วันนี้ (1 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ นริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เดินทางลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ ฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และคดีพบผู้เสียชีวิตรวม 5 ศพ ในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
คณะของนายกรัฐมนตรีเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงจอดที่สนามเฮลิคอปเตอร์วิหารเซียน ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบจุดแรก บริเวณป่าซากแง้ว ซึ่งเป็นจุดที่พบศพนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย 2 ราย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยาร่วมบรรยายสรุปเหตุการณ์ จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยังจุดที่พบศพครอบครัวชาวไทย 3 พ่อแม่ลูก ในพื้นที่สวนมะพร้าว ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร
ภายหลังการลงพื้นที่ อนุทินได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมกล่าวขอโทษนักท่องเที่ยวและประชาชนชาวรัสเซียต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเน้นย้ำว่า เหตุการณ์อุกอาจครั้งนี้เป็นเพียงพฤติกรรมของผู้ก่ออาชญากรรมเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่ภาพสะท้อนว่าประเทศไทยขาดความปลอดภัยโดยรวม
รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามผู้ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและประชาชนให้กลับคืนมาโดยเร็ว พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก
สำหรับประเด็นที่ผู้ต้องหาเคยมีประวัติถูกจำคุกแต่กลับมาก่อเหตุซ้ำ อนุทินระบุว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนที่จะไม่สนับสนุนการลดโทษแก่ผู้กระทำผิดในคดีอุกอาจที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความเชื่อมั่นของประเทศ โดยได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนจัดทำสำนวนคดีอย่างรัดกุมที่สุด เพื่อให้ศาลสามารถพิจารณาลงโทษได้อย่างเด็ดขาดและครบถ้วน พร้อมระบุว่าจำเป็นต้องมีการทบทวนมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มอาชญากรที่กระทำผิดซ้ำซาก
ส่วนกระแสสังคมที่เรียกร้องให้ประหารชีวิตผู้ก่อเหตุในคดีนี้นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังคงมีบทลงโทษประหารชีวิตตามกฎหมาย แต่การตัดสินลงโทษเป็นอำนาจและดุลพินิจของศาล หน้าที่ของรัฐบาลคือการดำเนินคดีผ่านกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษอย่างสาสมและไม่เป็นเยี่ยงอย่างแก่สังคม
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปรับฟังสรุปผลการสืบสวนและการจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว ป๋อง พร้อมพวกร่วมขบวนการมาสอบสวนได้แล้ว โดยรัฐบาลจะติดตามความคืบหน้าของการดำเนินคดีนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป







