×

ก.อุตสาหกรรมปูพรมตรวจโรงงานกำจัดกากพิษ 3,049 แห่งทั่วประเทศ ย้ำบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด-มาตรฐานเดียว

โดย THE STANDARD TEAM
01.11.2026
วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดปฏิบัติการตรวจโรงงานกำจัดกากพิษ 3,049 แห่ง

วันนี้ (1 พฤศจิกายน) ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดปฏิบัติการตรวจ กำกับ และบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด สำหรับการประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 จำนวน 3,049 แห่งทั่วประเทศ

 

โดยมุ่งเป้าพื้นที่เสี่ยงและมีข้อร้องเรียนเป็นหลัก เพื่อป้องกันปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม พร้อมประกาศจุดยืนว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมต้องเติบโตโดยไม่ผลักภาระความเสี่ยงและความเสียหายไปให้ประชาชนและสังคม

 

วราวุธพร้อมด้วย ภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร และข้าราชการ เข้าร่วมพิธีเปิดปฏิบัติการก่อนปล่อยขบวนรถออกตรวจสอบโรงงานเป้าหมาย โดยวราวุธระบุว่า ความสำเร็จของการพัฒนาอุตสาหกรรมไม่อาจวัดจากมูลค่าการลงทุน จำนวนโรงงาน หรือการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตอบให้ได้ว่าประชาชนปลอดภัยหรือไม่ ชุมชนได้รับผลกระทบอย่างไร และทรัพยากรธรรมชาติได้รับการดูแลเพียงใด กระทรวงอุตสาหกรรมจึงต้องทำหน้าที่ทั้งสนับสนุนเศรษฐกิจและปกป้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

 

แม้กิจการคัดแยก จัดการ และนำวัสดุที่ไม่ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์จะมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจหมุนเวียน แต่ทุกขั้นตอนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและมาตรฐาน หากมีการลักลอบทิ้ง ฝังกลบ หรือจัดการของเสียอันตรายไม่ถูกต้อง หน่วยงานกำกับดูแลต้องเร่งดำเนินการทันที เพราะความเสียหายอาจกระทบทั้งสุขภาพประชาชน ดิน น้ำ อากาศ และคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ

 

พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบอย่างรอบด้าน ตั้งแต่กระบวนการประกอบกิจการ การรับและส่งต่อของเสีย สถานที่จัดเก็บกากอุตสาหกรรม ไปจนถึงระบบป้องกันและบำบัดมลพิษ หากพบเหตุที่อาจเป็นอันตรายต่อประชาชน ต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าควบคุมและแก้ไขทันที

 

สำหรับการตรวจสอบโรงงานเป้าหมาย 3,049 แห่ง วราวุธสั่งการให้จัดลำดับตามความเสี่ยง โดยเร่งตรวจสอบโรงงานที่มีข้อร้องเรียน มีประวัติฝ่าฝืนคำสั่ง หรือมีข้อมูลผิดปกติก่อน พร้อมย้ำว่าภารกิจต้องไม่จบเพียงการลงพื้นที่ หากพบข้อบกพร่องต้องติดตามจนได้รับการแก้ไขจริง และหากพบความผิดต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

 

กฎหมายต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายเล็กหรือรายใหญ่ หากพบการกระทำความผิดต้องดำเนินการอย่างจริงจังโดยไม่มีการละเว้นหรือเลือกปฏิบัติ

 

ทั้งนี้ การสั่งแก้ไข ระงับการกระทำ หยุดประกอบกิจการ หรือดำเนินคดี ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการถูกต้อง ขณะที่ผู้ฝ่าฝืนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตน

 

การขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวมี ภาสกร ชัยรัตน์ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายข้าราชการประจำ เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างนโยบายของรัฐมนตรีกับการปฏิบัติของหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยประสานกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้บูรณาการข้อมูล บุคลากร และเครื่องมือร่วมกัน

 

ตลอดจนติดตามปัญหาอุปสรรคเพื่อให้การตรวจสอบเดินหน้าตามกรอบเวลา ทุกหน่วยงานต้องทำงานเป็นหนึ่งเดียว ไม่แยกส่วนหรือปล่อยให้ปัญหาค้างอยู่จากข้อจำกัดในการประสานงาน พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างสุจริต รอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้

 

สำหรับกรอบเวลาการดำเนินงาน กำหนดให้ตรวจสอบพื้นที่กลุ่ม A (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ) และพื้นที่กลุ่ม B (สมุทรสาคร นครปฐม ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี) ให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ส่วนพื้นที่กลุ่ม C ซึ่งครอบคลุมจังหวัดที่เหลือและกรุงเทพมหานคร กำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 พร้อมรายงานความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

 

หากพบข้อจำกัดต้องเร่งเสนอแนวทางแก้ไขโดยไม่ปล่อยให้ล่าช้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่ากระทรวงอุตสาหกรรมไม่เพียงสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ แต่ยังบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและประชาชน


READ MORE






Latest Stories