วิกฤตพลังงานครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 8 ส่งผลให้เกิดการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ใช้ในการขนส่งน้ำมันถึง 1 ใน 5 ของโลก การปิดเส้นทางนี้ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและเกิดภาวะขาดแคลนพลังงาน
ประเทศต่างๆ รวมถึงในอาเซียนจึงต้องเร่งหาแหล่งพลังงานทดแทน เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนพลังงานภายในประเทศ โดยสาเหตุสำคัญที่เลือก ‘รัสเซีย’ เป็นแหล่งพลังงานทางเลือกนั้น นักวิเคราะห์ชี้ว่า เป็นเพราะอาเซียนมีพื้นฐานความสัมพันธ์อันดีทางการทูต ประเทศในอาเซียนหลายประเทศยังคงมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับรัสเซีย ทำให้อยู่ในสถานะที่เจรจากันได้ง่าย
อีกทั้งในภาวะวิกฤตพลังงานทั่วโลก รัสเซียถือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีศักยภาพในการจัดหาน้ำมัน โดย อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียยังได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า แม้แต่ประเทศในยุโรปและอเมริกาที่เคยออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ในขณะนี้ก็ยังต้องหันมาแข่งขันกัน เพื่อซื้อน้ำมันจากรัสเซียเช่นเดียวกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า รัสเซียเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญอย่างมากในสถานการณ์ปัจจุบัน
ความคืบหน้าและท่าทีของอาเซียน
มาเลเซีย
นายกรัฐมนตรีมาเลเซียสั่งการให้บริษัทน้ำมันแห่งชาติ (Petronas) เตรียมเจรจาซื้อน้ำมันจากรัสเซียเพื่อรับประกันว่าจะมีปริมาณเพียงพอสำหรับใช้ในประเทศ โดยระบุว่า มาเลเซียกับรัสเซียยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แม้ว่าก่อนหน้านี้ ความพยายามทางการทูตจะช่วยให้เรือบรรทุกน้ำมันของมาเลเซียสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งช่วยรักษาระดับน้ำมันสำรองในประเทศได้ จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนก็ตาม โดยอันวาร์ระบุชัดว่า ความสัมพันธ์ที่ดีกับรัสเซียเป็นประโยชน์ที่เปิดโอกาสให้สามารถเจรจาตกลงซื้อขายน้ำมันกันได้
อินโดนีเซีย
ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้เดินทางไปหารือกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียที่กรุงมอสโกเป็นเวลา 5 ชั่วโมง โดยทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือระยะยาวในภาคพลังงานและทรัพยากรแร่ เช่น น้ำมัน ก๊าซ และความมั่นคงทางพลังงาน
ฟิลิปปินส์
รัฐบาลได้ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานระดับชาติ และได้ร้องขอให้สหรัฐฯ ซึ่งเป็นชาติพันธมิตร ขยายการผ่อนผันให้ฟิลิปปินส์สามารถซื้อน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากรัสเซียได้ อย่างไรก็ตาม ฟิลิปปินส์ไม่ได้จำกัดทางเลือกไว้แค่รัสเซีย แต่ยังพิจารณาผู้ผลิตจากอเมริกาใต้ เช่น โคลอมเบีย และอาร์เจนตินา รวมถึงแคนาดา และสหรัฐฯ เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านแหล่งพลังงาน
เวียดนาม
ฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนามคนก่อน ก็เพิ่งจะเดินทางเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเตรียมลงนามในข้อตกลงหลายฉบับ ซึ่งรวมถึงความร่วมมือด้านน้ำมันและก๊าซระหว่างสองประเทศ และเพื่อเสริมความยืดหยุ่นทางด้านพลังงานให้แก่กัน
แฟ้มภาพ: iStock / Getty Images Plus
อ้างอิง:
- https://www.channelnewsasia.com/asia/malaysia-petronas-russia-oil-southeast-asia-6066221
- https://news.laodong.vn/the-gioi/nga-dat-thoa-thuan-dau-khi-quan-trong-voi-nuoc-thanh-vien-asean-1685637.ldo
- https://asianews.network/energy-as-new-diplomatic-chip-southeast-asian-nations-negotiate-with-major-powers-for-supply/


