สถานการณ์น้ำท่วมปราจีนบุรียังไม่คลี่คลาย ประชาชนต้องเผชิญคราบสีรุ้งบนผิวน้ำและปลาที่เลี้ยงไว้ทยอยตาย ความเสียหายของผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ 86 รายใน 3 อำเภอ รวมประมาณ 49.8 ล้านบาท ขณะที่สาเหตุและผู้รับผิดชอบยังต้องพิสูจน์ให้ชัดเจน
ประเด็นสำคัญ
กรณีคราบสีรุ้งในอำเภอศรีมหาโพธิ กรมโรงงานอุตสาหกรรมรายงานว่า ตัวอย่างน้ำบางจุดมีน้ำมันและไขมันเกินมาตรฐานน้ำทิ้งโรงงาน รวมถึงไฮโดรคาร์บอนปริมาณสูง แม้โลหะหนักส่วนใหญ่ตรวจไม่พบหรืออยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน หน่วยงานยังเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสและใช้น้ำปนเปื้อน
ปัญหาเหล่านี้นำไปสู่การประชุมร่วมระหว่างจังหวัด ตำรวจ อัยการ สส. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาชน ก่อนสรุปเป็นหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2569 รายงานต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
หนังสือกำหนดงานเร่งด่วนไว้ 3 เรื่อง ได้แก่
- จัดการโรงงานที่สร้างความเดือดร้อน
- แก้วิกฤตสัตว์น้ำตาย
- ตรวจสอบธุรกิจที่อาจใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ
จังหวัดเสนอให้กรมโรงงานฯ สั่งปิดโรงงานของ 4 บริษัท ตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน โดยที่ประชุมเห็นว่าขาดความพร้อมรับมือน้ำท่วมและมาตรการจัดการปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ประชาชนไม่ต้องการให้โรงงานเหล่านี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ เพราะกังวลผลกระทบต่อชีวิต สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม
บริษัทแรกคือ บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี่ จำกัด เอกสารระบุว่า น้ำท่วมช่วงปลายเดือนกันยายนสูงเกินจุดความปลอดภัยของโรงงาน ทำให้น้ำมันหล่อลื่นหรือของเสียสำหรับผลิตเชื้อเพลิงทดแทนไหลออกนอกพื้นที่ ผลตรวจน้ำครั้งแรกพบน้ำมันและไฮโดรคาร์บอนปริมาณมาก แต่ไม่พบโลหะหนัก บริษัทดำเนินการกักคราบน้ำมันและสูบน้ำปนเปื้อนไปบำบัด ขณะที่กรมโรงงานฯ สั่งหยุดเพื่อปรับปรุงจนกว่าจะได้รับอนุญาต
ความคืบหน้าหลังวันที่ 13 ตุลาคม กรมโรงงานฯ ยืนยันสั่งหยุดประกอบกิจการทั้งหมดชั่วคราว พร้อมระงับการรับของเสียเพิ่ม ให้ปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย เก็บวัตถุดิบและกากของเสียในอาคาร และให้วิศวกรรับรองความมั่นคงของคันดินกับอาคาร ภายในเดือนธันวาคม 2569
ผลตรวจน้ำครั้งแรกที่รายงานไว้ในหนังสือพบน้ำมันและไฮโดรคาร์บอนปริมาณมาก แต่ไม่พบโลหะหนัก โดยเจ้าหน้าที่เตรียมเก็บตัวอย่างซ้ำ และระบุว่า หากพบพยานหลักฐานเพิ่มเติม จะแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมต่อไป
บริษัทที่สองคือ บริษัท เวสต์ 2 เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ซึ่งประกอบกิจการคล้ายกรีนฯ ขณะออกหนังสือยังอยู่ระหว่างประสานเข้าตรวจอีกครั้งภายในวันที่ 16 ตุลาคม หลังสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จึงยังไม่มีผลตรวจที่ระบุการกระทำผิดอย่างชัดเจน แม้ที่ประชุมมีมติให้สั่งเวสต์ฯ หยุดประกอบกิจการร่วมกับกรีนฯ แต่ยังไม่พบข้อมูลใหม่ยืนยันคำสั่งปิดตามข้อเสนอรอบนี้
บริษัทที่สามคือ บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด มีใบอนุญาตคัดแยกและย่อยขยะอิเล็กทรอนิกส์ 1 ใบ และยื่นขอตั้งโรงงานใหม่อีก 4 ใบอนุญาตที่ยังไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่พบการติดตั้งและเดินเครื่องจักร พร้อมนำชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าพื้นที่ จึงอายัดและแจ้งความฐานครอบครองวัตถุอันตราย ก่อนแจ้งความเพิ่มเมื่อพบการฝ่าฝืนคำสั่ง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ระบุว่าที่ตั้งโรงงานอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัด ขณะที่เอกสาร น.ส. 3 ก. ที่บริษัทนำมาแสดงมีข้อสงสัยเรื่องความถูกต้อง จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง ต่อมา เมื่อเข้าตรวจวันที่ 14 ตุลาคม ยังพบการฝ่าฝืนและไม่ปรับปรุงตามคำสั่ง จึงสั่งหยุดประกอบกิจการทั้งหมดชั่วคราว พร้อมผูกมัดประทับตราเครื่องจักรเพื่อป้องกันการลักลอบใช้งาน
บริษัทที่สี่คือ บริษัท จี เค ซี รีไซเคิล จำกัด เจ้าหน้าที่เข้าตรวจวันที่ 10 ตุลาคม พบรถเทรลเลอร์ 2 คันบรรทุกขยะอิเล็กทรอนิกส์ และรายงานว่ามีการนำขยะอันตรายจากโรงงานเข้ามานอกเงื่อนไขใบอนุญาตคัดแยกขยะทั่วไป รวมถึงลักลอบหลอมขยะโดยไม่มีใบอนุญาต จึงเตรียมส่งเรื่องให้กรมโรงงานฯ ดำเนินการตามกฎหมายและพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาต โดยความคืบหน้าภายหลัง กรมโรงงานฯ ระบุว่าสั่งหยุดประกอบกิจการสาขากบินทร์บุรีแล้ว
ในส่วนของคดี อัยการเสนอให้ติดตามผู้เกี่ยวข้องทุกราย นอกเหนือจากกรรมการบริษัท พร้อมเสนอริบทรัพย์สินที่เป็นของกลาง ส่วนปัญหาการลักลอบทำงานกลางคืน ซึ่งอยู่นอกช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายโรงงานมีอำนาจเข้าตรวจ ที่ประชุมเสนอให้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและขอหมายค้นจากศาล
- ปลาตายเสียหายเกือบ 50 ล้านบาท ยังต้องพิสูจน์ต้นเหตุ
ข้อมูลประมงจังหวัด ณ วันที่ 13 ตุลาคม ระบุว่า เกษตรกรได้รับผลกระทบในอำเภอศรีมหาโพธิ 31 ราย มูลค่าประมาณ 14.35 ล้านบาท อำเภอเมืองปราจีนบุรี 44 ราย มูลค่า 26.88 ล้านบาท และอำเภอบ้านสร้าง 11 ราย มูลค่า 8.55 ล้านบาท รวมประมาณ 49.8 ล้านบาท
ผลตรวจน้ำวันที่ 10 ตุลาคม บริเวณบ้านทามและสะพานท่าประชุม อำเภอศรีมหาโพธิ พบออกซิเจนละลายในน้ำ 0.57 และ 0.73 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ โครงการชลประทานจังหวัดมีแผนปล่อยน้ำเจือจางน้ำเสียวันละ 5 แสนถึง 1 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยต้องระวังผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำที่ยังท่วมขัง พร้อมตรวจสภาพน้ำในห้วยไคร้ บริเวณรอยต่อปราจีนบุรีกับสระแก้ว
ที่ประชุมสั่งเร่งหาสาเหตุปลาตาย ดำเนินคดีหากพบหลักฐานเชื่อมโยงถึงผู้กระทำผิด พร้อมชี้แจงเงื่อนไขเยียวยาและจัดทำแผนป้องกันปัญหาซ้ำ อย่างไรก็ตาม หนังสือยังไม่มีข้อสรุปว่าปลาตายเกิดจากโรงงานใด
ที่ประชุมสั่งเร่งหาสาเหตุปลาตาย ดำเนินคดีหากพบหลักฐานเชื่อมโยงถึงผู้กระทำผิด พร้อมชี้แจงเงื่อนไขเยียวยาและจัดทำแผนป้องกันปัญหาซ้ำ อย่างไรก็ตาม หนังสือยังไม่มีข้อสรุปว่าปลาตายเกิดจากโรงงานใด
- ตรวจเงินลงทุน ตามหาผู้ควบคุมกิจการจริง
จังหวัดยังให้ตรวจสอบทั้ง 4 บริษัทว่ามีการใช้คนไทยเป็นนอมินีให้ต่างชาติหรือไม่ โดยตรวจตั้งแต่ความถูกต้องของที่ตั้งและการประกอบกิจการ ไปจนถึงแหล่งเงินซื้อหุ้น การแบ่งผลประโยชน์ อำนาจบริหารจริง การทำหน้าที่ของกรรมการ รายได้ และเงินทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลในหนังสือระบุว่า ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์และรีไซเคิลในจังหวัดมี 86 ราย เป็นคนไทยถือหุ้นทั้งหมด 36 ราย ต่างชาติถือหุ้นต่ำกว่า 50% จำนวน 15 ราย และต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% จำนวน 35 ราย ทั้งนี้ สัดส่วนผู้ถือหุ้นเพียงอย่างเดียวยังใช้สรุปว่าเป็นนอมินีไม่ได้
ต่อมา กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารายงานว่า พบธุรกิจรีไซเคิลในปราจีนบุรี 4 บริษัทมีพฤติกรรมเข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินี จึงส่งข้อมูลให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสืบสวนต่อ พร้อมขยายการตรวจธุรกิจขยะที่มีต่างชาติร่วมถือหุ้นอีก 44 ราย แต่ข่าวเผยแพร่ไม่มีชื่อบริษัท จึงยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นชุดเดียวกับ 4 บริษัทในหนังสือจังหวัด
ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน ชาวบ้านยังรวมตัวหน้าโรงงานกรีนฯ ทวงความคืบหน้าจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยตัวแทนชาวบ้านระบุว่า แม้โรงงานถูกสั่งหยุดกิจการเป็นเวลา 3 เดือน แต่ยังไม่เห็นการแก้ปัญหาเป็นรูปธรรม และยังรอคำตอบเรื่องการปิดถาวร
ข้อเสนอปิดโรงงานจึงยังต้องติดตามผล ควบคู่กับการพิสูจน์ต้นเหตุปลาตาย เยียวยาความเสียหาย และตรวจสอบผู้ควบคุมกิจการ เพื่อให้ได้คำตอบว่าใครต้องรับผิดชอบ และจะป้องกันเหตุซ้ำอย่างไร






