สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในพิธีเปิดการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) วันนี้ (5 มีนาคม) นายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียง ผู้กำลังจะพ้นตำแหน่ง ได้ประกาศเป้าตัวเลขของเศรษฐกิจจีนในปี 2023 จะเติบโตประมาณ 5% หลังจากปี 2022 ที่เติบโตเพียง 3% ถือว่าต่ำที่สุดในรอบหลายสิบปี จากผลกระทบโควิดที่ระบาดมากว่า 3 ปี รวมถึงวิกฤตอสังหาริมทรัพย์และภาคการส่งออกที่ลดลง
ขณะเดียวกันยังมีเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น 3% ของ GDP ถ้าเทียบกับปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 2% ตามด้วยดัชนีราคาผู้บริโภคจะอยู่ที่ 3% และอัตราการว่างงานจะอยู่ที่ 5.5% ทั้งนี้ เป้าหมายการเติบโตยังถือว่าสวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์เป้าหมายที่สูงกว่า 5%
บทความที่เกี่ยวข้อง:
- มหาเศรษฐีจีนโล่งใจได้นานแค่ไหน? หลังรัฐบาลจีนเปลี่ยนท่าทีมาเป็นมิตรกับภาคธุรกิจมากขึ้น
- พญามังกรจะผงาดหรือกลับหัว? เมื่อเศรษฐกิจจีนโตเกินคาด แต่ภาระหนี้ยังจ่อทะลุเพดาน จับตาท่าที ‘สีจิ้นผิง’ ชี้ชะตาผลลัพธ์
- จริงหรือที่ ‘อินเดีย’ กำลังจะเป็นโรงงานของโลกแห่งใหม่ต่อจากจีน? ถึงขั้นที่การผลิต 1 ใน 4 ของ ‘iPhone’ จะย้ายมาที่นี่ภายในปี 2025
หลี่เค่อเฉียง กล่าวต่อว่า จากนี้รัฐบาลจีนควรให้ความสำคัญกับการผลักดันเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวภายใต้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบไปด้วย การกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศเพื่อดึงดูดนักลงทุน ตามด้วยการพัฒนาระบบอุตสาหกรรมและสนับสนุนรัฐวิสาหกิจที่ไม่ใช่ของรัฐ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมการส่งออกและการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล ที่สำคัญรัฐบาลต้องเข้ามามีบทบาทจัดระเบียบเรื่องเทคโนโลยีมากขึ้น ตามด้วยการเพิ่มตำแหน่งงานใหม่ๆ ให้มากขึ้น
เช่นเดียวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงตกต่ำจากผลกระทบตั้งแต่รัฐบาลปักกิ่งเริ่มปราบปรามหนี้สินล้นพ้นตัวและการเก็งกำไรในปี 2020 ยิ่งไปกว่านั้นขณะนี้มีหลายฝ่ายเรียกร้องสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้ซื้อบ้านหลังแรก เพื่อแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องตรวจสอบความเสี่ยงทั้งด้านหนี้สินและสินทรัพย์
พร้อมกันนี้ยังเตรียมจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลกลางและท้องถิ่น งบประมาณการใช้จ่ายทางทหาร รวมถึงโควตาพันธบัตรท้องถิ่นใหม่ และจุดยืนในนโยบายการเงิน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า จากนี้สถานะทางการเงิน โดยเฉพาะรายจ่ายของกระทรวงการคลัง จะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว
ด้านหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Guotai Junan International Holdings กล่าวว่า การประชุม NPC เป็นการเปิดแผนการปรับโครงสร้างรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ หลังจากจีนกำลังเผชิญปัญหามากมายทั้งในและนอกประเทศ และยังชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปรับนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวมากขึ้น โดยไม่ใช่แค่การเร่งกระตุ้นที่เห็นผลแค่ระยะสั้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับการประชุมรัฐสภาของจีนในปี 2023 นับเป็นการปรับตำแหน่งในรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ หลังจาก หลี่เค่อเฉียง และเจ้าหน้าที่นโยบายเศรษฐกิจกำลังจะเกษียณ ซึ่งเป็นการหลีกทางให้คนของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง เข้ามารับตำแหน่งแทน
แน่นอนว่าจากนี้ยิ่งจะทำให้ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง มีอำนาจมากขึ้น หลังครองตำแหน่งผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์เป็นสมัยที่ 3 เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา
และสิ่งสำคัญที่น่าจับตามองหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลคือ นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะเพิ่มความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนได้มากน้อยแค่ไหน
อ้างอิง:
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-03-05/china-sets-modest-growth-target-as-economic-risks-persist?srnd=premium-asia&sref=CVqPBMVg
- https://www.reuters.com/world/china/chinas-economy-government-revamp-focus-parliament-set-open-2023-03-04/
- https://www.cnbc.com/2023/03/05/china-sets-gdp-target-of-around-5percent-for-2023.html