เด็กหนุ่มวัย 16 ปี กำลังถูกจับตามองในฐานะดาวรุ่งพุ่งแรง หลังสร้างชื่อกระหึ่มวงการด้วยการจารึกประวัติศาสตร์คว้าแชมป์โลกเยาวชนประเภทคู่ผสม โดยการโค่นมหาอำนาจอย่างทีมชาติจีนลงได้อย่างงดงามด้วยวัยเพียง 15 ปี

 

วันนี้ เด็กหนุ่มคลื่นลูกใหม่ของวงการลูกเด้งไทย กำลังจะได้โชว์ฝีมือในเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นครั้งแรก THE STANDARD SPORT มีโอกาสพูดคุยกับนอร์ตั้นถึงเส้นทางชีวิตตั้งแต่วันที่เริ่มจับไม้ปิงปอง ไปจนถึงการก้าวขึ้นสู่ทีมชาติชุดใหญ่ในวัยเพียง 16 ปี

 

Home School กับการเลือกเส้นทางนักกีฬา

 

เส้นทางของนอร์ตั้นเริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่ายเมื่ออายุได้ 7 ขวบ เริ่มต้นจากเด็กคนหนึ่งที่ติดตามคุณแม่ ไปนั่งดูพี่ชายตีปิงปองอยู่ข้างโต๊ะเป็นประจำ จากความคุ้นเคย กลายเป็นความสนใจ ก่อนพัฒนาเป็นความชอบ ประกอบกับพรสวรรค์ที่มีติดตัว ทำให้ฝีมือของเขาพัฒนาอย่างรวดเร็ว

 

“ตอนอายุ 7 ขวบ ผมไปนั่งดูพี่ชายซ้อมปิงปองอยู่ประมาณ 3 เดือน ก่อนจะได้จับไม้ครั้งแรก รู้สึกว่าปิงปองมันสนุก เพราะผมชอบกีฬาที่ได้ตีลูกเร็ว ๆ”

 

“ผมไม่เคยฝึกมาก่อน อาศัยจดจำการจับไม้และการตีลูกจากพี่ชาย ยิ่งเวลาเราตีชนะก็ยิ่งรู้สึกสนุก”

 

แววความสามารถของนอร์ตั้นเริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อย ๆ จน สานนท์ วงศ์แก้ว หรือ “ครูหนุ่ย” โค้ชของพี่ชายในขณะนั้น และปัจจุบันคือหนึ่งทีมผู้ฝึกสอนของทีมชาติไทย ได้เรียกมาทดสอบฝีมือ

 

นอร์ตั้นสร้างความประทับใจให้ครูหนุ่ยได้ในทันที เมื่อเด็กวัย 7 ปีสามารถตีลูกท็อปสปินได้ตั้งแต่ครั้งแรก จากวันนั้น ครูหนุ่ยชักชวนให้เขาเข้ามาฝึกซ้อมอย่างจริงจัง พร้อมส่งลงแข่งขันในรายการต่าง ๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะเริ่มเอาชนะนักกีฬารุ่นพี่ได้หลายคน และคว้าสิทธิ์ติดทีมชาติเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ตั้งแต่อายุเพียง 12 ปี

 

“ตอนนั้นผมยังไม่รู้เลยว่าการติดทีมชาติหมายถึงอะไร รู้แค่ว่าได้คัดตัวแล้วก็ติด ยิ่งได้ออกไปแข่งก็ยิ่งสนุก แล้วก็ยิ่งชอบปิงปองมากกว่าเดิม”

 

เมื่อเห็นโอกาสของลูก ครอบครัวจึงตัดสินใจปรับเส้นทางการเรียน โดยให้นอร์ตั้นเรียนในระบบ Home School ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เพื่อให้สามารถจัดตารางเรียนได้ยืดหยุ่น มีเวลาเก็บเกี่ยวทักษะด้านกีฬาอย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการศึกษา

 

“แม่ผมจ้างติวเตอร์มาสอนที่บ้านตั้งแต่ ป. 2 ส่วนพ่อก็สนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่าย ทำให้ผมมีเวลาซ้อมปิงปองมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทิ้งการเรียน ใช้ระบบ Home School จนถึง ป. 6 ก่อนจะกลับมาเรียนในระบบปกติ”

 

“ผมมองว่าการเรียนกับกีฬาไปด้วยกันได้ ถ้าเราจัดการเวลาให้ดี การเรียนแบบ Home School ทำให้ผมมีเวลาซ้อมมากขึ้น และนั่นก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผมพัฒนาฝีมือจนมีผลงานอย่างทุกวันนี้”

 

การตัดสินใจของครอบครัวในวันนั้น กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญบนเส้นทางนักกีฬาของนอร์ตั้น ได้เดินเข้าสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ ก่อนจะสร้างชื่อบนเวทีโลกด้วยการคว้าแชมป์เยาวชนโลกปี 2025 ประเภทคู่ผสม ร่วมกับ พลอย-กุลภัสสร์ วิจิตรวิริยะกุล พร้อมจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการเทเบิลเทนนิสไทย ซึ่งนำไปสู่การติดทีมชาติไทยชุดเอเชียนเกมส์ครั้งแรกด้วยวัยเพียง 16 ปี

 

ก้าวแรกบนเวทีเอเชียนเกมส์ “ผมจะนำเหรียญกลับบ้าน”

 

เจ้าของแชมป์เยาวชนโลกยอมรับว่าตื่นเต้นไม่น้อยกับการมีชื่อในเอเชียนเกมส์ครั้งแรก ขณะเดียวกันยังเชื่อว่า จุดแข็งของตัวเองคือการอ่านเกม และการไม่ปล่อยให้ความกดดันเข้ามามีอิทธิพลต่อการเล่น

 

“ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะติดทีม แต่พอประกาศรายชื่อก็เริ่มตื่นเต้นแล้ว (หัวเราะ) เพราะนี่เป็นรายการใหญ่ไม่เหมือนในระดับเยาวชน ผมต้องซ้อมให้หนักกว่าเดิม ถึงจะเป็นเอเชียนเกมส์ครั้งแรก แต่ผมหวังถึงเหรียญรางวัล และมั่นใจว่าตัวเองทำได้”

 

“สไตล์ของผมเป็นพวกอ่านเกมขาด เข้าใจเกมว่าลูกจะมาประมาณไหน ถึงจะดูเป็นคนชิลล์ๆ แต่เวลาแข่งผมตั้งใจเต็มที่ และไม่ประมาทคู่แข่ง”

 

“ผมรู้ว่ารายการนี้ต้องเจอนักกีฬาระดับโลก แต่ผมไม่กลัว เพราะผมจะมาคว้าเหรียญกลับบ้าน”

 

นอร์ตั้นยอมรับว่า เขาอยากให้แฟนกีฬาไทยจดจำชื่อของตัวเองในฐานะนักกีฬาที่สร้างผลงานได้ตั้งแต่เอเชียนเกมส์ครั้งแรก และเวลานี้ก็กำลังเตรียมตัวอย่างเต็มที่ร่วมกับรุ่นพี่ในทีมชาติ เพื่อไล่ล่าความฝันดังกล่าว

 

จากเด็กชายที่เริ่มต้นเล่นปิงปองเพราะนั่งรอพี่ชายซ้อม วันนี้นอร์ตั้นก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในความหวังของวงการเทเบิลเทนนิสไทย เส้นทางของเขาไม่เพียงสะท้อนพรสวรรค์ แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่น วินัย และแรงสนับสนุนจากครอบครัวที่หล่อหลอมให้เด็กคนหนึ่งก้าวมาถึงจุดนี้

 

คู่แข่งสำคัญ

 

เอเชียนเกมส์ 2026 นอร์ตั้น-ฐิตภัทร จะลงแข่งขัน 4 ประเภท ได้แก่ ชายเดี่ยว, ชายคู่, คู่ผสม และทีมชาย โดยตัวเต็งเหรียญทองยังคงเป็น จีน มหาอำนาจแห่งวงกาเทเบิลเทนนิสโลก ที่กวาดไปถึง 6 เหรียญทองจาก 7 อีเวนต์ในเอเชียนเกมส์ครั้งก่อน และยังครองเหรียญทองครบทั้ง 5 ประเภทในโอลิมปิกเกมส์ 2024

 

ขุมกำลังของทีมขาติจีน นำทัพโดย Wang Chuqin มือ 1 ของโลก วัย 26 ปี เจ้าของ 2 เหรียญทองโอลิมปิก 2024 และ 6 เหรียญทองเอเชียนเกมส์ ซึ่งเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวจากชุดโอลิมปิก 2024 ที่ยังติดทีมชุดนี้ ขณะที่อีก 4 คน ล้วนเป็นนักกีฬาระดับแถวหน้าของโลก ได้แก่ Lin Shidong มือ 6 ของโลก, Wen Ruibo มือ 12 ของโลก, Xiang Peng มือ 18 ของโลก และ Huang Youzheng มือ 60 ของโลก

 

การประเดิมเอเชียนเกมส์ครั้งแรกของนอร์ตั้นจึงไม่ใช่งานง่าย เพราะต้องเผชิญกับคู่แข่งระดับโลกตั้งแต่ก้าวแรกบนเวทีมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของทวีป

 

เทเบิลเทนนิสแข่งที่ไหน ชิงกี่เหรียญทอง

 

เทเบิลเทนนิส ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ชิง 7 เหรียญทอง แข่งขันระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน ที่สกาย ฮอลล์ โตโยต้า ซึ่งสนามกีฬาในร่มและอาคารอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่เมืองโตโยต้า จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น

 

สมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย ส่งนักกีฬาเข้าร่วมจำนวน 10 คน แบ่งออกเป็นชาย 5 คน และหญิง 5 คน ดังนี้

 

นักกีฬาชาย : ภาคภูมิ สงวนสิน, ฐิตภัทร​ ปรีชาญาณ, ศรายุทธ ตันเจริญ, นวเชฐ ประสงค์ผล และ นาวิน เมฆอัมพร

 

นักกีฬาหญิง : อรวรรณ พาระนัง, สุธาสินี เสวตรบุตร, จิณห์นิภา เสวตรบุตร, กุลภัสสร์ วิจิตรวิริยะกุล และภัตศราภรณ์ วงละคร

 

สำหรับผลงานของทัพเทเบิลเทนนิสไทยในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ทำได้ 1 เหรียญทองแดงจากประเภททีมหญิง ซึ่งนับเป็นเหรียญประวัติศาสตร์ เพราะเป็นเหรียญแรกของวงการเทเบิลเทนนิสไทยในเอเชียนเกมส์ โดยชุดดังกล่าวประกอบด้วย อรวรรณ พาระนัง, สุธาสินี เสวตรบุตร, จิณห์นิภา เสวตรบุตร, ธมลวรรณ เขตต์เขื่อน และวรรณวิสาข์ เอื้อวิริยะโยธิน

 

ส่วนเอเชียนเกมส์ 2026 ครั้งนี้ ทัพลูกเด้งไทยยังคงตั้งเป้าคว้า 1 เหรียญทองแดงจากประเภททีมหญิงให้ได้อีกครั้ง และมาร่วมกันลุ้น นอร์ตั้น-ฐิตภัทร สร้างเซอร์ไพรส์บนเวทีเอเชียนเกมส์ครั้งแรกของเจ้าตัว

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising