ก่อนเกมนัดสุดท้ายของกลุ่ม A ตัวเลขจาก Opta ประเมินว่า แอฟริกาใต้มีโอกาสชนะเกาหลีใต้เพียง 20.3%
นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะนี่คือทีมที่เริ่มต้นฟุตบอลโลก 2026 ด้วยความพ่ายแพ้ต่อเม็กซิโก 0-2 พร้อมใบแดง 2 ใบในเกมเปิดสนาม เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หลายคนแทบตัดชื่อพวกเขาออกจากเส้นทางลุ้นเข้ารอบไปแล้ว
แต่ฟุตบอลโลกคือทัวร์นาเมนต์ที่ยากจะคาดเดา… และมักมีพื้นที่ให้ทีมที่ยังไม่ยอมแพ้ได้เสมอ
หลังจากแบ่งแต้มเช็กได้ในเกมที่สอง แอฟริกาใต้ลงสนามนัดสุดท้ายด้วยโจทย์ชัดเจน พวกเขาต้องชนะเกาหลีใต้ให้ได้ หากต้องการเขียนประวัติศาสตร์ของตัวเอง และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นที่เอสตาดิโอ มอนเตร์เรย์
เกมนี้เกาหลีใต้ครองบอลได้มากกว่า และเริ่มต้นได้ดุดันจากจังหวะโหม่งของ คิมมินแจ ที่ถูก ออเบรย์ โมดิบา ยืนขวางหน้าเส้นประตูตั้งแต่นาทีที่ 2 รวมถึงจังหวะยิงของ อีคังอิน ที่หลุดกรอบไปไม่นานหลังจากนั้น
แต่หลังผ่านช่วงต้นเกม แอฟริกาใต้ค่อยๆ ตั้งหลักได้ พวกเขาไม่ได้ครองบอลมากนัก และไม่ได้เล่นฟุตบอลหวือหวา แต่มีวินัย ชัดเจน และรอจังหวะสวนกลับอย่างอดทน
จุดเปลี่ยนมาถึงในนาทีที่ 63 เมื่อ ทาเปโล มาเซโก รับบอลในเขตโทษ ก่อนแตะเข้าเท้าซ้ายแล้วยิงลอดขา เยนส์ คาสทรอป เสียบเสาแรก กลายเป็นประตูเดียวของเกม และเป็นประตูที่พาแอฟริกาใต้เข้าสู่รอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ตลอดทั้งเกม มาเซโกคือผู้เล่นที่สร้างปัญหาให้แนวรับเกาหลีใต้มากที่สุด เขาคือคนที่มีโอกาสยิง 5 ครั้ง และสัมผัสบอลในเขตโทษ 6 ครั้ง ขณะที่ประตูนี้ยังเป็นครั้งแรกที่แอฟริกาใต้ขึ้นนำในเกมฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ชัยชนะเหนือฝรั่งเศส 2-1 เมื่อปี 2010
สำหรับแอฟริกาใต้ นี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะปกติทั่วไป เพราะนี่คือการผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกครั้งแรกของชาติ หลังจากก่อนหน้านี้พวกเขาจอดที่รอบแบ่งกลุ่มมาตลอด ทั้งในปี 1998, 2002 และ 2010 ซึ่งครั้งนั้นพวกเขาเป็นเจ้าภาพ
“มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก วันนี้เป็นเกมที่ยาก แต่เราทำได้ดี ผมคิดว่าแท็กติกของเรายอดเยี่ยมมาก และทำให้เกาหลีใต้หาพื้นที่เล่นได้ยาก” ฮูโก โบรอส กุนซือแอฟริกาใต้กล่าวหลังเกม
“หลังจากเรายิงได้ 20 นาทีสุดท้ายคือช่วงเวลาที่หัวใจแทบหยุดเต้น นี่คือประวัติศาสตร์ และผมดีใจกับลูกทีมมาก ผมทำงานกับพวกเขามา 5 ปีแล้ว”
สามแต้มจากเกมนี้ทำให้แอฟริกาใต้จบอันดับ 2 ของกลุ่ม A ด้วย 4 คะแนน ตามหลังเม็กซิโกที่เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม และตีตั๋วเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายไปพบกับแคนาดา ที่ลอสแอนเจลิส
และนี่คืออีกหนึ่งเรื่องราวของฟุตบอลโลก จากทีมที่หลายคนมองข้าม เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ด้วยความพ่ายแพ้และใบแดง 2 ใบ ก่อนปิดรอบแบ่งกลุ่มในฐานะรองแชมป์กลุ่ม พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้เป็นครั้งแรก
จากโอกาสชนะเพียง 20.3% ก่อนเกม สุดท้ายแอฟริกาใต้ใช้เวลา 90 นาที เปลี่ยนมันให้กลายเป็นค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ของทั้งทีมและแฟนบอล ที่เชื่อว่าพวกเขาจะจดจำโมเมนต์นี้ไปอีกนาน
.
อ้างอิง:
- https://theanalyst.com/articles/south-africa-vs-south-korea-prediction-world-cup-2026-match-preview
- https://www.theguardian.com/football/2026/jun/25/south-africa-south-korea-world-cup-match-report
- https://www.bbc.com/sport/football/live/cy9rxgz1551t


