วันนี้ (3 พฤศจิกายน) เวลา 11.15 น. ที่ศูนย์ประชุมมณฑาทิพย์ จังหวัดอุดรธานี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีร้องเพลง “ใช่เลย” พร้อมแปลงเนื้อเพลงท่อนหนึ่งว่า “70 กำลังดี” แสดงว่าไม่จำเป็นต้องมีพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลแล้วใช่หรือไม่
นายกรัฐมนตรีหัวเราะ ก่อนจะกล่าวว่า เวลามาพบปะสังสรรค์ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ทุกคนต้องมานอนค้างอยู่ด้วยกัน ฉะนั้นเวลามีการรับประทานอาหารร่วมกัน เราพยายามที่จะสร้างบรรยากาศให้มีความเป็นกันเอง และสร้างบรรยากาศให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า ข่าวที่บอกว่าพรรคร่วมรัฐบาลมีปัญหากัน มีการต่อรองกัน การยื่นคำขาดกันนั้นไม่มี พวกเราทำงานด้วยกัน
วันนี้ถือว่ารัฐบาลหรือตนโชคดีมากๆ ที่มีพรรคร่วมรัฐบาลที่ดี มีความรู้ความสามารถ อย่างพรรคเพื่อไทยอยู่ในรัฐบาล เป็นรัฐบาลสองพรรคการเมือง ซึ่งการทำงานในทุกวัน หากสังเกตจะเห็นว่า ไม่มีใครอ้างว่าเป็นผลงานของพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่เราจะพูดกันเสมอ โดยไม่ต้องเตี๊ยมหรือนัดหมายกันว่า เป็นผลงานของรัฐบาลที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งตนคิดว่าเป็นสามัญสำนึกของคณะรัฐมนตรีทุกคน บอกกับตัวเองเสมอว่า รัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลของพรรคเพื่อไทยหรือภูมิใจไทย หรือคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นรัฐบาลของพี่น้องประชาชน เป็นรัฐบาลที่ได้รับฉันทานุมัติจากพี่น้องประชาชนให้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน
ฉะนั้นในบรรยากาศของการพบกันจึงมีการหยอกล้อ หรือแสดงมิตรภาพที่จริงใจต่อกัน โอกาสที่คณะรัฐมนตรีได้มาเจอกันมีไม่มาก และเกิดขึ้นได้เฉพาะที่เรามาประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ถือเป็นการละลายพฤติกรรม เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความสัมพันธ์ที่มากขึ้นเรื่อยๆ อย่าไปคิดอะไรที่มากไปกว่านั้น
ด้าน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ถูกถามว่าการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลจะผ่านฉลุยหรือไม่ ศ.ดร.ยศชนันระบุว่า ขณะนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ กำลังไปได้ดี เรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลจึงต้องสื่อสารออกไปให้ชัดเจน หากเห็นการทำงานแต่ละกระทรวง การวางนโยบายระยะยาว หรือการที่ต่างชาติจะมองการลงทุนในประเทศไทย
อีกทั้งประเทศไทยขึ้นเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม IMF-World Bank Group วันนี้มาประชุมที่อุดรธานี ก็เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมงานพืชสวนโลก มีโครงการระยะยาวในภาคอีสาน ดังนั้นการเป็นไปในแนวทางเดียวกันเพื่อที่จะให้รัฐบาลอยู่ครบวาระ 4 ปี จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดูบริบทประเทศที่จะก้าวไปข้างหน้า
เมื่อถามว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องเติมพรรคร่วมรัฐบาลแล้วใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลทุกรัฐบาล สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมีเสถียรภาพ และใช้ความที่มีเสถียรภาพนั้นขับเคลื่อนนโยบายและการดำเนินการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศของเรา ซึ่งกลไกใดก็ตามที่ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น รัฐบาลไม่ปิดทางเลือก โดยทั้งหลายทั้งปวงต้องเกิดจากความเข้าใจอันดีกับทุกฝ่าย เราไม่ได้ทำไปเพื่อประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง หรือทำไปเพื่อประโยชน์หรือความมั่นคงของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
“ผมเลยจุดนั้นไปแล้วอย่างแน่นอน สิ่งที่ผมจะทำด้วยความร่วมมือของคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ของพรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นองค์ประกอบของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ มีเป้าหมายเดียวคือความผาสุกของบ้านเมือง ความสงบ ความสันติ ความเจริญ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชน” นายกรัฐมนตรีกล่าว

