×

เตยยี่-ประภัสสร ชี้จุดเปลี่ยนวงการสร้างสรรค์ไทย ต้องเริ่มจากเศรษฐกิจและการศึกษาที่เปิดทางเลือก

โดย THE STANDARD TEAM
04.11.2026
เตยยี่ ประภัสสร กาญจนสูตร พูดบนเวทีเสวนาในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026

ก่อนศิลปินจะสร้างผลงานให้คนเห็นคุณค่า เขาต้องมีโอกาสค้นพบสิ่งที่ตัวเองอยากทำ และมีเงินทุนพอจะทำงานนั้นต่อได้ บนเวที Let Thai Creativity Bloom / ผลักดันศิลปินอย่างไร ให้ศิลปะไทยเบ่งบาน ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 เตยยี่–ประภัสสร กาญจนสูตร Artist & Founder, Teayii ชวนมองอุปสรรคของวงการสร้างสรรค์ไทย ทั้งเรื่องกำลังซื้อเพื่อเสพศิลปะยังมีจำกัดและการศึกษาปิดกั้นความฝันอันหลากหลาย ในมุมของเธอ การผลักดันศิลปะจึงต้องดูทั้งโอกาสของคนสร้างงาน และความพร้อมของคนที่จะเข้ามาชื่นชมผลงานด้วย

 

🟡 การศึกษาต้องเปิดทางเลือก ไม่ตีกรอบความฝัน

 

สำหรับเตยยี่ ความรู้สึกอยากตื่นขึ้นมาเรียนเกิดขึ้นชัดเจนเมื่อได้เข้าเรียนศิลปะการแสดงที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เธอได้เรียนตั้งแต่การจัดแสง เขียนบทละคร กำกับการแสดง ไปจนถึงการบริหารจัดการศิลปะที่ชวนคิดว่า จะเป็นศิลปินอย่างไรให้เลี้ยงตัวเองได้ วิชาเหล่านี้ทำให้เธอเห็นว่าความชอบของตัวเองสามารถพัฒนาไปเป็นงานได้ ต่างจากช่วงวัยเรียนก่อนหน้านั้นที่เธอรู้สึกว่ายังหาสิ่งที่อยากเรียนไม่เจอ และต้องเผชิญกับการตัดสินคุณค่าผ่านสายการเรียนที่เลือก

 

ประสบการณ์นี้ทำให้เธออยากเห็นการศึกษาเปิดทางเลือกให้เด็กได้ลองทำสิ่งต่าง ๆ และรู้จักตัวเองก่อนเข้ามหาวิทยาลัย โดยไม่รีบกำหนดว่าความฝันแบบไหนยิ่งใหญ่ หรืออาชีพใดจึงควรได้รับเสียงปรบมือ เธอเสนอให้เพิ่มหลักสูตรที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบทั้งสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ รวมถึงมีโอกาสเปลี่ยนความฝันเมื่อได้รู้จักตัวเองมากขึ้น

 

🟡 ปรับมุมมองสู่งานพาณิชย์ และสร้างมูลค่าด้วยวินัย

 

เมื่อความชอบต้องกลายเป็นอาชีพ ศิลปินก็ต้องตอบให้ได้ว่างานของตัวเองมีคุณค่าอย่างไร เตยยี่เลือกเส้นทาง Commercial Art หรือศิลปะเชิงพาณิชย์ โดยประยุกต์งานให้เข้ากับโจทย์ของลูกค้าและสื่อสารให้ผู้ชมเข้าใจง่าย จุดยืนของเธอชัดเจนว่าอยากทำงานแบบไหน และต้องการส่งต่ออะไรผ่านผลงานนั้น “ศิลปะจะเพิ่มมูลค่าได้ต่อเมื่อคุณรู้ว่างานตัวเองทำเพื่ออะไร”

 

การรู้คุณค่าของงานยังต้องตามมาด้วยความสามารถในการอธิบายให้คนอื่นเข้าใจ เตยยี่เล่าว่าวิชาพรีเซนต์ที่เคยสงสัยว่าศิลปินต้องเรียนไปทำไม กลับเป็นทักษะที่ได้ใช้ในการทำงานจริง เพราะภาพที่ชัดเจนในหัวของคนสร้างงาน อาจยังไม่ชัดสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจซื้องานนั้น

 

ส่วนการสร้างโอกาสให้ตัวเอง เธอเริ่มจากกลับมาถามว่าอยากทำอะไร แทนการเฝ้าดูว่าคนอื่นกำลังทำอะไร แล้วใช้วินัยพาตัวเองลงมืออย่างต่อเนื่อง แนวทางของเตยยี่มีสี่ขั้นคือ เห็นตัวเอง เชื่อในตัวเอง ลงมือทำ และทำต่อไป สำหรับเธอ ความเชื่อในงานจึงต้องปรากฏผ่านการทำงานจริงด้วย

 

🟡 ความหวังต่อโครงสร้างสนับสนุนและเทคโนโลยี

 

ถึงศิลปินจะรู้ทิศทางและมีวินัย ต้นทุนการสร้างงานก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องจัดการ เมื่อถูกถามถึงความเปลี่ยนแปลงที่อยากเห็นใน 12 เดือนข้างหน้า เตยยี่เสนอให้มีองค์กรด้านการเงินเข้ามาสนับสนุนศิลปินหลายแขนง ทั้งคนที่มีชื่อเสียงแล้วและคนที่ยังไม่มีชื่อ เพราะจากประสบการณ์ที่เธอเห็น แม้แต่ศิลปินที่เป็นที่รู้จักก็ยังต้องหาสปอนเซอร์เพื่อผลิตผลงาน การมีแหล่งทุนจึงช่วยเพิ่มโอกาสให้คนสร้างสรรค์ได้ลงมือทำสิ่งที่คิดไว้

 

สำหรับ AI เตยยี่มองว่าสามารถเป็นมิตรกับคนทำงานได้ หากรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์ สิ่งที่เธอให้ความสำคัญคือรสนิยมของมนุษย์ในการเลือกและใช้เครื่องมือ โดยทิ้งท้ายว่า “มนุษย์มีรสนิยมมากกว่า AI ค่ะ ใช้ AI ให้มีรสนิยมดีกว่าค่ะ” เป็นมุมมองที่ชวนให้ศิลปินกลับมาทำความเข้าใจสิ่งที่ตัวเองอยากสร้าง และตัดสินใจว่าจะใช้เทคโนโลยีช่วยงานนั้นอย่างไร


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories