×
33330

วายัง อมฤต นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ โดย อนุสรณ์ ติปยานนท์ (บทที่ 6-7)

07.10.2017
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

:: คำนำ

     ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์อภิวัฒน์สยามในปีพุทธศักราช 2475 นั้นเป็นเหตุการณ์สำคัญมากเหตุการณ์หนึ่งในประเทศของเรา การเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นส่งผลกระทบถึงสังคมส่วนใหญ่และปัจเจกชนส่วนย่อยจำนวนมาก เรื่องราวของผู้ที่ต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตจากการอภิวัฒน์ครั้งนั้นมีบันทึกไว้มากมาย แต่ละบุคคลล้วนผิดแผกแตกต่างกันไป

     ชีวิตของผู้คนนั้นเป็นแกนกลางของนวนิยายอยู่เสมอ โดยเฉพาะนวนิยายประวัติศาสตร์ ดังนั้นการหยิบยกชีวิตของบุคคลที่เคยอยู่ในตำแหน่งที่สูงเด่น หากแต่ต้องผกผันอย่างคาดไม่ถึงมาเล่าใหม่ในครั้งนี้ แม้จะมีความจริงแฝงอยู่หลายประการ แต่การพ้องเคียงกับชีวิตของบุคคลใดก็ตามเป็นเพียงจินตนาการโดยสมบูรณ์ของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว

     อนุสรณ์ ติปยานนท์

 

 

 

บทที่หก

     เช้าวันรุ่งขึ้น ข้าพเจ้าคาดหมายว่าวันนี้จะเป็นวันที่ดี หลังการเดินทางในท้องทะเลอันยาวนาน ข้าพเจ้าคาดหวังการพำนักอยู่กับที่ใดที่หนึ่งสักระยะ การเปลี่ยนสถานที่พักพิงทุกวันอาจเหมาะสำหรับนกในฤดูหนาวที่จำต้องแสวงหาความอบอุ่น แต่สำหรับมนุษย์แล้ว การกระทำเช่นนั้นเป็นเรื่องสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมหาศาล ร่างกายของข้าพเจ้ารับรู้ได้ถึงความอิดโรยภายใน แม้ว่าภายนอกนั้นข้าพเจ้าจะดูไม่เปลี่ยนแปลงเลยก็ตามที  

     อย่างไรก็ตาม มนุษย์มักไม่ได้รับในสิ่งที่ตนเองคาดหวัง เมื่อข้าพเจ้าเดินลงจากห้องพักในยามเช้าไปยังห้องอาหารในโฮเต็ลซาวอย บุคคลที่ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาจะพบมากที่สุดกลับแสดงตัวอยู่เบื้องหน้า ที่โต๊ะอาหารใหญ่กลางห้องนั้นปรากฏร่างของพันตรี โทรุ ซากาโมโตะ นั่งอยู่ท่ามกลางทหารญี่ปุ่นกลุ่มใหญ่ เขาลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารทันทีเมื่อเห็นข้าพเจ้า เครื่องแบบสารวัตรทหารของเขานั้นใหม่เอี่ยมราวกับเพิ่งเดินออกจากร้านตัดเย็บ ข้าพเจ้าฉงนใจว่าบางทีสิ่งที่เขานำติดตัวมาจากประเทศญี่ปุ่นนอกจากปืนและความดุดันแล้ว เขาน่าจะมีพนักงานซักรีดส่วนตนเป็นแน่

     “เป็นเรื่องน่าประหลาดใจอย่างยิ่ง แม้จะไม่นอกเหนือความคาดหมายของผมก็ตาม ยินดีที่ได้พบกับคุณอีกครั้ง มิสเตอร์ไฮน์ริช เบิล” เขาพูดก่อนจะยื่นมือข้างขวามาให้ข้าพเจ้า นั่นเป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้สัมผัสมือของเขา มันเย็นเยือกอย่างบอกไม่ถูก

     “ยินดีเช่นกัน พันตรี โทรุ ซากาโมโตะ ผมไม่ทราบว่าคุณพักอยู่ที่นี่ด้วย”

     “แน่นอน ผมต้องพักอยู่ที่นี่” เขาตอบ “คุณช่างเป็นคนใหม่เสียจริงสำหรับดินแดนนี้ ประเทศนี้ และเมืองนี้ จนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราตั้งกองบัญชาการอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้”

     “นั่นสิ ผมควรเฉลียวใจ ญี่ปุ่นดูจะชอบครอบครองอาคารงามๆ ทั่วเอเชีย ก่อนจะเปลี่ยนมันเป็นอาคารแห่งสงคราม”

     “ไม่ถึงขนาดนั้น” เขายิ้มตอบข้าพเจ้าโดยไม่แสดงอาการขัดเคืองจากการประชดประชันของข้าพเจ้า “พวกเราเพียงแต่ครอบครองสิ่งที่เสื่อมโทรมและเปลี่ยนแปลงมันให้ดีขึ้นต่างหาก อีกไม่นานเราก็คงครอบครองเอเชียนี้ทั้งหมด นอกจากพวกอาคารเก่าๆ แบบนี้ คุณเองก็ควรเตรียมใจรับการเปลี่ยนแปลงด้วย ท่านฟูเรอร์ของคุณอาจมีอำนาจในยุโรปและแอฟริกาก็จริง แต่ที่นี่เป็นเอเชีย และมีแต่เรา กองทัพญี่ปุ่นเท่านั้นที่มีศักยภาพพอจะเปลี่ยนแปลงสิ่งใด เสียดายที่คุณคงมีงานวุ่นกับเรื่องภาษาคร่ำครึโบราณ ไม่เช่นนั้นผมคงอยากชวนคุณมางานเฉลิมฉลองการเปลี่ยนชื่อจากปัตตาเวียเป็นจาการ์ตาของเรา”

     “ผมคงวุ่นๆ จริงอย่างคุณว่า นับแต่นาทีนี้เลย ต้องขอโทษด้วย”

     แทนการรอคำตอบจากเขา ข้าพเจ้าค้อมศีรษะเล็กน้อยและเดินจากเขามา ข้าพเจ้าเดินตรงไปที่ประตูใหญ่ของโรงแรม ตรงไปยังลานจอดรถ ความตั้งใจที่จะกินอาหารเช้าของข้าพเจ้าถูกลบเลือนด้วยการประจันหน้ากับบุคคลที่ข้าพเจ้าคิดว่าไม่มีวันจะเป็นมิตรด้วย มาเม็ตรอข้าพเจ้าอยู่ที่ลานจอดรถพร้อมด้วยรถออสโมบิลที่พาเราถึงที่นี่ โชคดีที่พันตรี โทรุ ซากาโมโตะ ไม่ได้พบเห็นเขา ข้าพเจ้าเกิดความรู้สึกห่วงใยและผูกพันกับสารถีผู้นี้ขึ้นทุกขณะ และนั่นยิ่งไม่อาจไว้ใจท่าทีเคลือบแคลงที่พันตรี โทรุ ซากาโมโตะ มีต่อเขาได้

     “ขับรถออกไปนอกเมือง แถวไหนก็ได้ที่มีอากาศสดชื่นกว่าที่นี่ มาเม็ต” ข้าพเจ้าพูดกับเขาหลังเอนหลังลงพิงกับเบาะและวางกระเป๋าเอกสารไว้ข้างตัว “บันดุงนั้นเป็นเมืองตากอากาศไม่ใช่หรือ นายคงหาสถานที่แบบนั้นได้ไม่ยากกระมัง”

     ขณะนั้นเป็นเวลาแปดนาฬิกา ข้าพเจ้ามีเวลาอีกเกือบหกชั่วโมงก่อนจะถึงเวลานัดหมายที่วิลล่าของกรมพระฯ ข้าพเจ้าทบทวนสามสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องทำโดยด่วนในใจ หนึ่งคือการหาที่อยู่ของห้องสมุดสักที่เพื่อที่ข้าพเจ้าจะทำงานได้อย่างสะดวกและต่อเนื่อง สองคือการเสาะหาผู้รู้ภาษามธุเรศเพื่อทำการเรียนรู้ภาษาโบราณนี้จากเขา และสามคือการหาโรงแรมใหม่เพื่อที่ข้าพเจ้าจะย้ายที่พักของได้นับแต่คืนนี้

     “คุณต้องการอากาศบริสุทธิ์แบบไหนมิสเตอร์ อากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของธรรมชาติอย่างไร่ชา หรืออากาศที่ปราศจากผู้คนมาแก่งแย่งชิงดี”

     “ผมคงต้องบอกคุณว่าขอเลือกแบบหลังนะมาเม็ต ที่ใดก็ได้ที่ผมจะไม่พบเจอผู้คนเลยจนกระทั่งบ่ายนี้”

     มาเม็ตชำเลืองสายตามองผม “ถ้าเช่นนั้นผมจะพาคุณไปยังกุหนุง ทางกูบัน เปราฮู นอกจากกลิ่นกำมะถันแล้ว ที่นั่นไม่มีใครอีกเลย”

 

     รถของเราแล่นออกจากเมืองไปทางทิศเหนือ และในไม่ช้าเราก็เริ่มไต่ไปตามถนนเล็กๆ ที่มีความสูงขึ้นทุกที ข้าพเจ้าแทบลืมภูเขาไฟแห่งนี้ไปเสียแล้ว ทั้งที่มันเป็นภูเขาไฟที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเกาะชวา การระเบิดของมันเมื่อสิบกว่าปีก่อนแม้จะไม่ใหญ่โตนักเมื่อเทียบกับการระเบิดของกุหนุง กรากะตัว เมื่อศตวรรษก่อนที่ช่องแคบซุนดา แต่กระนั้นการระเบิดของมันก็เป็นข่าวใหญ่สำหรับชาวชวาไม่น้อยเลย การระเบิดครั้งนั้นทำให้ผู้คนถอยร่นจากบริเวณภูเขาไฟกลับลงมาสู่ที่ราบ ดังนั้นหลังหมู่บ้านหรือกำปงสุดท้ายที่ตั้งอยู่ก่อนการขึ้นสู่ที่สูงแล้ว เราไม่พบผู้คนหรือยวดยานอีกเลย

     มาเม็ตจอดรถของเราตรงสุดถนน เมื่อข้าพเจ้าลงจากรถ ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏคือไอจากกำมะถันที่พวยพุ่งขึ้นมาจากภูเขาไฟเบื้องล่าง “โปรดระวังตัวด้วย” มาเม็ตพูดกับข้าพเจ้าเบาๆ แต่ข้าพเจ้าไม่ใส่ใจ ข้าพเจ้าค่อยๆ ไต่ลงไปจนถึงสุดขอบผนังหินที่ถูกกั้นด้วยหมอกกำมะถันจนไม่แลเห็นภูเขาไฟนั้นได้อีก กลิ่นกำมะถันที่ทำให้จมูกของข้าพเจ้าแสบแปลบทุกครั้งที่หายใจทำให้ข้าพเจ้าต้องใช้ผ้าเช็ดหน้าอุดจมูก อย่างไรก็ตาม ภาพของของเหลวสีฟ้าที่เดือดเป็นระยะๆ ให้ความงามอย่างบอกไม่ถูก ข้าพเจ้าพินิจทิวทัศน์ที่ว่าอยู่ชั่วครู่ก่อนจะไต่กลับมาทางเก่า ในตอนแรกข้าพเจ้าคิดจะเปิดประตูรถเพื่อนอนพักเอาแรงสักครู่ก่อนการเดินทางกลับ แต่แล้วก็มีเสียงร้องอันแปลกพิสดารของนกตัวหนึ่งดังมาสู่โสตของข้าพเจ้า เสียงนั้นหวานและเศร้าจนน่าอัศจรรย์ใจว่านกจะทำเสียงเช่นนั้นได้ ข้าพเจ้ามองไปที่ท้องฟ้าเบื้องบน มีต้นไม้ใหญ่สองสามต้นในบริเวณนั้น แต่เสียงหาได้มาจากต้นไม้เหล่านั้นแน่ เสียงร้องของนกตัวนั้นทิ้งช่วงเวลาที่แน่นอน มันคล้ายดังมาจากเวิ้งฟ้าอันเปล่าเปลี่ยวทางทิศตะวันออก ข้าพเจ้าออกเดินไปทางทิศนั้น เสียงที่ได้ยินในระยะใกล้ก็ห่างไกลออกไปทุกที ข้าพเจ้าเร่งฝีเท้าออกติดตามเสียงร้องจากนกที่ไม่ปรากฏตัว แต่เหมือนกับนกตัวนั้นจะอ่านจิตใจของข้าพเจ้าออก มันส่งเสียงห่างออกไปอีก ข้าพเจ้าหาได้ลดละความพยายาม อย่างน้อยขอเพียงให้ได้เห็นมัน ข้าพเจ้าบอกตนเองเช่นนั้น แต่ดูเหมือนความปรารถนาของข้าพเจ้าจะยุ่งยากขึ้นตามลำดับเพราะเส้นทางที่ข้าพเจ้าติดตามเสียงร้องนั้นนำข้าพเจ้าเข้าไปในป่าทึบลึกเข้าไป ลึกเข้าไปทุกที จนในที่สุดก็หมดสิ้นทางเดิน เว้นเสียแต่ข้าพเจ้าจะไต่ไปตามรากไม้ใหญ่และชะง่อนหิน ข้าพเจ้าหยุดยืนอยู่กับที่ ยอมรับว่าได้หมดสิ้นความพยายาม เหงื่อในกายไหลออกมาชะโลมร่างกายของตนเอง และเหมือนเจ้านกตัวนั้นจะรับรู้ได้ถึงการหยุดยั้งนั้น มันส่งเสียงอีกครั้งเดียวคล้ายดังการอำลาก่อนที่ทุกอย่างในป่านั้นจะสงบรำงับลง

     ข้าพเจ้าหันหลังกลับด้วยความเหนื่อยอ่อน ก่อนจะพบว่ามาเม็ตยืนอยู่ที่ด้านหลังของข้าพเจ้าโดยที่ข้าพเจ้าไม่ตระหนักเลย เขาติดตามข้าพเจ้ามาอย่างเงียบเชียบและเดินนำข้าพเจ้ากลับไปที่รถอย่างเงียบๆ อีกเช่นกัน ระหว่างทางลงจากเขา มาเม็ตกลับสู่ความเคร่งขรึมอีกครั้ง แม้ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่เราจอดรับประทานอาหารเช้าข้างทางที่ร้านอาหารเล็กๆ หรือวารุง เขาก็หาได้เอ่ยสิ่งใดไม่ จนเมื่อรถยนต์ของเราเคลื่อนตัวกลับสู่เมืองบันดุง ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจสนทนากับเขาอีกครั้ง “มาเม็ต คุณได้ยินเสียงนกร้องเมื่อครู่ไหม เสียงนกร้องที่ผมติดตามมันไปในป่า” แทนการตอบรับ มาเม็ตพยักหน้าของเขาเบาๆ “ผมไม่เคยได้ยินเสียงนกร้องที่อ่อนหวานและเศร้าสร้อยเช่นนี้มาก่อนเลย คุณพอรู้ไหมว่านั่นเป็นเสียงจากนกอะไร”

     “ผมรู้” มาเม็ตตอบ “แต่ผมไม่อยากให้ตนเองรู้จักหรือได้ยินเสียงจากนกร้องตัวนั้นเลย”   

     “ทำไมหรือ?” ข้าพเจ้าถามเขาด้วยความฉงน “มันเป็นนกที่หายาก หรือว่าเป็นนกที่ออกหากินนอกฤดูกาลกันแน่ และมันมีชื่อหรือไม่”

     “เกมาเตียน บุหรง นั่นคือชื่อของมัน ชื่อของมันที่แปลว่านกแห่งความตาย”

 

——————

 

 

บทที่เจ็ด

     เมื่อข้าพเจ้าเดินเข้าไปในวิลล่าของกรมพระฯ น้ำชาและอุปกรณ์สำหรับการดื่มชาในยามบ่ายถูกจัดรอไว้ที่ห้องรับแขกในที่ประทับแล้ว วิลล่าแห่งนี้ประกอบไปด้วยอาคารสามหลัง และมีสวนอันงดงามที่ชื่อสมันตรา กรมพระฯ นั่งอ่านหนังสือเล่มหนาอยู่เพียงลำพัง และเมื่อแลเห็นข้าพเจ้าก็ทรงโบกพระหัตถ์ให้ข้าพเจ้านั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะกลมโดยไม่ต้องมีพิธีรีตอง เมื่อข้าพเจ้านั่งลงเรียบร้อยแล้ว กรมพระฯ ได้เอ่ยถามข้าพเจ้าเป็นภาษาเยอรมันว่า “คืนแรกในบันดุงเป็นเช่นไรบ้าง แฮร์ ไฮน์ริช เบิล”

     “เป็นไปด้วยดีกระหม่อม ข้าพเจ้าเพิ่งออกเดินทางไปเยี่ยมชมภูเขาไฟมาเมื่อเช้านี้”

     “อ้อ กุหนุง ทางกูบัน เปราฮู ที่นั่นไม่มีอะไรให้ดูมากนักหรอก รับน้ำตาลกี่ก้อนดี” กรมพระฯ เอ่ยถามหลังจากรินน้ำชาใส่ถ้วยให้ข้าพเจ้า “ชาของบันดุงรสชาติอาจขมไปนิด แต่พอดื่มไปนานๆ ก็จะชินไปเอง จริงๆ อากาศที่ร้อนอบอ้าวเช่นนี้ ท่านคงอยากดื่มเบียร์มากกว่าชา ต้องขอโทษด้วยที่เราเป็นคนไม่ดื่มของมึนเมาเอาเลย หวังว่าท่านคงไม่ถือสาคนชราคนนี้”

     “ไม่เลยกระหม่อม” ข้าพเจ้ารับถ้วยชาที่ถูกใส่น้ำตาลเรียบร้อยโดยไม่รอฟังคำตอบจากข้าพเจ้า ลักษณะความเด็ดขาดที่แฝงในความอ่อนโยนเช่นนี้คงติดพระองค์มาตั้งแต่สมัยเป็นผู้บังคับบัญชาทหารทั้งหลายของสยามเป็นแน่ ไม่นับพระมัสสุสีดำเหนือริมฝีปากที่ช่วยสร้างความน่าเกรงขามอีกประการด้วย

     ข้าพเจ้าจิบชาในถ้วยอย่างช้าๆ รสของมันเฝื่อน แต่มีกลิ่นหอมหวนมากทีเดียว และก่อนที่ข้าพเจ้าจะวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ กรมพระฯ ได้ยื่นซองสีขาวที่แฝงอยู่ในหนังสือเล่มหนาหนักในมือให้แก่ข้าพเจ้า “เงินค่าใช้จ่ายงวดแรกของท่าน อาจไม่มากนัก แต่ก็ไม่น้อยจนเกินไป โดยเฉพาะเมื่อคิดเทียบกับเงินที่เรานำติดตัวตอนออกจากสยามนั้นที่เราแทบจะมาแต่ตัวด้วยซ้ำไป” หลังกล่าวคำพูดนั้น กรมพระฯ หัวเราะเล็กน้อย แต่เป็นการหัวเราะที่ไม่มีความรื่นเริงอยู่เลย มีแต่ความเศร้าและหดหู่ในเสียงหัวเราะนั้น ขณะนั้นเอง ข้าพเจ้าคิดถึงเสียงนกร้องเมื่อเช้าขึ้นมาอีกครา

     “ทูลกระหม่อมจะพอเล่าเรื่องการเดินทางออกจากสยามมาถึงที่นี่ให้ข้าพเจ้าได้ฟังสักเล็กน้อยได้ไหม กระหม่อม”

     ครานี้กรมพระฯ ทรงหัวเราะอีกครั้งก่อนจะพูดว่า “แฮร์ ไฮน์ริช เบิล ทำอย่างไรเราก็คงห้ามท่านไม่ให้เรียกเราว่าทูลกระหม่อมไปได้ เอาเถอะ เราอนุญาต” กรมพระฯ ทรงเอนกายพิงพนักเก้าอี้แล้วเหม่อมองข้ามไหล่ของข้าพเจ้าไปยังท้องถนน “สำหรับการเดินทางออกจากสยาม เราเขียนเป็นรายละเอียดไว้แล้ว ซึ่งเราจะให้มาเม็ตนำส่งให้ท่านในภายหลัง แต่รายละเอียดที่เราออกจากปีนังมาสู่บันดุงนี่สิที่เราไม่แน่ใจว่าจะเขียนมันลงไปในนั้นดีหรือไม่ โดยเฉพาะในรายละเอียดที่แม้แต่เราเองก็หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้”

     “หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้”

     “ใช่ เราไปถึงปีนังหลังออกจากสยาม พำนักอยู่บนยอดเขาปีนังด้วยน้ำใจของปิยมิตรผู้หนึ่งที่หาได้เกรงภัยจากผู้มีอำนาจใหม่ไม่ เราคิดว่าเราคงพำนักอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน หากไม่พบเข้ากับเหตุการณ์หนึ่งอันชวนให้หวาดระแวง”

     ข้าพเจ้านิ่งคิด สำหรับชายชาติทหารอย่างกรมพระฯ เหตุการณ์นั้นน่าจะชวนให้ประหวั่นพรั่นพรึงไม่น้อยเลย

     “บ่ายวันนั้น เรากับลูกสาวลงมาซื้อหาของใช้ที่จำเป็นในตัวเมือง และในช่วงโดยสารรถรางขึ้นสู่ที่พักของเราบนเขาปีนังนั้นเอง มีชายแปลกหน้าผู้หนึ่งยืนรอเราอยู่ที่สถานีรถโดยสาร เมื่อเราและลูกสาวขึ้นนั่งประจำที่บนรถ เขาก็เลือกที่นั่งฝั่งตรงข้ามและจ้องหน้าเราอยู่ตลอดเวลา สายตาของเขานั้นน่ากลัวและชวนให้ไม่ไว้ใจเป็นที่ยิ่ง จนในที่สุดลูกสาวของเราได้ตัดสินใจนั่งลงบนตักของเราเพื่อป้องกันภัยอันตรายที่จะมีขึ้น เมื่อรถโดยสารถึงสถานีปลายทางบนเขา เราจูงมือลูกสาวลงจากรถเพื่อกลับสู่ที่พัก ชายผู้นั้นออกเดินตามเรามา ที่เอวของเขาคล้ายดังกับมีอาวุธปืน ในสายตาของเขามีแต่ความประสงค์ร้าย เรากับลูกสาวเตรียมต่อสู้อย่างเต็มที่ แต่แล้วในระหว่างเส้นทางนั้นเองก็มีเสียงนกร้อง เป็นเสียงที่อ่อนหวานและเศร้าสร้อยเป็นที่สุด เรา ลูกสาว และชายผู้นั้นหยุดอยู่กับที่เพื่อฟังเสียงนกนั้น เมื่อเสียงร้องนั้นจบลง ชายผู้นั้นหันหลังกลับไปในทางที่เขามา เขาเดินเร็วขึ้นจนแทบจะเรียกว่าวิ่งด้วยซ้ำไป เรามองหานกตัวนั้นไปรอบๆ แต่ไม่พบ สิ่งที่เราพบคือหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่เพียงลำพังที่สถานี เราไม่รู้ว่าเธอมาจากไหน แต่เธอออกเดินตามชายผู้นั้นไปอย่างช้าๆ แม้ว่าเราจะเห็นเธอเพียงครั้งเดียวแต่เราจำเธอได้แม่นมั่น เธอนุ่งผ้าที่มีลวดลายโบราณ ใส่เสื้อผ่าอกที่ปักลวดลายอย่างวิจิตร เส้นผมสีดำขลับของเธอถูกรวบจนตึง ใบหน้าของเธองดงาม เรามองเธอเดินตามชายผู้นั้นไปจนลับสายตา และนาทีนั้นเองที่เราคิดว่าภัยจากการเปลี่ยนแปลงของสยามได้ตามติดมาถึงเราแล้ว และเราควรหลีกหนีภัยที่ว่านั้นโดยเร็ว”

     “ทูลกระหม่อมมีความทรงจำที่ดีเลิศมาก กระหม่อม ข้าพเจ้าคิดว่าถ้าทูลกระหม่อมพบหญิงสาวผู้นั้นอีกคงจำเขาได้ในทันที”

     “เราไม่มีวันลืมเธอ” กรมพระฯ ตอบข้าพเจ้าเบาๆ “เราไม่มีวันลืม สำหรับหญิงสาวที่มีใบหูยาวกว่าบุคคลทั่วไปนั้น ไม่มีทางที่ใครจะลืมเลือนเธอได้ง่ายๆ เลย”

 

——————

 

     ติดตามอ่าน วายัง อมฤต ตอนก่อนหน้าได้ที่

     ติดตามตอนต่อไปในวันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2560

ภาพประกอบ: Karin Foxx

FYI
  • กุหนุง ทางกูบัน เปราฮู (Gunung Tangkuban Perahu) เป็นภูเขาไฟสำคัญบนเกาะชวา ภูเขาไฟลูกนี้มีการระเบิดปล่อยลาวาเป็นระยะๆ ครั้งสุดท้ายของการระเบิดคือในปี 2013
  • ปีนัง ฮิลล์ เป็นสถานตากอากาศและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของปีนัง หรือเกาะหมากในประวัติศาสตร์ไทย ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลกว่า 800 เมตร รถโดยสารที่ให้บริการสู่ปีนัง ฮิลล์ เปิดบริการในปี 1923 และยังให้บริการมาจนถึงปัจจุบันนี้
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories