×
88604

วายัง อมฤต นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ โดย อนุสรณ์ ติปยานนท์ (บทที่ 22)

04.05.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read

คำนำ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์อภิวัฒน์สยามในปีพุทธศักราช 2475 นั้นเป็นเหตุการณ์สำคัญมากเหตุการณ์หนึ่งในประเทศของเรา การเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นส่งผลกระทบถึงสังคมส่วนใหญ่และปัจเจกชนส่วนย่อยจำนวนมาก เรื่องราวของผู้ที่ต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตจากการอภิวัฒน์ครั้งนั้นมีบันทึกไว้มากมาย แต่ละบุคคลล้วนผิดแผกแตกต่างกันไป

 

ชีวิตของผู้คนนั้นเป็นแกนกลางของนวนิยายอยู่เสมอ โดยเฉพาะนวนิยายประวัติศาสตร์ ดังนั้นการหยิบยกชีวิตของบุคคลที่เคยอยู่ในตำแหน่งที่สูงเด่น หากแต่ต้องผกผันอย่างคาดไม่ถึงมาเล่าใหม่ในครั้งนี้ แม้จะมีความจริงแฝงอยู่หลายประการ แต่การพ้องเคียงกับชีวิตของบุคคลใดก็ตามเป็นเพียงจินตนาการโดยสมบูรณ์ของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว

 

อนุสรณ์ ติปยานนท์

บทที่ยี่สิบสอง

ไฮน์ริช เบิล ก้าวขึ้นมาจากห้องใต้ดินอย่างช้าๆ ท่าทีของเขาแสดงอาการยอมจำนน เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น สอดมือทั้งคู่ไว้ที่ท้ายทอย ก่อนจะจ้องหน้ารูดอล์ฟด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น รูดอล์ฟผลักร่างของไฮน์ริชให้ล้มลงกับพื้น เขาหัวเราะอย่างเบิกบานสำราญใจ เสียงหัวเราะของเขาดังก้องไปทั่ว “ในที่สุด แกก็หายหดหัว ซ่อนตัวเองเสียที กันหรืออุตส่าห์รีบมาที่นี่อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็สายกว่าแกก้าวหนึ่งอยู่ดี โชคยังดีที่กันวางสายไว้แล้วว่าแกจะไปที่ใดได้บ้าง แกทำผิดนะที่มีโอกาสหลบหนีแล้วแต่ก็ไม่ยอมออกจากเมืองนี้ไป อะไรหนอ ไฮน์ริชเอ๋ย ที่หน่วงเหนี่ยวแกไว้ จนต้องประสบกับชะตากรรมเยี่ยงนี้”

 

“เอาเป็นว่า กันได้เจอแกแล้ว เรามาตกลงกันให้เรียบร้อยจะดีกว่า สิ่งที่แกสืบเสาะมาได้ในเรื่องของกัน ขอให้แกส่งคืนมาให้หมด แล้วกันจะยกโทษให้ โดยกันจะไม่เปิดโปงเรื่องราวของแกที่หนีออกจากหน่วยของเรา กันเตรียมเอกสารระบุตัวตนใหม่ให้แกแล้ว อาร์เจนตินา บราซิล เปรู หรือชิลี แถบนั้นมีหลายอย่างที่แกน่าจะชอบ แถมแกยังได้ใช้ภาษาสเปนที่แกเชี่ยวชาญให้เป็นประโยชน์ที่นั่นด้วย ถ้าแกยังไม่พอใจ กันคิดว่า… กันคิดว่า กันจะแถมซากของแม่สาวสเปนนี้ให้แกด้วยเป็นของกำนัล แต่กันคิดว่าดูจากสภาพแล้ว หล่อนคงทำความยุ่งยากให้แกได้ไม่เกินสามวันเจ็ดวันหรอก ความผิดของแกเองนะที่ปรากฏตัวออกมาช้าเกินไป แกก็รู้จักคาร์ลดีนี่นา มันฟังแต่คำสั่งของพวกเราเท่านั้น แต่จะให้มันคิดเอาเองนั้นเห็นจะไม่มี”

 

รูดอล์ฟเคลื่อนร่างของหญิงสาวที่โชกไปด้วยเลือดและเกรียมไปด้วยรอยไหม้ไปเบื้องหน้าไฮน์ริช เบิล และพริบตานั้นเอง รวดเร็วเกินกว่าที่ข้าพเจ้าจะบรรยายได้ถูก ไฮน์ริช เบิลกระชากขาเก้าอี้ที่หญิงสาวผู้นั้นถูกมัดอยู่อย่างแรงจนทำให้ร่างของรูดอล์ฟผวาไป เขากระชากปืน P08 ในมือของรูดอล์ฟ ลั่นไกไปที่หน้าผากของคาร์ลจนทะลุ รูดอล์ฟตั้งหลักได้ เขาดึงปืนเมาเซอร์จากเอว ยิงไปที่ไฮน์ริช กระสุนฝังไปที่สีข้างของไฮน์ริชอย่างจัง แต่ก่อนที่เขาจะยิงซ้ำ ปลายกระบอกปืนของข้าพเจ้าจ่ออยู่ที่ท้ายทอยของเขาแล้ว

 

“ฮะฮ้า ในที่สุด กันก็พบผู้ทรยศอีกคนในที่นี้ ทำไมกันถึงไม่เฉลียวใจนะ ไอ้ท่าทีแบบนักอ่านบ้าตำรานี่มันหลอกลวงคนได้เสมอ เป็นอย่างนั้นใช่ไหม ฟรังซัวส์”

 

นาทีนั้น ข้าพเจ้าหาได้แยแสถ้อยความของรูดอล์ฟไม่ หากแต่กดปลายกระบอกปืนให้ลึกเข้าไปอีกที่ร่องท้ายทอยของเขา ไฮน์ริช เบิล ใช้เท้าเขี่ยร่างที่ไร้ชีวิตของคาร์ลให้พ้นทาง ปลดปืนเมาเซอร์ในมือของรูดอล์ฟ แล้วลงมือแก้มัดให้กับสาวน้อยชาวสเปนผู้นั้น หลังจากนั้นเขาเอาเชือกที่ได้มามัดมือของรูดอล์ฟไว้แทน “ครานี้ละ กันจะทดแทนแกให้สาสมทีเดียว” เขาเอ่ยขึ้นลอยๆ

 

แทนการสมรู้ร่วมคิดจากข้าพเจ้า ไฮน์ริช เบิล ดึงมีดสวิสจากด้านในของเข็มขัดเขา เขาทดสอบความคมของมันกับเล็บตนเอง หลังจากนั้นเขาเริ่มใช้มันตัดใบหูของรูดอล์ฟทีละข้าง ตามด้วยการเฉือนริมฝีปาก รูดอล์ฟร้องออกมาไม่เป็นส่ำ ท่าทีผยองพองขนของเขาเมื่อครู่หายไปหมดแล้ว กระนั้นเมื่อไฮน์ริชวางมือ รูดอล์ฟก็ส่งคำขู่ต่อพวกเราว่า “กันคงตายแน่ ข้อนั้นกันรู้ดี คนที่รอดจากการทรมานของพวก SS นั้นมีน้อยเต็มที แต่พวกแกก็ไปไหนไม่รอดหรอก กันสั่งให้ทหารกองหนุนตามมาที่นี่ภายในหนึ่งชั่วโมงหากกันไม่ได้กลับไปที่พัก ไม่เกินสิบนาที พวกนั้นเป็นฝูงคงแห่มาที่นี่ และถึงแกจะรีบร้อนสักปานใด แกคงแบกซากของแม่สาวคนนี้ไปได้ไม่ไกลหรอก อีกทั้งแกเองก็บาดเจ็บเสียปานนั้น จะรอดไปได้สักแค่ไหน ความลับของกัน ความลับของแก จบลงตรงนี้แล้วไฮน์ริช เสียดายนะที่การแก้แค้นของแกไม่สำเร็จลุล่วงดังใจ”

 

ไม่ทันขาดคำ เสียงรถยนต์หลายคันก็ปรากฏขึ้นที่หน้าอาคารหลังนั้น มีเสียงตะโกนเรียกชื่อรูดอล์ฟ หนึ่งครั้ง สองครั้ง และเมื่อถึงครั้งที่สาม ห่ากระสุนจำนวนมากก็ทะลุผ่านเข้ามาภายใน กระสุนนัดหนึ่งเฉี่ยวแขนข้าพเจ้าไป ก่อนจะทะลวงไปที่ร่างของรูดอล์ฟ เขาตายสนิทในทันที ในขณะที่ไฮน์ริช เบิล ปกป้องร่างของหญิงสาวผู้นั้นอยู่กับพื้น คะเนดูแล้วน่าจะมีทหารอยู่ภายนอกไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน ไม่มีทางใดเลยที่พวกเราจะฝ่าพวกเขาออกไปได้ ความตายได้มาถึงพวกเราแล้วอย่างเห็นได้ชัด

 

ไฮน์ริช เบิล ดูจะได้สติก่อนใคร เขาตะโกนถามข้าพเจ้าว่า “ฟรังซัวส์ นายยังไหวอยู่ไหม” ข้าพเจ้าตะโกนแข่งกับเสียงกระสุนว่าอาการของข้าพเจ้ายังดีอยู่ กระสุนกลุ่มใหญ่นั้นเพียงแต่ถากแขนข้าพเจ้าไปเล็กน้อยเท่านั้น กันสิ ไฮน์ริชบอก นอกจากจะโดนเข้าจังที่สีข้างเมื่อครู่แล้ว ยังโดนที่หัวไหล่อีกด้วย ถ้าเรายังเกาะติดอยู่ด้วยกันแบบนี้ พวกเราคงไม่รอดชีวิตจริงๆ ตามคำของรูดอล์ฟ กันมีทางเลือกทางเดียว และขอให้นายทำตามอย่างเคร่งครัด ข้อแรกนายต้องพาอิซาเบลลงไปที่ชั้นใต้ดิน จากที่นั่นมีทางเดินตามท่อระบายน้ำจนไปโผล่พ้นที่บ้านร้างกลางทุ่งไม่ไกลจากนี่นัก หลังจากนั้นให้นายตรงไปที่โบสถ์นักบุญแอนนา เอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับความลับของรูดอล์ฟอยู่ที่นั่น ซิสเตอร์คลาร่าจะเป็นคนจัดเตรียมให้แกเอง ให้นายเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ หลังจากนั้นนายต้องพาอิซาเบลไปที่มาดริด มีทนายความคนหนึ่งชื่อราฟา  เขาจะเป็นคนเปิดโปงเรื่องราวทั้งหลายของพวกขบวนการหนอนบ่อนไส้เยอรมนีในกองทหารอาสา อิซาเบลจะเป็นพยานปากเอกในคดีนี้ สิ่งสำคัญคือในคำฟ้องนั้นอิซาเบลแต่งงานกับกัน กับชายหนุ่มชื่อไฮน์ริช เบิล ดังนั้นหากกันไม่อาจรอดพ้นจากที่นี่ได้ นายต้องรับทุกอย่างในชีวิตกันไป นายต้องเป็นไฮน์ริช เบิล นับจากวันนี้”

 

ไฮน์ริช เบิล ไม่ได้กล่าวซ้ำ เขาโผขึ้นจากพื้น ใช้ปืนสองกระบอกในมือยิงออกไปนอกหน้าต่าง เสียงกระสุนสวนทางไปมาราวกับพายุฝน ข้าพเจ้าอุ้มร่างของอิซาเบลไต่ลงไปตามบันได และระหว่างที่ข้าพเจ้ากำลังพาร่างโชกเลือดของเธอไปตามท่อระบายน้ำด้านล่างนั่นเอง ข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงระเบิดดังกึกก้องที่ปลายอุโมงค์อีกด้านมีเปลวไฟแลบเลียอยู่ ไฮน์ริช เบิล คงระเบิดอาคารหลังนั้นเป็นจุณเสียแล้ว เขาอาจตายไปโดยลำพัง หรืออาจตายไปพร้อมกับศัตรูที่รุกราน ข้าพเจ้าไม่อาจล่วงรู้ได้ สิ่งเดียวที่ข้าพเจ้าล่วงรู้ในตอนนั้นคือข้าพเจ้ากำลังเกิดใหม่ ฟรังซัวส์ อูร์แบง กำลังเกิดใหม่ในนามของ ไฮน์ริช เบิล

 

 

3 เมษายน 1940

ข้าพเจ้าไต่ไปตามท่อระบายน้ำนั้นเป็นเวลาราวสี่สิบนาทีก่อนจะพบทางออกเหนือศีรษะ เมื่อออกจากทางออกนั้น ข้าพเจ้าพบพื้นห้องครัวของบ้านร้างแห่งหนึ่ง ผ้าชุบน้ำและแอมโมเนียที่พบที่นั่นถูกใช้ปฐมพยาบาลหญิงสาวผู้มีนามว่าอิซาเบล ต้องยอมรับว่าเธอเป็นหญิงที่แข็งแกร่งเอามากๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการทารุณกรรมจำนวนมหาศาลที่เธอได้พบ พวกเรานอนพักเอาแรงอยู่กับพื้นเย็นเฉียบนั้นจนใกล้ฟ้าสาง ข้าพเจ้าปลุกเธอและเอาเธอขึ้นหลังแบกออกไปด้านนอก โชคดียังเป็นของพวกเรา รถม้าคันหนึ่งที่มีชาวนาชราแวะรับข้าพเจ้าในชุดทหารอาสาด้วยความเต็มใจ เมื่อถึงอาสนวิหารแห่งนักบุญแอนนา ข้าพเจ้าจึงได้รู้สึกตัวว่าความปลอดภัยนั้นมีอยู่จริง ซิสเตอร์คลาร่าฟังเรื่องราวทั้งหมดของข้าพเจ้าที่เกิดขึ้นในคืนนั้น ก่อนจะกันตัวอิซาเบลไปทำการรักษา ราวสิบห้าวันข้าพเจ้าในชุดนักธุรกิจหนุ่มที่มีเอกสารระบุตนครบครันว่ามีนามว่า ไฮน์ริช เบิล ก็ออกเดินทางไปยังมาดริดพร้อมกับภรรยาสาวที่ยังป่วยกระเสาะกระแสะอยู่นามว่าอิซาเบล ราฟา ทนายของเรามารอต้อนรับข้าพเจ้ากับอิซาเบลที่สถานีรถไฟในมาดริด เขาพาเราไปพำนักยังโรงแรมอันติกัวอันเก่าแก่ และในระหว่างที่ราฟา สอบปากคำของอิซาเบลวันแล้ววันเล่า ข้าพเจ้าก็ออกตระเวนไปรอบเมืองในรูปโฉมใหม่ แว่นตากรอบทอง จอนยาว และหนวดเคราครึ้ม ข้าพเจ้าพยายามฟื้นทักษะด้านภาษาเยอรมันอย่างเร่งรีบก่อนจะขึ้นสู่ศาล คำฟ้องทั้งหมดที่ถูกส่งให้ศาลประจำศูนย์กลางทหารอาสามีขึ้นในอีกสิบวันต่อมา เรื่องราวของเหล่ามอดปลวกที่หากินกับกองทัพทหารอาสาถูกเปิดโปง รูดอล์ฟ เบิร์นฮาร์ด พร้อมด้วยทหารในสังกัดของเขาขายอาวุธที่ได้มาให้กับพวกนายพลฟรังโก ในขณะเดียวกันเขาก็ติดต่อขายอาวุธที่เขาได้จากกองทัพนาซีให้กับพวกทหารอาสา รูดอล์ฟ เบิร์นฮาร์ดเป็นนกสองหัวที่กำหนดทิศทางการสู้รบในครั้งนี้อย่างแท้จริง เขาเลือกอาวุธให้แต่ละฝ่าย กำหนดอย่างลับๆ ในใจให้ใครเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะ ปืนหลายร้อยกระบอกที่เขาส่งไปแนวหน้าให้กับกองทหารอาสา หากระสุนที่เหมาะสมไม่ได้ เช่นเดียวกับระเบิดหลายร้อยลูกที่เขาส่งให้พวกฟาสซิสต์ ใช้งานไม่ได้จริงยามสงคราม ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นสุขอย่างยิ่งที่กำจัดมนุษย์อัปรีย์เช่นนั้นไปเสียได้ คดีถูกตัดสิน ผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากถูกยิงเป้าโดยทหารอาสา อิซาเบลบอกลาข้าพเจ้าที่มาดริดแล้วกลับไปสู่แนวหน้าที่บาสก์ ข้าพเจ้าเพิ่งรู้ว่าเธอเป็นสายลับที่ทำงานมายาวนานให้กับพวกทหารอาสา ในขณะที่ข้าพเจ้าหมดความอาลัยในสงครามเสียแล้ว ข้าพเจ้าในนามของไฮน์ริช เบิล เดินทางไปยังโจฮันเนสเบิร์กใต้สุดของแอฟริกา และนั่งลงทำงานแปลหนังสือสำคัญหลายเล่มที่นั่น เดคาเมรอน เฟาส์ หรือแม้แต่มหาภารตะ จนสงครามเกิดขึ้นและข้าพเจ้าคิดว่าเอเชียนั้นเป็นสถานที่ปลอดภัยกว่าที่ใดอื่น”

 

ข้าพเจ้าจบบันทึกคร่าวๆ ที่ว่านี้ ก่อนจะยื่นมันให้กับบุหลัน เธออ่านมันอย่างตั้งใจ “ช่างเป็นเรื่องราวที่แปลกประหลาดเสียจริง แต่นี่คงอธิบายได้ว่าทำไมคุณจึงมีความสัมพันธ์อันดีกับพวกสายลับที่ต่อต้านพวกนาซีในฝรั่งเศส คุณคงติดต่อพวกเขาผ่านอิซาเบลสินะ” ข้าพเจ้าผงกศีรษะตอบรับ “หล่อนเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งจริงๆ หากจะมีอนุสาวรีย์ของสามัญชนคนใดในภายภาคหน้า อิซาเบลก็ควรได้รับเกียรตินั้นอย่างไม่ต้องสงสัย” ข้าพเจ้าเอ่ย “อย่างไรก็ตาม แม้ผมจะเป็นมิตรอันดีกับพวกเขาก็ตามที หากแต่คำร้องขออาวุธที่ศรี อรพินโท มีต่อผมนั้นก็ดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก” บุหลันพยักหน้า “เรื่องนั้น คุณคงปรึกษากับเขาได้ เพราะศรี อรพินโท ฟื้นขึ้นเรียบร้อยแล้ว และเขากำลังยืนอยู่เบื้องหลังคุณ”

 

(ติดตามตอนต่อไปในวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2561)

 

ติดตามอ่าน วายัง อมฤต ตอนก่อนหน้าได้ที่

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories