ในการประชุม Annual Meeting of the New Champions 2026 หรือที่รู้จักกันในนาม Summer Davos 2026 ณ เมืองต้าเหลียน ประเทศจีน หนึ่งในเซสชันที่ถูกจับตามองและเป็นหัวข้อท้าทายที่สุดของปีนี้คือ ‘Deep Tech, Shallow Markets’ ซึ่งตั้งคำถามสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ว่า “ในวันที่เทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ทำไมการนำมาปรับใช้และสร้างมูลค่าจริงในตลาดกลับยังอยู่ในวงจำกัด”
ประเด็นสำคัญ
โดยในการเสวนารอบนี้ มีวิทยากรชั้นนำระดับโลกมาร่วมขบคิด นำโดย:
- Zhu Min อดีตรองกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
- Jonathan Zhu หุ้นส่วนและประธานประจำประเทศจีนของ Bain Capital
- Anulika Ajufo ผู้อำนวยการบริหารจาก HarbourVest Partners
- Brandon Barbello ผู้ร่วมก่อตั้งและ COO ของ Archetype AI
- Eleanor Olcott ผู้สื่อข่าวสายเทคโนโลยีจีนจาก Financial Times (ผู้ดำเนินรายการ)
THE STANDARD WEALTH สรุปประเด็นสำคัญและมุมมองจากเหล่าผู้นำทางความคิดและนักลงทุนระดับโลกในเซสชันนี้ เพื่อฉายภาพให้เห็นถึง ‘ช่องว่าง’ ขนาดใหญ่ระหว่างนวัตกรรมแห่งอนาคตและตลาดในโลกความเป็นจริง
ความคาดหวังสูง แต่ ‘ตลาด’ ยังตามไม่ทัน
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีอย่างระบบการตรวจจับควอนตัม (Quantum Sensing) เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับเศรษฐกิจโลกอย่างมหาศาล
อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักในปัจจุบันคือสภาวะที่เรียกว่า ‘Shallow Markets’ หรือตลาดที่ยังขาดความลึกและความพร้อม ทั้งในแง่ของโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบข้อบังคับ และโมเดลธุรกิจที่จับต้องได้ ส่งผลให้ Deep Tech จำนวนมากยังติดอยู่เพียงในขั้น ‘ความหวัง’ หรือเป็นเพียงโครงการต้นแบบในห้องแล็บ แต่ยังไม่สามารถ Scale-up ไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้างได้
จากการเสวนา สามารถสรุปปัจจัยสำคัญที่จะเปลี่ยนผ่าน Deep Tech จาก ‘ห้องแล็บ’ สู่ ‘ตลาดจริง’ ได้ใน 3 มิติหลัก:
- 1. การเปลี่ยนผ่านของเงินทุน
Deep Tech แตกต่างจากเทคโนโลยีซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์มทั่วไปตรงที่ต้องใช้เวลาในการวิจัยและพัฒนายาวนาน นักลงทุนจึงจำเป็นต้องปรับมุมมองจากการหวังผลกำไรระยะสั้น มาเป็นการลงทุนระยะยาวที่พร้อมอดทนรอความสำเร็จ เพื่อให้สตาร์ตอัปด้าน Deep Tech มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอในช่วงที่เทคโนโลยียังไม่ทำเงิน
- 2. การเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจจริง
การจะทำให้ตลาด ‘ลึก’ ขึ้น เทคโนโลยีขั้นสูงจะต้องไม่แยกตัวโดดเดี่ยว แต่ต้องเข้าไปแก้ปัญหาในภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิม เช่น ภาคการผลิต พลังงาน การแพทย์ หรือการเกษตร
ตัวอย่างเช่น การนำ AI ไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิต หรือการใช้ควอนตัมเซนเซอร์ในอุตสาหกรรมสำรวจทรัพยากร ซึ่งจะช่วยสร้างดีมานด์ในตลาดจริงได้อย่างถาวร
- 3. ความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และกฎระเบียบ
ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ทำให้ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลกแยกส่วน การกำหนดมาตรฐานและความร่วมมือระหว่างประเทศกลายเป็นสิ่งจำเป็น หากตลาดโลกถูกแบ่งแยก การเข้าถึงตลาดที่มีขนาดใหญ่พอก็จะทำได้ยากขึ้น ส่งผลให้ Deep Tech ไม่สามารถเติบโตได้อย่างเต็มที่
การเสวนาในหัวข้อ Deep Tech, Shallow Markets ในงาน Summer Davos 2026 ย้ำเตือนให้คนในแวดวงธุรกิจและนโยบายตระหนักว่า ความสำเร็จของเทคโนโลยีแห่งอนาคตไม่ได้วัดกันที่ความล้ำสมัยของนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่วัดที่ ‘ความสามารถในการสร้างระบบนิเวศตลาด’ ที่พร้อมรองรับและขับเคลื่อนเทคโนโลยีเหล่านั้นให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
หลังจากนี้ ความสนใจจะมุ่งไปที่กลุ่มทุน Venture Capital และรัฐบาลของประเทศมหาอำนาจ ว่าจะร่วมมือกันสร้างสะพานเชื่อมโยง Deep Tech ให้ก้าวข้ามผ่าน ‘หุบเขาแห่งความตาย’ (Valley of Death) ไปสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ที่แข็งแกร่งได้อย่างไร
อ้างอิง:

