ดร.โยแซป จี คณะกรรมการที่ปรึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ แอมเวย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท HEM Pharma (ประเทศเกาหลีใต้) กล่าวบนเวที Microbiome: The Next Frontier of Health & Wellness Business ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 ว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแพทย์ยุครักษาโรคและยุคป้องกันความเสี่ยง
ประเด็นสำคัญ
เข้าสู่ยุคที่มุ่งเน้นการขยายช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี (Healthspan) โดยมีแพลตฟอร์มการดูแลสุขภาพอัตโนมัติเต็มรูปแบบเฉพาะบุคคล เป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญ คล้ายกับการพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของรถยนต์
ข้อจำกัดของยีนมนุษย์ และไมโครไบโอมในฐานะจิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย
ดร.โยแซป จี อธิบายว่า ยีนของมนุษย์มีข้อมูลจำกัดและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการปรับอาหารหรือวิถีชีวิต จึงไม่สามารถนำเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้แบบวนซ้ำ ของระบบ AI ได้ แตกต่างจากไมโครไบโอมในลำไส้ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้และบรรจุข้อมูลร่างกายมหาศาล ทำให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบความเสี่ยงก่อนเกิดโรคจริงล่วงหน้า 3–5 ปี เปรียบเสมือน “ไทม์แมชชีน” ย้อนดูสุขภาพตนเองในอนาคต
ความแตกต่างของไมโครไบโอมยังไขคำตอบว่าเหตุใดมนุษย์ที่มีพันธุกรรมเหมือนกันถึง 99.9% หรือแม้แต่ฝาแฝดแท้ จึงมีการตอบสนองต่ออาหารชนิดเดียวกันต่างกันอย่างสิ้นเชิง
พร้อมยกตัวอย่างการทดสอบให้ฝาแฝดแท้รับประทานแอปเปิลผลเดียวกัน แต่ระดับน้ำตาลกลูโคสของทั้งสองกลับตอบสนองไม่เท่ากัน ซึ่งแนวคิดเรื่องการตอบสนองเฉพาะบุคคลนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมสุขภาพในอีก 20 ปีข้างหน้า
โรงงานผลิตยาภายในร่างกาย และการเปลี่ยนข้อมูลสู่ความฉลาดรู้
ดร.โยแซป จี ฉายภาพต่อว่า มนุษย์มีแบคทีเรียในลำไส้เกือบ 3 ล้านล้านตัว ซึ่งมากกว่าต้นไม้ทุกต้นบนโลกรวมกันเกือบ 10 เท่า ทำหน้าที่เป็น โรงงานผลิตยาภายในร่างกาย ย่อยสลายสารอาหารให้เป็นโมเลกุลคล้ายยาหรือเมแทบอไลต์เข้าสู่กระแสเลือด ตัวอย่างเช่น สารจินเซนโนไซด์ในโสม
หากบุคคลใดไม่มีแบคทีเรียที่เหมาะสมในการย่อยสลาย ร่างกายก็จะไม่ได้รับประโยชน์และขับถ่ายทิ้งไป สารสกัดและอาหารเสริมธรรมชาติจึงจำเป็นต้องพึ่งพาไมโครไบโอมเพื่อสร้างการตอบสนอง
การยกระดับการตรวจวัดจึงพัฒนาจากยุคถอดรหัสพันธุกรรม สู่การวิเคราะห์เมแทโบโลม และเทคโนโลยียุคที่สามอย่างระบบจำลองไมโครไบโอม หรือเทคโนโลยี P-Mass ที่นำมาประยุกต์ใช้เพื่อเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นข้อมูลความฉลาดรู้ด้านสุขภาพส่วนบุคคล พร้อมทั้งมีการพัฒนาเซนเซอร์สุขภัณฑ์เพื่อตรวจวัดข้อมูลไมโครไบโอมจากอุจจาระในชีวิตประจำวัน
ฐานข้อมูลคือขุมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพยุคใหม่
นอกจากนี้ ดร.โยแซป จี เปรียบเทียบว่า หากในอดีตเศรษฐกิจเติบโตจากน้ำมันและการผลิต ในเศรษฐกิจยุค AI ฐานข้อมูลคือน้ำมันชนิดใหม่ องค์กรเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง YouTube หรือ Netflix สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำเพราะมีฐานข้อมูลพฤติกรรม
แต่ในภาคสุขภาพยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าร่างกายตนเองต้องการอะไร การสะสมฐานข้อมูลไมโครไบโอมกว่า 150,000 รายการ จึงเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม FSH
สุดท้ายแล้ว ดร.โยแซป จี ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือระหว่างสตาร์ทอัพเทคโนโลยีและองค์กรระดับโลก เพื่อผสานงานวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์เข้ากับการดำเนินการเชิงพาณิชย์
โดยปัจจุบันแพลตฟอร์มการตรวจวิเคราะห์ได้เปิดตัวแล้วในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น และกำลังขยายสู่ภูมิภาคเอเชียรวมถึงไทย ควบคู่กับการพัฒนายาชีวภาพรักษาโรคซึมเศร้าด้วยไมโครไบโอมที่ได้รับอนุมัติการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 แล้ว

