×

จีนเตือน ‘แรงแทรกแซงจากนอกภูมิภาค’ กระทบความร่วมมือจีน-อาเซียน เสี่ยงกลายเป็นสมรภูมิภูมิรัฐศาสตร์

29.09.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบแสดงถึงความร่วมมือระหว่างจีนและอาเซียน ท่ามกลางความท้าทายจากภายนอกภูมิภาค

จีนเตือนว่า ‘แรงแทรกแซงจากภายนอกภูมิภาค’ กำลังเป็นความท้าทายสำคัญต่อความร่วมมือระหว่างจีนและอาเซียน โดยที่การแข่งขันทางเทคโนโลยีระหว่างมหาอำนาจกำลังขยายไปสู่สมรภูมิ AI ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ภูมิภาคเอเชียกลายเป็นสมรภูมิการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์และการเผชิญหน้าที่รุนแรงขึ้น พร้อมแนะให้ประเทศต่างๆ ส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคและคงความมีอิสระในการกำหนดยุทธศาสตร์ของตัวเอง

 

ในการประชุมระหว่างผู้แทนกรมเอเชีย กระทรวงการต่างประเทศจีน และคณะนักข่าวจากชาติอาเซียน ณ อาคารที่ทำการกระทรวงการต่างประเทศจีน กรุงปักกิ่ง เมื่อวานนี้ (28 กันยายน) THE STANDARD ได้ส่งคำถามล่วงหน้าถามว่า หากมองความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบรอบด้านระหว่างจีน-อาเซียนในอีก 5 ปีข้างหน้า อะไรคือความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดต่อความร่วมมือระหว่างจีนและอาเซียน และทั้งสองฝ่ายควรดำเนินมาตรการอะไรที่เป็นรูปธรรมเพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว?

 

หวังเสี่ยวหลง หนึ่งในที่ปรึกษากรมเอเชีย กระทรวงการต่างประเทศจีน ซึ่งอยู่ในที่ประชุมตอบว่า ในมุมมองของเขา ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดที่ส่งผลต่อความร่วมมือระหว่างจีนและอาเซียนในปัจจุบัน คือ “การแทรกแซงและรบกวนจากอิทธิพลภายนอกภูมิภาค”

 

เขากล่าวต่อว่า บางประเทศนอกภูมิภาคกำลังพยายามสร้างกลุ่มหรือวงความร่วมมือขนาดเล็กที่มีลักษณะกีดกันประเทศอื่น ซึ่งความเคลื่อนไหวเช่นนี้จะส่งผลให้ภูมิภาคเอเชียกลายเป็น “สนามแข่งขันหรือเวทีเผชิญหน้าทางภูมิรัฐศาสตร์”

 

ที่ปรึกษากรมเอเชียยกตัวอย่างถึงการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยระบุว่า ประเทศอาเซียนบางประเทศกำลังถูกกดดันหรือบีบบังคับให้ “เลือกข้าง” ในเรื่องการพัฒนา AI คำตอบดังกล่าวยังสะท้อนถึงความกังวลของจีนด้วยว่า การแข่งขันทางเทคโนโลยีระหว่างมหาอำนาจกำลังขยายตัวไปสู่พื้นที่ความร่วมมือระหว่างจีนกับอาเซียนในด้าน AI ด้วย

 

แม้หวังเสี่ยวหลงจะไม่ได้ระบุชื่อประเทศที่บีบให้เลือกข้างโดยตรง แต่ชัดเจนว่าหมายถึงสหรัฐอเมริกา โดยก่อนหน้านี้สำนักข่าว Reuters เคยเผยแพร่ร่างจดหมายของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่เตรียมส่งถึง 35 ประเทศภาคี โดยมีเนื้อหาบีบให้พันธมิตรเลือกข้างในศึก AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

 

จดหมายระบุว่าประเทศที่เข้าร่วมกรอบความร่วมมือของจีนจะถูกตัดสิทธิ์ออกจากกลุ่มพันธมิตร AI ที่นำโดยสหรัฐฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความริเริ่ม Pax Silica ที่สหรัฐฯ จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ห่วงโซ่อุปทาน AI ที่ครอบคลุมเรื่องแร่ธาตุสำคัญ และเซมิคอนดักเตอร์

 

เพื่อรับมือความท้าทายจากแรงอิทธิพลนอกภูมิภาค ที่ปรึกษากรมเอเชียเสนอว่า จีนและประเทศอาเซียนควรเสริมสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมรักษาความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ (strategic independence) ตลอดจนส่งเสริม ‘คุณค่า’ ของเอเชียที่ให้ความสำคัญกับสันติภาพ ความร่วมมือ การเปิดกว้าง และการมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุม

 

หวังกล่าวว่า “อาเซียนต้องรักษาความสามารถในการกำหนดนโยบายและตัดสินใจด้วยตนเอง โดย ไม่ปล่อยให้การแข่งขันหรือแรงกดดันจากภายนอกเป็นตัวกำหนดทิศทางของภูมิภาค”

 

จีนยังเสนอภาพของระเบียบภูมิภาคที่ไม่แบ่งออกเป็นกลุ่มหรือค่ายที่แข่งขันกัน และไม่สร้างกลไกความร่วมมือที่กีดกันประเทศใดประเทศหนึ่งออกไป แต่ควรเดินหน้าการบูรณาการทางเศรษฐกิจของภูมิภาค และต่อต้านสิ่งที่เป็นการแทรกแซงจากภายนอก

 

ท้ายที่สุดที่ปรึกษากรมเอเชียยังเสนอให้ใช้ “ความร่วมมือจีน-อาเซียนในระดับสูง” เป็นแรงขับเคลื่อนความร่วมมือในเอเชียตะวันออกในภาพรวม

 

หวังเสี่ยวหลงยังกล่าวถึงภาพรวมความร่วมมือระหว่างจีนและอาเซียนว่า ปัจจุบันครอบคลุมเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน โดยนับตั้งแต่เริ่มความสัมพันธ์ในฐานะคู่เจรจาเมื่อปี 1991 ความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายเติบโตอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะยกระดับสู่การเป็น ‘หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม’ ในปี 2021

 

ในด้านเศรษฐกิจ หวังระบุว่า จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอาเซียนติดต่อกัน 17 ปี ขณะที่อาเซียนก็เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของจีนติดต่อกัน 6 ปี โดยการค้าระหว่างกันในปี 2025 มีมูลค่าสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้สองฝ่ายยังได้ลงนามพิธีสารยกระดับเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน หรือ FTA 3.0 ในเดือนตุลาคมปีเดียวกันด้วย

 

ความร่วมมือยังครอบคลุมด้านอุตสาหกรรมและการเชื่อมโยงการขนส่ง เช่น ทางรถไฟจีน-ลาว และเส้นทางการค้าระหว่างประเทศทางบกและทางทะเล หวังกล่าวว่า ผลประโยชน์ไม่ได้ปรากฏเพียงในตัวเลขการค้า แต่เห็นได้ในชีวิตประจำวัน ทั้งผลไม้จากอาเซียนที่ส่งไปถึงผู้บริโภคในพื้นที่ตอนในของจีน และรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่เข้าสู่ตลาดอาเซียน

 

สำหรับการประชุมครั้งนี้ นอกจากหวังเสี่ยวหลงแล้ว ฝ่ายกระทรวงการต่างประเทศจีนยังมีหวังเต๋อซิน ที่ปรึกษากรมเอเชีย, จางย่าฉี เลขานุการโท กรมเอเชีย และหลัวเจินเจิน รองผู้อำนวยการ กองการทูตสาธารณะ กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศจีน เข้าร่วม ส่วนสื่ออาเซียนประกอบด้วยนักข่าวจากไทย เวียดนาม เมียนมา ฟิลิปปินส์ กัมพูชา สปป.ลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย และติมอร์-เลสเต

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising