×

นายกฯ สรุป ครม.สัญจรอุดรฯ ดันอีสานตอนบนเป็นฐานผลิตอาหารโลก เล็งบึงกาฬเป็นเขตเศรษฐกิจชายแดน เร่งท่องเที่ยว-ปราบยาเสพติด

โดย THE STANDARD TEAM
03.11.2026
อนุทิน ชาญวีรกูล แถลงข่าวสรุปผลการประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดอุดรธานี

วันนี้ (3 พฤศจิกายน) ที่มณฑาทิพย์ ฮอลล์ จังหวัดอุดรธานี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงสรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดอุดรธานี โดยระบุว่า การลงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี บึงกาฬ เลย หนองคาย และหนองบัวลำภู เป็นโอกาสให้รัฐบาลได้เห็นศักยภาพและจุดเด่นของแต่ละพื้นที่ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมนำเสนอเรื่องราวและอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดให้ประชาชนทั่วประเทศได้รับรู้ และเกิดความเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค

 

สำหรับการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รัฐบาลให้ความสำคัญกับ 4 มิติหลัก ได้แก่ การยกระดับการผลิตและสินค้าเกษตร การพัฒนาการค้าชายแดนและเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาค การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ด้านการเกษตร รัฐบาลมุ่งยกระดับการผลิตและแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรด้วยแนวทางใหม่ โดยต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต พร้อมมอบหมายให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศึกษาการจัดตั้งห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์มาตรฐานอาหาร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้า และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

 

นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาพืชเศรษฐกิจสำคัญ 3 กลุ่ม ได้แก่ ข้าว ยางพารา และพืชพลังงาน โดยข้าวจะเน้นเพิ่มคุณภาพและปริมาณการผลิต ยางพาราจะส่งเสริมการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสมัยใหม่ เพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม และรักษาระดับราคาในช่วงที่ราคายางปรับตัวสูงขึ้น ส่วนพืชพลังงาน ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง จะมุ่งพัฒนาด้านพลังงานชีวภาพ ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงให้เกษตรกร พร้อมผลักดันภาคอีสานให้เป็นแหล่งผลิตอาหารคุณภาพที่สำคัญของโลก

 

ส่วนการพัฒนาการค้าชายแดนและเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาค รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งและคมนาคม ตลอดจนการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง รวมถึงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬเป็นเขตเศรษฐกิจชายแดนเพิ่มเติม พร้อมศึกษาความพร้อมของท่าอากาศยานบึงกาฬ และพิจารณาแนวทางการลงทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

ด้านการท่องเที่ยว รัฐบาลจะใช้จุดเด่นและอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดมาพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เชื่อมโยงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณากิจกรรมและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวต่อไป

 

ขณะที่การแก้ไขปัญหายาเสพติด รัฐบาลจะดำเนินการอย่างจริงจังและครบวงจร ทั้งการปราบปราม ป้องกัน และฟื้นฟู โดยมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการปรับปรุงฐานข้อมูล และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ควบคู่กับการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการจัดการปัญหายาเสพติด

 

ส่วนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด จะต่อยอดรูปแบบการดำเนินงานของศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัดอุดรธานี โดยให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายในการดูแล ช่วยเหลือ และฟื้นฟูผู้ผ่านการบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า รัฐบาลต้องการพัฒนาทุกภูมิภาคของประเทศ โดยเน้นศักยภาพและความต้องการของแต่ละพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ซึ่งการประชุม ครม.สัญจร จะหมุนเวียนไปในทุกภูมิภาค และเมื่อดำเนินการครบทุกภาคแล้ว จะพิจารณาลงพื้นที่ในระดับจังหวัดที่มีศักยภาพและสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ขณะนี้สินค้าเกษตรหลายชนิดมีราคาเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ข้าวหอมมะลิอยู่ที่ 16,100 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกเจ้า 8,755 บาทต่อตัน ยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 83 บาทต่อกิโลกรัม และผลปาล์มน้ำมันทะลาย 8.76 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งยกระดับและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดโลกได้มากขึ้น

 

โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลกที่ทำให้ความต้องการด้านอาหารมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประเทศไทยจึงมีโอกาสแสดงศักยภาพในการเป็นแหล่งผลิตและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศต่างๆ พร้อมเร่งหาแนวทางเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการอย่างยั่งยืน

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ภายหลังคณะรัฐมนตรีได้ร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยงานจะจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 ถือเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มองค์ความรู้ด้านการเกษตร และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง พร้อมเชิญชวนประชาชนเดินทางมาเที่ยวชมงาน เพื่อสัมผัสความสวยงาม เพลิดเพลิน และเรียนรู้แนวทางการใช้ประโยชน์จากพืชพันธุ์ต่างๆ ที่สามารถต่อยอดสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวสรุปว่า เป้าหมายของรัฐบาลคือ เกษตรกรต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น สินค้าเกษตรต้องมีมูลค่าสูงขึ้น พื้นที่ชายแดนต้องเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของภูมิภาค การท่องเที่ยวต้องสร้างรายได้สู่ชุมชน และประชาชนต้องปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามภารกิจต่อไป


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories