วานนี้ (2 พฤศจิกายน) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) โดยสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 (สทช.2) ผนึกกำลังร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดชลบุรี เทศบาลเมืองแสนสุข และสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน ภายหลังได้รับแจ้งเหตุพบซากปลาจำนวนมากเกยตื้นบริเวณชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย สุขอนามัย และรักษาระบบนิเวศทางทะเล
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าซากปลาที่เกยหาดทั้งหมดเป็น ปลามงโกรย (ปลาตะเพียนน้ำเค็ม) เพียงชนิดเดียว และมีขนาดใกล้เคียงกัน เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานว่าสาเหตุไม่ได้เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่คาดว่าเกิดจากอุปกรณ์ประมง (อวน) ของเรือประมงในพื้นที่เกิดการแตกหรือชำรุด ทำให้ฝูงปลาหลุดรอดออกมา ก่อนถูกกระแสน้ำพัดเข้าสู่ชายฝั่ง
เพื่อเป็นการป้องกันและปกป้องทรัพยากรทางทะเล ประมงอำเภอเมืองชลบุรีได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจภูธรแสนสุข เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ขณะที่เทศบาลเมืองแสนสุขได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เร่งจัดเก็บและฝังกลบซากปลาทั้งหมดตามมาตรฐานสุขอนามัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ชายหาดกลับมาสะอาดและไร้กลิ่นรบกวน
ส่วนกรณีปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูม (Plankton Bloom) ที่เคยมีการประกาศแจ้งเตือนไปเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์น้ำชลบุรี ได้ทำการสุ่มตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ผลการตรวจสอบล่าสุดยืนยันว่า คุณภาพน้ำทะเลโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่พบการเกิดแพลงก์ตอนบลูมหรือการตายของสัตว์น้ำจากสาเหตุทางธรรมชาติแต่อย่างใด ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมทางทะเลได้ตามปกติ
ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยืนยันจะเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ทางทะเลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปกป้องระบบนิเวศและความปลอดภัยของประชาชน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติบริเวณชายหาด หรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล สามารถแจ้งได้ที่ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 หรือสายด่วนพิทักษ์ทะเล โทร. 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

